วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะลึง บัญชีโจรมีเงิน 12 ล.! ผกก.แจ้งความล่า บังอาจแฮกเฟซยืมเงินเพื่อน

ผกก.ทุ่งคาโงกเดินหน้าแจ้งความสาวลึก มือแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวส่งข้อความขอยืมเงินไปทั่วประเทศ สร้างความเสื่อมเสีย ตรวจสอบบัญชีผู้ต้องสงสัยพบมีเงินเข้าออก 2 เดือนกว่า 12 ล้านบาท คาดทำกันเป็นขบวนการ...

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 ก.ค. 59 พ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.ทุ่งคาโงก จ.พังงา อดีต ผกก.สภ.ทุ่งทอง จ.ภูเก็ต แจ้งมายังนายชัยชนะ เขียวแก้ว ประธานกลุ่มไทยรัฐฝั่งอันดามันและผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐ ไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีประจำ จ.ภูเก็ต กรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา นายชัยชนะได้โทรศัพท์แจ้งไปยัง พ.ต.อ.ชวลิต หลังมีข้อความส่งผ่านกล่องข้อความหรือ In Box ของเฟซบุ๊กระบุต้องการขอยืมเงินจำนวน 3,000 บาท อ้างว่าติดธุระ ไม่สามารถโอนเงินได้ โดยจะคืนเงินให้เวลา 09.00 น. วันที่ 31 ก.ค.มายังเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายชัยชนะ ซึ่งพบข้อพิรุธในขณะนั้น จึงมีการคุยกับคนที่ส่งข้อความยืมเงินที่อ้างตัวเป็น พ.ต.อ.ชวลิตไปพลางพร้อมกับโทรศัพท์หา ผกก.เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

จนได้รับการยืนยันจาก พ.ต.อ.ชวลิต ว่า ไม่ได้ส่งข้อความดังกล่าวมายังเฟซบุ๊กของนายชัยชนะแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่าถูกคนร้ายแฮกเข้าไปใช้เฟซบุ๊กแล้วส่งข้อความไปยืมเงินจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในเฟซบุ๊กของ พ.ต.อ.ชวลิต จึงมีการออกอุบายตอบรับการยืมเงิน โดยขอเลขที่บัญชีพร้อมชื่อ-นามสกุลที่จะโอนเงิน ซึ่งผู้ที่อ้างตัวเป็น พ.ต.อ.ชวลิตได้ส่งเลขที่บัญชีกลับมาระบุชื่อ นายสมศักดิ์ เลขที่บัญชี 161-231-15…ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ได้ระบุสาขา โดยผู้ขอยืมยังขอสลิปการโอนอีกด้วย พร้อมกับมีการส่งข้อความสอบถามความคืบหน้าในการโอนเป็นระยะ ในที่สุดอีกราว 1 ชั่วโมงเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ปิดตัวลงและหายไปจากระบบ ซึ่งนายชัยชนะได้แจ้งกลับไปยัง พ.ต.อ.ชวลิตเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบไปตามหมายเลขบัญชีดังกล่าว ขณะที่ พ.ต.อ.ชวลิตได้ฝากช่วยเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กทราบเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าวด้วย แม้แต่ตำรวจเองยังไม่วายที่จะถูกแฮกข้อความไปก่อเหตุ (อ่านข่าว ช่างกล้า! โจรแฮกเฟซบุ๊ก อ้างเป็น ผกก.ยืมเงินไปทั่ว ดีไหวตัวทัน)

ล่าสุด เวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.ทุ่งคาโงก จ.พังงา ได้แจ้งมายังนายชัยชนะ เขียวแก้ว เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้ได้มอบอำนาจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่แฮกเฟซบุ๊กนำไปใช้ในทางมิชอบ โดยการส่งข้อความไปขอยืมเงินเพื่อนในเฟซบุ๊กส่วนตัว สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงและสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและตำแหน่งหน้าที่การงาน ตลอดจนคนรอบข้างไว้ที่ สภ.ฉลอง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะต้องมีการออกหมายเรียกบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีตามที่ผู้แอบอ้างกับบุคคลที่ถูกส่งข้อความไปยืมเงินในเฟซบุ๊กภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถ้าไม่มาตามหมายเรียก จะเข้าสู่ขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับตามขั้นตอนต่อไป

"จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในบัญชีดังกล่าว ปรากฏว่าห้วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนและสันนิษฐานคาดว่าเงินที่มีการเข้าออกในบัญชีนั้นอาจได้มาโดยมิชอบ กล่าวคือ อาจได้มาโดยการขอยืมเงินตามเฟซบุ๊กต่างๆ โดยการแฮกชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงทางสังคมหรือเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ จากนั้นจะส่งข้อความไปใน In Box หรือกล่องข้อความแต่ละคนที่เป็นเพื่อนของเจ้าของเฟซบุ๊กนั้นๆ เพื่อขอยืมเงิน รายละ 3,000-5,000 บาท บางรายอาจถึง 10,000-20,000 บาท และเมื่อได้เงินมาจะปิดเฟซปลอมนั้นทันที จากนั้นจะไม่สามารถติดต่อบุคคลดังกล่าวได้อีก ทำให้มิจฉาชีพดังกล่าวมีเงินเข้าออกในบัญชีเป็นจำนวนมาก"

พ.ต.อ.ชวลิต กล่าวด้วยว่า การที่ต้องเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีนั้น ไม่เพียงแต่จะปกป้องศักดิ์ศรีและหน้าที่การงานทางราชการของตนเอง ยังต้องการให้มีการสาวลงลึกไปยังมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะต้องทำกันเป็นขั้นตอนและขบวนการ ไม่ได้ทำเพียงลำพังอย่างแน่นอน ส่วนเจ้าของบัญชีที่ปรากฏชื่ออยู่จะรู้เห็นหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน ขณะเดียวกันถ้าพบว่าเงินในบัญชีดังกล่าวได้มาโดยมิชอบหรือเป็นการฉ้อโกงประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดำเนินการอายัดเงินทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบ.

(ภาพจากเฟซบุ๊ก พ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย)

ผกก.ทุ่งคาโงกเดินหน้าแจ้งความสาวลึก มือแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวส่งข้อความขอยืมเงินไปทั่วประเทศ สร้างความเสื่อมเสีย ตรวจสอบบัญชีผู้ต้องสงสัยพบมีเงินเข้าออก 2 เดือนกว่า 12 ล้านบาท คาดทำกันเป็นขบวนการ... 2 ส.ค. 2559 14:03 2 ส.ค. 2559 14:27 ไทยรัฐ