วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้กำลังใจ e–Payment พลาดเป้า...ดีกว่าไม่ทำ

โดย ซูม

แผนงานสำคัญแผนหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ที่มีการประกาศไว้อย่างจริงจัง และเริ่มลงมือดำเนินการไปแล้วอย่างเอาจริงเอาจังเช่นกัน คงต้องยกให้แผนงาน National e–Payment หรือระบบการชำระเงินทั่วประเทศในระบบอิเล็กทรอนิกส์นั่นละครับ

รัฐบาลอนุมัติแผนงานนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 พอย่างเข้าสู่ปี 2559 ก็ออกมาแถลงขั้นตอนทำงานและโครงการหลักๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในทันทีทันควัน

จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติสำหรับโครงการที่เป็นหัวใจของแผนงานนี้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมาถึง 2 โครงการ ได้แก่...1.โครงการ พร้อมเพย์ หรือการโอนเงินผ่านธนาคารต่างๆ ผ่านบัตรพิเศษที่อิงอยู่กับหมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ธนาคารต่างๆกำลังโฆษณาครึกโครมอยู่ในขณะนี้

2.โครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 100,000 บาท ที่เริ่มลงทะเบียนมาตั้งแต่ 15 ก.ค. และยังเปิดต่อไปถึง 15 ส.ค.

สำหรับโครงการหลักอื่นๆ เช่น การส่งเสริมการใช้บัตรเครดิตให้กว้างขวางขึ้นโดยการสนับสนุนให้มีเครื่องรูดปรื๊ดแพร่กระจายอย่างทั่วถึงทั้งร้านใหญ่ร้านเล็กทั่วประเทศ ยังไม่มีรายงานมาให้ทราบ

แต่ผมก็เข้าใจว่าท่านคงเดินหน้ากันมาแล้วล่ะ เพียงแต่ยังไม่ได้แถลงข่าวหรือแถลงแล้วแต่ผมอาจตกหล่นไปก็เป็นได้

กระทรวงการคลังตั้งความหวังไว้พอสมควรว่าโครงการ National e-Payment ที่ว่านี้นอกจากเป็นการเดินเข้าสู่ความทันสมัยตามสากลโลกแล้ว ยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน การพิมพ์ธนบัตรการบริหารธนบัตรหรือเงินสดได้ถึง 7 หมื่น 5 พันล้านบาท

โดยส่วนตัวของผม แม้จะยังคงนิยมการใช้เงินสดและมีความสุขในการลูบคลำหรือหยิบเงินสดออกมาใช้ซื้อของ จ่ายโน่นนี่

แต่กระนั้นก็เข้าใจและเห็นด้วยกับรัฐบาลที่พยายามจะผลักดันการใช้เงินแห้งหรือเงินจากบัตรพลาสติกให้มากขึ้น

จึงได้เขียนให้กำลังใจและช่วยประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจแก่ประชาชนแทนรัฐบาลมาโดยตลอด

ดังนั้นเมื่ออ่านข่าวพบว่าหลายๆโครงการที่รัฐบาลลงมือทำไปแล้วได้รับการตอบสนองค่อนข้างน้อยผมจึงรู้สึกหนักใจแทน

อย่างเมื่อวานนี้ พอมีข่าวว่าการลงทะเบียนคนจนซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีบัตรและต่อไปบัตรนี้ก็จะใช้ชำระเงินต่างๆแทนเงินสดได้ด้วยนั้นยังมีคนลงทะเบียนค่อนข้างน้อย

ผมก็เอามาช่วยเขียนประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้อีกแรงหนึ่ง

เรื่องพร้อมเพย์ของธนาคารก็ดูอืดๆเช่นกัน ผมยังไม่เห็นรายงานที่ชัดเจน แต่ฟังจากข่าวซุบซิบก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

อาจจะเป็นเพราะมีเสียงเตือนเสียงติงกันมาก แม้คอลัมน์ผมก็เคยติงและถามว่าคนไทยพร้อมหรือยัง? ธนาคารพร้อมหรือยัง? อยู่ครั้ง 2 ครั้ง

ทำให้คนไทยยังรู้สึกลังเลและสมัครเข้าใช้บริการนี้ค่อนข้างน้อย

หากทั้ง 2 โครงการนี้ หรือโครงการอื่นที่จะตามมาเพื่อที่จะทำให้แผนงาน National e-Paymant บรรลุวัตถุประสงค์ แต่กลับไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ดังข่าวคราวในขณะนี้ ผมก็คงต้องทำหน้าที่ให้กำลังใจและขอให้กระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย และ ฯลฯ เดินหน้าต่อไปอย่าได้ท้อถอยเป็นอันขาด

ไม่มีงานใดในประเทศไทยจะสำเร็จผลได้ง่ายๆหรอกครับ ต้องยากเย็นแสนเข็ญลำบากลำบนด้วยกันทั้งนั้น

แผนงานนี้ยังดีกว่าอีกหลายๆงาน เพราะยังมีโครงการภาคปฏิบัติออกมาให้เห็นหลายๆอย่าง ต่ำกว่าเป้าไปบ้างแต่ก็ยังมีให้เห็นเป็นรูปธรรม

หลายๆแผนงาน หรือโครงการที่เขียนไว้ในแผนพัฒนาชาติยังไม่ได้ทำอีกเยอะเลยครับ หรือบางอย่างมาทำเอาเกือบ 20 ปีให้หลัง

ยกตัวอย่างวิธีการทำงานที่เรียกว่า “ประชารัฐ” นี่แหละ เขียนไว้ตั้งแต่แผนฉบับที่ 8 พ.ศ.2540-2544 ไม่เชื่อลองไปถาม ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการสภาพัฒน์ ในช่วงเวลาดังกล่าวดูซีครับ

เขียนเอาไว้แผน 8 มาทำตอนปลายแผน 11 ในยุคของรัฐบาลบิ๊กตู่ นับเวลาแล้ว 18 ปี พอดีเลย

ฉะนั้นท่านผู้รับผิดชอบแผนงาน e–Payment ซึ่งเพิ่งจะเริ่มได้ไม่กี่เดือนจงอย่าเพิ่งท้อแท้ใจ เพราะท่านคิดปุ๊บก็ได้ทำปั๊บ หาโอกาสแบบนี้ได้ง่ายๆที่ไหนล่ะ.

“ซูม”

2 ส.ค. 2559 09:44 ไทยรัฐ