วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันเศร้าชาวนาไทย ดับคาทุ่ง 3 ศพ! เป็นลม-จมน้ำ-ต้นกระบกล้มฟาด

(ภาพจาก : กู้ภัยบัวใหญ่)

กลายเป็นวันเศร้าของชาวนาอีสาน เสียชีวิตขณะออกไปทำงานในนา 3 ราย โคราชสาวใหญ่บ่นร้อนไปวัดน้ำล้างหน้าหัวคะมำจมร่องน้ำ ส่วนบึงกาฬลุงวัย 59 ออกไปดายหญ้าเป็นลมแดดคาคันนา ปิดท้ายที่สกลนคร หนุ่ม 51 หาบกล้าอยู่ดีๆ ต้นกระบกโค่นทับดับ

วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ร่วมกับกู้ภัยบัวใหญ่ ไปพลิกศพ นางสิงห์ บุญแก้ว อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 4 ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ เสียชีวิตอยู่บนคันดินร่องน้ำข้างทางรถไฟ ตรงข้ามบ้านหนองนาโคก หมู่ 4 ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลจากการทำร้าย มีเลือดออกตามรูหู จมูกมีฟองอากาศสีขาว

สอบสวนนายสัมพันธ์ บุญแก้ว อายุ 56 ปี สามีผู้ตาย ทราบว่า ได้พากันออกมาดำนา จนช่วงเย็นแต่ยังมีแดด นางสิงห์ ภรรยา บ่นร้อนจะไปเอาน้ำในร่องน้ำล้างหน้า แต่หายไปนานเกรงว่าจะเป็นลมหน้ามืดจมน้ำ จึงออกเดินหา เจอรอยเท้าเดินลงไปจุดดังกล่าว จึงลงงมและพบร่างจมอยู่ในน้ำ จึงอุ้มขึ้นมาไว้บนคันนา ก่อนจะแจ้งตำรวจ

อีกรายที่ จ.บึงกาฬ ร.ต.อ.ชลธี เสาศิริ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา บ้านนาสวรรค์ ต.นาสวรรค์ อ.เมืองบึงกาฬ ตรงข้าม อบต.นาสวรรค์ ไปตรวจที่เกิดเหตุ บนคันนาพบศพ นายทวี อ่อนละมุล อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 1 บ้านนาสวรรค์ ต.นาสวรรค์ สภาพศพนอนหงาย มือขวากำด้ามมีดพร้า มีหมวกสานไม้ไผ่กันแดดตกอยู่ข้างศพ สวมกางเกงขายาวสีเทารัดข้อเท้า และเสื้อกันหนาวแขนยาวสีน้ำตาล ที่แผ่นหน้าอก เท้าและแขนมีรอยไหม้เกรียมเพราะแดดเผา จนผิวหนังหลุดลุ่ย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง

สอบสวน นางจันที อ่อนละมุล อายุ 57 ปี ภรรยา ทราบว่า ผู้ตายหลังกินข้าวเช้าเสร็จได้บอกว่าจะออกไปทุ่งนาเพื่อดายหญ้าที่ขึ้นรกตามคันนา จนเลยเที่ยงก็ไม่เห็นกลับบ้านมากินข้าว จึงออกตามหา พบว่ากลายเป็นศพอยู่บนคันนา เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ท่ามกลางแสงแดดร้อนจัด ผู้ตายใส่เสื้อผ้าหนาทำงานจนเป็นลมหน้ามืดและหัวใจวายตายดังกล่าว

รายสุดท้ายที่ จ.สกลนคร เวลา 10.00 น. ร.ต.อ.มนตรี ธุรารัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.ขมิ้น อ.เมืองสกลนคร ได้รับแจ้งจากนายวิลัย สีสวย อายุ 62 ปี ผู้ใหญ่บ้านดอนแคน หมู่ 10 ต.หนองลาด อ.เมือง ว่ามีต้นไม้หักโค่นล้มทับลูกบ้านเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณทุ่งนาบ้านทุ่งมั่ง หมู่ 3 ต.หนองลาด จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.ศูนย์สกลนคร ไปพลิกศพ

ที่เกิดเหตุเป็นที่นา ห่างจากหมู่บ้านทุ่งมั่งประมาณ 3 กม. พบต้นกระบกขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 25 เมตร โค่นทับลงในบิ้งนาที่ปักดำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใกล้กับส่วนปลายของต้นไม้ พบร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนตะแคงจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายกาไว สีสวย อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 10 บ้านดอนแคน ต.หนองลาด อ.เมืองสกลนคร ที่บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกกิ่งไม้ขนาดใหญ่ฟาดจนมีรอยแตกสมองไหล ใกล้ศพยังพบไม้คันหลาวพร้อมด้วยมัดกล้าอีก 4 มัด ตกอยู่

สอบถาม นางอุ่นใจ บุรีแสง อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวผู้ตาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมกับน้องชาย คือนายสมัย สีสวย อายุ 48 ปี ได้ออกมาดำนา โดยทั้งสองได้พากันมาถอนกล้าในบิ้งนาอยู่ติดกับต้นกระบก หลังจากที่ถอนกล้าเสร็จ ผู้ตายได้หาบกล้า เพื่อที่จะนำไปปักดำในที่นา โดยเดินอ้อมโคนต้นกระบก จังหวะนั้นต้นกระบกขนาดใหญ่ ได้เกิดโน้มเอียงและโค่นล้มลงมาอย่างทันทีทันใด ผู้ตายได้ตะโกนบอกน้องชายที่กำลังตามมาให้รีบวิ่งหนี ซึ่งน้องชายหนีได้ทัน ส่วนผู้ตายหนีไม่ทันเนื่องจากกำลังหาบคอนกล้าอยู่ด้วย จึงถูกกิ่งต้นกระบกขนาดใหญ่เท่าขาฟาดเข้าที่กลางศีรษะจนล้มลงในน้ำและเสียชีวิตทันที.

กลายเป็นวันเศร้าของชาวนาอีสาน เสียชีวิตขณะออกไปทำงานในนา 3 ราย โคราชสาวใหญ่บ่นร้อนไปวัดน้ำล้างหน้าหัวคะมำจมร่องน้ำ ส่วนบึงกาฬลุงวัย 59 ออกไปดายหญ้าเป็นลมแดดคาคันนา ปิดท้ายที่สกลนคร หนุ่ม 51หาบกล้าอยู่ดีๆ ต้นกระบกโค่นทับดับ 2 ส.ค. 2559 17:40 2 ส.ค. 2559 18:51 ไทยรัฐ