วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จะอยู่ช่อง 7 ตราบฟ้าดินสลาย? 'เวียร์ ศุกลวัฒน์' ชีวิต ธุรกิจ ความรัก

เสื้อเชิต-กางเกงยีนส์-รองเท้าผ้าใบขาว-แต่งกายด้วยองค์ประกอบง่ายธรรมดา แต่แปลกที่ว่าเราเห็นเขามาแต่ไกล, 

แต่ไกลในความหมายแรกคือ 'จดจำ' ได้ แม้ท่ามกลางคนมากมายรายล้อม เห็นมาแต่ไกลนัยสองคือ 12 ปีนับเนื่องตั้งแต่เขาเข้าวงการบันเทิงมา ผลงานแสดง งานโฆษณาที่มีมาจำนวนมากเป็นสิ่งที่ทำให้ 'จดจำ' เขาได้แม่นยำ

'จดจำ' บอกตรงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับ 'ดี' หรือ 'ไม่ดี' เพราะเชื่อว่านักแสดงที่เก่งไม่ว่านานแค่ไหน ต้องไม่คิดจะหยุดพัฒนางานของตนเอง 

"กราฟชีวิตการแสดงตอนนี้ ผมให้ 5 ครับ เพราะเชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาได้อีกมากมาย" นักแสดงหนุ่มอายุ 31 อยู่ในวงการมา 12 ปี และกำลังหลงใหลวิถีไบเกอร์หันมาบอกผมแบบที่หวังว่าจะได้ยินคำนั้นออกมา 

ในวันที่ชีวิตคล้ายวิถีของมอเตอร์ไซค์ ไบเกอร์เนื้อหุ้มเหล็ก เร็ว อันตราย แต่ทว่าท้าทาย เย้ายวน มากมายเสน่ห์ เขาบอกผมว่า เร็วอย่างเดียว ไม่พร้อม ไม่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ออกไปก็เหมือนไปตาย

บางโค้ง บางจังหวะ ก็ต้องรู้จักหนัก-เบา ใส่กันเต็มๆ ไม่ได้ แต่ถ้าพร้อม 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็กดมาแล้ว 

ในวันที่เขากำลังจับธุรกิจตัวใหม่ ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยกับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ตัวจริงเขาดูแมนกว่าในจอทีวีมาก ทั้งคำพูดคำจา กิริยา ท่าทาง ดูเป็นผู้ชายที่ไม่สำอาง ภาษาแมสเรียกว่า 'เซอร์' ตรงๆ 

ผมบอกว่าเราไม่ได้มาเพื่อโฆษณาธุรกิจใหม่ และจะถามทุกๆ อย่าง แม้แต่คำถามที่ไม่อยากตอบ เขาพยักหน้าตามองมาที่เรา และเรื่องเล่าสื่อความหมายตรงๆ ก็ออกมา แปลกที่ว่าเราเห็นมุมมอง ชีวิต และความคิดดีๆ ของเขาใกล้ ความคิดที่ไม่เคยได้ยินเขาพูดที่ไหน 

บทบาทแรก : 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิถีไบเกอร์

Q : ช่วงนี้ถือว่ายุ่งมากไหม

ก็ยังพอจัดสรรได้ จริงๆ ถ้าเป็นช่วงเริ่มเข้าวงการจะเหนื่อยกว่านี้เพราะว่าด้วยความที่ใหม่ ผมเข้าวงการปีนี้ปีที่ 12 ก็เบาขึ้น แต่มันก็กำลังจะเหนื่อยเพิ่มเพราะเราไม่อยากเบา เราค่อนข้างที่จะจัดสรรเวลาในการทำงาน และการพักผ่อน เราจะคุยกับผู้จัดการตลอดเวลามีการวางแผนกับผู้จัดการตลอดว่า เราจะทำงานช่วงนี้ จะมีช่วงพักอาทิตย์หนึ่งกี่วัน เดือนหนึ่งกี่วัน ปีหนึ่งกี่วัน

ปกติละครถ่าย 7 วัน แต่ผมให้ 6 วันเสาร์ผมต้องพักจะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่งั้นผมจะไม่สามารถทำงานได้เลย มันจะไม่มี energy มันจะรู้สึกว่ามันล้าเกิน ออกมางานมันก็จะไม่ดี 6 วันเมื่อก่อนหมดไปกับละครหมดเลย เดี๋ยวนี้ยังนัดบ่าย ช่วงเช้าไปออกกำลังกาย ต้องมีวันหนึ่งที่ไปทำธุรกิจ ไปประชุม ก็จะเหมือนกับว่าทำอย่างอื่นมากขึ้น

Q : ส่วนใหญ่วันว่างหมดไปกับการทำอะไร

พักเลยครับ พักของผมคืออาจจะเป็นการพักแบบไปขี่มอ'ไซค์ อาจจะพักแบบการดูหนังอยู่บ้าน หรือนอนนิ่งๆ ฟังเพลง หรืออาจจะพักไปชิล ไปเดินห้างดูนู้น-นี่ แล้วเราจะมีเวลาว่างที่เหมือนกับว่า 3 วัน 5 วันจะหายไปเลย ไปพักในเมืองไทยนี่แหละ แต่ขอยาวๆ เลย 3 วัน 5 วันเหมือนชาร์จ ล้างสมองตัวเอง ถ้าไบเกอร์ต้องมี 2 อาทิตย์ ต่างประเทศไปเลย แต่ว่าต้องมีการวางแผน คุยกับช่อง กับกองถ่ายละคร คุยกับผู้จัดการว่าช่วงนี้ไม่อยู่นะ ให้คุยกับเขาไว้ล่วงหน้า เพื่อที่ว่าผมไม่อยู่เนี่ยจะต้องมีการจัดสรรเตรียมงานไว้ก่อน ถ่ายอะไรไว้ก่อน ช่วงไม่อยู่ก็จะไม่รับงานไม่รับละคร เพราะไปถึงจีนไปถึงอะไรนู้น

Q : ไปไกลที่สุดที่ไหน

ถ้าไกลที่สุดแต่ไม่ได้ขี่จากหน้าบ้านไปเนี่ย คืออินเดีย แต่ถ้าที่ขี่จากหน้าบ้านไปคือจีน ไปเรื่อยๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่จะมีการจัดสรรเส้นทางของทริปว่า พักโรงแรมไหน วาง route ไว้เลย สนุกมาก ทริปนี้หมดไปประมาณ 2 อาทิตย์

Q: เดินทางไกลในวิถีไบเกอร์ได้อะไรบ้าง

เยอะ ได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำสิ่งที่เรารัก ได้พักผ่อน ทุกอย่าง ได้เจอสิ่งใหม่ๆ มันของชอบอยู่แล้วไง ได้ไปก็สนุก ไม่อันตราย ถามว่าไม่กลัวความเร็วใช่ไหม ก็จริงๆ ผมไม่ได้ใช้ความเร็วมาก ยิ่งในต่างประเทศเนี่ย ยิ่งต้องกำหนด เพราะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเรื่องใหญ่

ทางตรงผมเคยใช้ความเร็วสุดประมาณ 200 ใช้ได้สูง เพราะมันเป็นทางที่ปลอดภัย มันคือทางเส้นมาเลเซีย เหมือนมอเตอร์เวย์บ้านเรา แต่ว่ามีความปลอดภัย เพราะมันเป็นทางตรงอย่างเดียวเลย แล้วเพราะเราเคยสำรวจเส้นทางกันมาแล้ว ขี่ได้ มันเป็นทางตรงอย่างเดียวเลยขี่ได้ ไม่งั้นหลับ (หัวเราะ) ทำความเร็วหน่อย ถามว่าใจคิดยังไง (หัวเราะ) ก็ไปเรื่อยๆ เพราะทุกคนขี่เท่านี้หมด แล้วคนที่นู่นเขาค่อนข้างขับรถให้มอเตอร์ไซค์ เห็นปุ๊บเขาเบรกเลย เพราะที่นู่นเขาขี่มอเตอร์ไซค์กันเยอะ พอเห็นแก๊งมอเตอร์ไซค์เขาจะเบี่ยง มันแทบจะไม่ได้มีการเบรกเลย ขี่ไปเรื่อยๆ ด้วยความปลอดภัยแต่ใช้ความเร็ว

Q : ข้อดีอย่างที่คุณบอก ข้อเสียของไบเกอร์มีบ้างไหม

ใจและรถคุณต้อง 100% ถ้ารถคุณไม่พร้อมสภาพจิตใจไม่พร้อมอย่าขี่เลยครับ เช่น ป่วย ไม่พร้อมที่จะขี่ บาดเจ็บ ต่างๆ นานา หรือรถไม่พร้อม รถเก่า ไม่มีการ maintenance อย่างดี เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนก็ได้ยางอะ ต้องเปลี่ยนเลยครับ นิดๆ หน่อยๆ อย่าเสียดาย ต้องกายพร้อม ใจพร้อม รถพร้อม แต่สิ่งที่จะต้องเตรียมตัวเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่เตรียมพร้อมกับเราคือสภาพอากาศ เพราะมันเป็นสิ่งที่แปรผัน เราก็ต้องพร้อมที่จะเจอมัน ร้อนมากแทบจะเป็นลม ฝนตกถนนลื่น ขี่ไปจะทำยังไง หิมะ คุณจะอยู่ได้ไงในความหนาว คุณจะต้องติดเบาะทำความร้อนเพิ่ม มียางในสำรอง คือทุกอย่างต้องมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี

ถ้าไม่ 100% มันจะตงิดๆ ใจแล้วขี่ไม่สนุก รถยางจะหมดเปล่า ก็ไม่กล้าขี่ แต่ถ้าเปลี่ยนยางใหม่ก็โอ้โห แต่ผมจะขี่ด้วยสติเป็นสิ่งนำ ผมขับไทรอัมพ์ เป็นดีลเลอร์ด้วย ที่จริงผมรู้จักมันมานานแล้ว อายุมันร้อยกว่าปี รู้จักมันมานาน แต่ว่ามามีโอกาสได้เป็นเจ้าของมันสัก 7 ปี เก็บตังค์ซื้อเอง

Q : เป็นไงบ้าง ตอนที่ซื้อมาขับเองคันแรก

แพงฉิบหายเลย (หัวเราะ) ตอนนั้นเกือบครึ่งล้าน เกินอะ ตอนเห็นครั้งแรก มันคือรถคลาสสิกในฝันของชายทุกคน ถ้าคนที่ชอบรถคลาสสิกก็จะต้องโหยหาไทรอัมพ์ ถ้าคนชอบครุยเซอร์ก็อาจจะไปฮาร์เลย์ เดวิดสัน แต่ถ้าคนชอบสปอร์ตๆ หน่อยก็จะไปดูคาติ แต่จริงๆ ไทรอัมพ์มีให้เลือกทุก segment มันก็ดีทั้งหมดแหละแต่ตอนนั้นเราโหยหารถคลาสสิก

Q : หลังจากที่ซื้อมาก็มีโอกาสได้ขี่สม่ำเสมอ

ครับ ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างที่เรารู้ บ้านเรารถติดมันช่วยเราทำเวลาได้ ทุกวันนี้ก็ยังใช้ในชีวิตประจำวัน

บทที่ 2 กราฟชีวิต ขึ้น-ลง

Q : ขอถามเรื่องชีวิตหน่อย กราฟชีวิตของเวียร์ ศุกลวัฒน์ ตอนนี้อยู่ในช่วงขึ้นหรือลง

ขึ้นนะ อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นหนุ่มเต็มตัว คาแรกเตอร์เราชัดเจนขึ้น เราเป็นหนุ่มประมาณไหน แต่ก่อนเราอาจจะยังแบบก้ำกึ่ง ยังไม่รู้จะไปในทิศทางไหน แต่พอเราโตขึ้น เรารู้ว่าเราชอบอะไร แล้วพอเรารู็ตัวตน พอทำอะไรมันก็ชัดเจน แล้วพอชัดเจนกราฟมันก็จะดีขึ้นเพราะไม่ต้องมาคิดว่าทำแล้วจะดีไหม

Q : ตัวตนของเวียร์คือยังไง

ก็คือผมเป็นผู้ช้ายผู้ชาย (เน้นเสียง) เป็นคนลุยๆ อย่างที่เห็นชอบขี่มอเตอร์ไซค์ ชอบเดินป่า ชอบสมบุกสมบัน ทำหมด การที่ได้เอาชนะใจตัวเอง การได้สัมผัสเกินขีดจำกัด คือเห็นแล้วอยากไปก็ไปเลย คือเราโตเราชอบประมาณเนี้ย ลุยๆ แมนๆ โตแล้วคุยกันง่าย

Q : เมื่อใดที่กราฟของชีวิตตก คุณมีแผนรับมือมันยังไง

คือจริงๆ ก็คงต้องอยู่กับมัน เคยมีครับช่วงสักครึ่งหนึ่งในชีวิตวงการบันเทิง ช่วงสักปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครรู้อาจจะมีเรื่องของชีวิตส่วนตัว ผลงาน มันมีช่วงอิ่มตัว จะไปต่อหรือพอ เราอยู่ถูกที่ไหม หรือเราทำเต็มที่แล้วไม่มีใครเห็น คือมันเป็นช่วงชีวิตหนึ่งผมว่าทุกคนต้องเป็นที่มานั่งคิดว่าเราทำอะไรอยู่ เราควรจะทำมันต่อไหม หรือหยุดตอนนี้แล้วไปทำอย่างอื่นมันจะทันไหม

มันจะมีช่วงนั้นบ้าง ไม่เป็นกราฟที่เชิงตก มันนิ่งๆ แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น คือเราก็อยู่กับมันไป เรียนรู้ที่จะอยู่กับกราฟชีวิตช่วงนั้นไม่ทำอะไร พัฒนาตัวเองอยู่เงียบๆ เริ่มทำอย่างอื่นบ้าง หา direction ใหม่ หรือว่าความคิดเราตันมันถึงมองไม่ออกว่าเราจะไปทิศทางไหน แต่ด้วยระยะเวลา อายุ มันเหมือนดอกไม้ ที่มันหุบแล้วเมื่อไหร่มันจะบานสักที เราก็ไม่รู้ว่าต้องรอหน้าหนาว หรือรออีก 3 ปี ดอกนี้มันจะบานอีกที เราก็อยู่ของเราไป

Q : นานไหม

ไม่นานครับ แต่มันก็ดีนะครับ พอผ่านจุดนั้นมาได้เราจะรู้ว่ามันมีระยะเวลาของมันเอง บางคนอาจจะเร็วบางคนอาจจะช้าสักหน่อย บางคนบานทุกวันเลย บางคนกว่าจะบานเป็น 10 ปี แต่บานแล้วบานเลย

Q : การแสดงหรือผลงานบันเทิงในตอนนี้ถ้าให้เปรียบเทียบเป็นกราฟในระดับ 1-10 อยู่ในขั้นไหน

ให้สัก 5-6 คือในสายอาชีพนักแสดงผมมองว่ามันไม่มีที่สิ้นสุด ผมมองว่ามันผีเข้าผีออก ผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่อะไร มันยากเหมือนกันนะ คือพอจะดีมันก็ดี ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่ใช่ว่าเราทำดีแล้วมันจะดีเพราะว่าการจะมาเป็นละครสักเรื่อง องค์ประกอบมันหลายอย่าง แต่เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถ้ามันจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่

อย่างเรื่องของการแสดงมันไม่มีจุดสิ้นสุดเหมือนกัน บางทีเราเดินทางผิดก็มี เราเล่นอย่างนี้มาตั้งนานเรารู้สึกว่ามันเดิมๆ

Q : นักแสดงรุ่นเก๋ามากรางวัลอย่างหลิว เต๋อหัว บอกไว้ว่า เขาไม่กล้าขี้เกียจ เพราะคนที่เก่งกว่าผม เขายังพยายามอยู่ ?

ใช่ครับ ผมว่าเราก็ต้องหา direction ใหม่ ล้างสมองใหม่ หาคนกลุ่มใหม่ๆ ปรึกษาว่าทำยังไงถึงจะเล่นแบบอื่นได้ ผมว่ายากมาก ผมว่าทุกคนควรจะเป็นเหมือนผม ควรมีการล้างสมองบ้าง บางทีเราเล่นลึกมากๆ เราถอดไม่ออกก็แย่ มันก็จะติดฝังตัวเป็นคนที่เศร้าๆ ทั้งวันทั้งคืน ถอดไม่ออกก็มี บางคนใส่ไม่เข้าสักที หรือเล่นไปจนจบเรื่องก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร คือผมว่ามันหลายองค์ประกอบในการแสดง อย่างที่มีคนได้รับรางวัลนักแสดงห่วย แล้วอีกปีหนึ่งได้ออสการ์ เป็นไปได้ยังไง ทุกอย่างมีขึ้นมีลง มันขึ้นอยู่กับว่า ณ ตอนนั้นคุณเป็นยังไงมากกว่า

บทที่ 3 ธุรกิจ วิถีคิดเร็ว

Q : เวลาจะทำอะไรให้ใช้สัญชาตญาณหรือความชื่นชอบ ในเรื่องการแสดงด้วย ธุรกิจด้วย

จริงๆ มันต้องสองอย่าง ความชื่นชอบต้องมาก่อน พอเรามีความชอบเราสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ มันก็จะรู้ว่าสัญชาตญาณเราดีขึ้น ด้วยความที่เรามีประสบการณ์ ผมเชื่อว่า เอาง่ายๆ คนกับสัตว์ไม่เหมือนกัน สัตว์ถ้ามันกลัวมันก็จะกลัว แต่ถ้าคนกลัวแล้วมันยังกล้าได้ มันจะมีประสบการณ์ของคนที่ทำให้คนเป็นมนุษย์ สัตว์ถ้าแพ้ก็หนี แต่มนุษย์มีประสบการณ์ในการเอาตัวรอดไง

ผมเป็นคนที่ทุกอาทิตย์จะต้องมานั่งทบทวนว่าทำอะไรไปบ้าง ดีไม่ดี 100 หรือ 50 70 ชอบประเมินตัวเอง วันไหนไม่เต็ม เดี๋ยววันหน้าเอาใหม่ ต้องมีที่เต็มบ้างแหละ

Q: ธุรกิจแรกที่ทำคืออะไร

ร้านอาหาร แล้วก็มามอเตอร์ไซค์ ผมชอบเล่นฟิตเนสแล้วก็ไปขอหยอดนิดนึงไปขอเป็นหุ้นส่วนที่วิภาวดี 61 สุดท้ายก็มาเป็นธุรกิจแฟชั่น ด้วยความที่เราได้คลุกคลีกับวงการแฟชั่น เราก็มีความคิดแล้วแหละว่าวันหนึ่งถ้าเรามีประสบการณ์มากพอ เรียนรู้มากพอ เราก็อยากทำ โดยที่มันเป็นตัวตนเราด้วยแล้วเป็นสิ่งที่เราชอบ เป็นคนชอบใส่รองเท้า โชคดีมากมีพาร์ตเนอร์เข้ามาชื่อรอนนี่ เข้ามาคุย เราเป็นเพื่อนกันในฟิตเนส ซึ่งเป็นธุรกิจของผมธุรกิจหนึ่ง ก็เลยคุยกันว่าผมอยากทำแบรนด์รองเท้า ผมชอบแบรนด์นี้ที่เป็น footwear มีคนเอาเข้ามายัง ถามเขา เพราะว่ารอนนี่มีธุรกิจนำเข้าอยูแล้ว พอเช็กโชคดียังไม่มีคนนำเข้า ผมว่ามันก็เข้ากับผมนะ ซึ่งมันมีตั้งแต่ sneakers ที่เป็นรองเท้าผ้าใบ จนไปถึงขั้นที่ดู Casual ขึ้นมาหน่อย

มันมีหลากหลายและผมว่ามันก็ตอบโจทย์นะถ้าเราจะเอามาขาย ด้วยความที่เป็นแบรนด์แฟชั่นที่อยู่มานานและไม่เคยหายไปไหน เขาทำได้เพราะเขามีการพัฒนา การตามแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา แล้วฐานเขาค่อนข้างใหญ่ เราเลยเดินต่อเลย คุยเสร็จปุ๊บก็มานั่งคุยว่าจะทำการตลาดยังไง เริ่มต้นยังไง เราจะช่วยกันในการมาร์เกตติ้งให้มันเกิดยังไง ก็เริ่มจากรองเท้าแตะ มาช่วยกันเรื่องการตลาด ถ้าเวียร์ถนัดเรื่องวงการบันเทิงก็ลองเอาไปให้เพื่อนๆ ใช้ก็ได้ภาพ มีคนใส่ อยากได้ภาพว่ารองเท้าเจ๋งอะ ใส่ได้ ใส่ง่าย ใส่ได้ทุกคน ทุกวัย

Q : รายละเอียดมันยุ่บยั่บไหมธุรกิจนี้

ขั้นตอนมันยุ่บยั่บเหมือนกัน ผ่านมาด้วยความโชคดีเพราะพาร์ตเนอร์ แล้วเราก็ต้องการที่จะทำจริงๆ ก็ส่งโปรไฟล์ของเราไปด้วย พอเขาโอเคก็ลุยกันต่อ มีตั้งแต่รองเท้าแตะ จนถึงสนีกเกอร์ จนถึงแบบที่ใส่อยู่ผมชอบแบบนี้นะ พื้นมันโอเคเลยนะ ดี

Q : ลงทุนไปเท่าไร

ประมาณหนึ่งครับ 7 หลักแต่ไม่ถึง 8 หลัก

Q : คุณบาลานซ์ภาคธุรกิจนี้ในชีวิตปกติสักกี่เปอร์เซ็นต์

ก็ทุ่มเต็มที่ ถ้าเราไม่ทำเองไม่ลงมาทำ ปกติเราเป็นพรีเซนเตอร์ แต่อันนี้ไม่ใช่ เราทำเอง เป็นของเราจริงๆ มันก็ทำได้สนุกกว่า เต็มที่กว่า มันก็เต็มที่คนละรูปแบบ ถ้าเป็นพรีเซนเตอร์ก็เต็มที่ในการพรีเซนต์ แต่อันนี้ทั้งเป็นพรีเซนเตอร์เองด้วย

Q : เครียดไหม 

ตอนเรามองเราก็มองคู่แข่งของเรา แต่เอาตรงๆ เราก็มองไม่เห็น ของเรามันมาในรูปแบบที่มันจะต้องมีทางที่เราเสียบเข้าไป แต่เราจะทำยังไง ก็มีการพูดคุยกันตลอดในเรื่องของมาร์เกตติ้ง เมื่อกี้ก็เพิ่งคุยกันตอนไปเข้าห้องน้ำ ผมว่ามันต้องมีทางของเรา

Q: ตั้งเป้ากับธุรกิจนี้และสามารถเอาอยู่ในกี่ปี

2-3 ปี ทำอย่างงี้ต้องเร็ว ช้าไม่ได้

Q : เป็นนักแสดงที่มองเส้นทางอื่นเพื่อรองรับกับอาชีพการแสดงที่มันไม่แน่นอน พูดถูกไหม

สำหรับผมยังนะ ผมคิดว่าผมก็ยังอยากทำการแสดงให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันก็เป็นอาชีพที่ผมรัก การแสดง ตอนที่ผมไปไม่ไหวจริงๆอาจเป็นตอนที่ลูกผมโตแล้ว หรือแก่ แต่ก็อาจจะไปทำเบื้องหลัง แล้วก็ทำธุรกิจแบบนี้ควบคู่กันไป

บทที่ 4 ย้อนความหวัง ไม่ได้หวัง แต่ได้

Q  : ตอนเด็กๆ อยากเป็นอะไร

อยากเป็นวิศวกร ซึ่งผมก็เรียนจบนะแต่ไม่ได้ทำ (หัวเราะ)

Q : เคยสักแวบตอนเด็กๆ ว่าอยากเป็นนักแสดง นักธุรกิจ

ไม่มีครับแต่เคยอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็เริ่มมีแล้ว

Q : มาไกลเกินฝัน?

ตอนนั้นไม่ได้ฝันไว้ด้วย แต่ก็ถือว่ามาไกล ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ แต่ก็ไม่คิดจะหยุดแค่นี้

Q : ที่ไม่ได้ตั้งความพอใจ คิดว่าไปให้ไกลสุดเท่าที่จะทำได้

ไปได้เรื่อยๆ ครับ ไม่ทำอะไรที่มากดดันตัวเอง ทำอะไรด้วยความสุข ด้วยความชอบ แล้วมันจะไม่กดดัน ไม่เบื่อ มันจะไปได้เรื่อยๆ แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างเดียว เราทำหลายอย่าง มันจะใหม่อยู่เสมอ

Q : นี่คือฝันของหนุ่ม 31 ที่ทำการแสดง และเป็นเจ้าของธุรกิจ

อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อบันเทิง ก็คือเป็นผู้จัดสักอายุประมาณหนึ่ง

บทที่ 5 ย้ายรัง และนิยามบ้านหลังเก่า

Q : ถามตรงๆ อยากย้ายไปอยู่ช่องอื่นไหม

ไม่นะ เหมือนเป็นครอบครัว

Q : นิยามช่อง 7 สำหรับเราคืออะไร

คนที่ดูแลผมด้วยดีเสมอมา ตอนแรกเหมือนโรงเรียน พออยู่ไปอยู่มาเหมือนบ้าน ตอนแรกเหมือนเราเข้ามาหาความรู้ แต่พออยู่ไปอยู่มาเหมือนบ้าน

Q : มีใครชวนไปช่องอื่นไหม เดาว่ามากมาย ยิ่งผู้จัดการส่วนตัวรู้จักคนเยอะมาก?

ไม่มีใครชวนกับตัว แต่อาจชวนผ่านคนอื่นมีบ้าง เขาชวนไปงั้นแหละ รู้อยู่ไม่ไปหรอก

Q:  จะอยู่ช่อง 7 ตราบชั่วฟ้าดินสลายพูดแบบนี้ถูกไหม?

ก็ไม่รู้เหมือนกัน มันคืออนาคต ในอนาคตถ้าเป็นนักแสดงผมก็อยู่ที่นี่ แต่ในอนาคตผมไม่รู้จะเป็นไปในทิศทางไหน ผมว่าอยู่ช่อง 7 แล้วพัฒนาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดก่อน เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมสนุกกับการได้หา ได้พัฒนาฝีมือตัวเอง คุณยังเรียนไม่จบเลยแล้วจะย้ายไปที่อื่นแล้วเหรอ คุณยังไม่จบการศึกษาคุณจะย้ายไปโรงเรียนอื่น ผมก็ไม่รู้นะ บางคนเขาอาจจะมองว่าเขาจบแล้วก็ได้ แต่ผมมองว่าผมยังไม่จบ

Q : เราก็รู้สึกว่าเรายังไม่ท็อปฟอร์ม

ก็ยังไปได้อีก ไปได้เรื่อยๆ ผมว่ายังไปได้อีกนะ อาจจะมีบางช่วง พักไป ทำนู่นทำนี่ ไปล้างสมอง หรือเส้นทางใหม่แล้วกลับมาเริ่มใหม่มันเลยไม่น่าเบื่อ ก็ไม่รู้จะย้ายทำไม

Q : อะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำในวงการ

ไม่มีนะครับ อาจจะเป็นผู้กำกับก็น่าสนุก หรือผู้จัดในอนาคตอยากทำ (อยากเป็นฟรีแลนซ์ไหม) น่าสนใจ รายการทีวีแบบพี่เรย์ ผมว่ามัน และเป็นตัวเราด้วย

Q : อีก 5 ปีจะเห็นเวียร์เป็นแบบไหน

เป็นผู้จัด เป็นเจ้าของธุรกิจรองเท้าผ้าใบ ที่มีบ้านเป็นของตัวเอง มีครอบครัว (5 ปี ก็อยากจะแต่งงานใช่ไหม) ก็อยากจะแต่งครับ อีก 5 ปีก็พอดี ถ้ามีคนข้างกาย ณ ตอนนั้น ที่ใช่แล้วก็อยากจะแต่ง

บทสุดท้าย คำถามที่ไม่เคยบอก

Q : ผู้หญิงที่จะอยู่กับเวียร์เป็นยังไง

ก็ต้องอยู่ด้วยความสบายใจ ผมก็ไม่รู้นะ ผิดบ้างก็ต้องมีบ้างแหละ ก็ต้องคุยกัน คือบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าพูดกับเรา ไม่อย่างงั้นเราก็อาจจะทำผิดจนกู่ไม่กลับ เพราะเราก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ตลอด

Q : สูง ต่ำ ดำ ขาว

เอาแบบสุขภาพดี เฮลตี้หน่อย

Q : คำถามที่นักข่าวบันเทิงถามแล้วไม่ชอบมีไหม

ไม่มีครับ มีแต่คำถามที่ผมเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป แต่ก็จะตอบ ไม่ค่อยมี

Q : เบลล่า ราณี เป็นแฟนคุณไหม

(หัวเราะ) ก็เรื่อยๆ คือเรารู้สึกว่าเราเป็นฝ่ายเข้าไปคุย ตอนนี้ยังคุยกันอยู่ แต่เขายังไม่ตอบรับผมเป็นแฟน (หัวเราะ) เขาเป็นคนน่ารัก เป็นคนดี และก็ไม่ได้คุยกับใครนอกจากผมนะครับ 

เรื่อง : raydo_TRnews

ในวันที่เขากำลังจับธุรกิจตัวใหม่ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ตัวจริงเขาดูแมนกว่าในจอทีวีมาก ทั้งคำพูดคำจา กิริยา ท่าทาง ดูเป็นผู้ชายที่ไม่สำอาง ภาษาแมสเรียกว่า 'เซอร์' ตรงๆ 2 ส.ค. 2559 14:06 29 ส.ค. 2559 11:21 ไทยรัฐ