วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอเปรมมอบตัวตร. ปฏิเสธข้อหา แจ้งกลับสื่อ! กลุ่มพิทักษ์ฯยื่น 'หน.คสช.' ปลดพ้นเก้าอี้

“หมอเปรม” ยิ้มร่าเข้าพบตำรวจปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งความกลับ 5 นักข่าวกักขังหน่วงเหนี่ยว มั่นใจไม่แพ้คดี ด้านศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่รวมตัวยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯขอนแก่น หลังหมอเปรมคุกคามสื่อเรียกร้อง 3 ประเด็น ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบความผิด และการปลดพนักงานเทศบาลอย่างไม่เป็นธรรม ส่วนคณะกรรมการระดับจังหวัดเตรียมเรียกสอบชี้มูลความผิดภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่เลขาฯสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นหนังสือร้องนายกฯ ใช้ ม.44 ปลดหมอเปรม

ศึกบานปลาย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ หรือหมอเปรม นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ไม่พอใจสื่อนำเสนอข่าววิวาห์หวานกับสาว ม.5 จับตัวนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดลินิวส์ ประจำจังหวัดขอนแก่นแก้ผ้าในห้องทำงานต่อหน้ากลุ่มผู้สื่อข่าวหลายสำนักขณะไปขอสัมภาษณ์ จนกระทั่งเหยี่ยวข่าวของ “เดลินิวส์” แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่หมอเปรมโต้กลับโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นพร้อมคณะกรรมการรับเงินจากนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช 5,000 บาท เพื่อร่วมมือกันเล่นงานหมอเปรม ต่อมา พ.ท.พิสิษฐ์เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับหมอเปรมข้อหาหมิ่นประมาททางคอมพิวเตอร์

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ส.ค. นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เดินทางมาพร้อมกับทนายความถือแฟ้มเอกสารเข้าพบตำรวจ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มีบรรดาผู้สื่อข่าวดักเฝ้ารอทำข่าวอยู่ที่หน้าโรงพักเป็นจำนวนมาก หมอเปรมเดินมาทักทายกับกลุ่มผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ยังไม่ให้สัมภาษณ์ จากนั้นเข้าห้องสอบสวนเพื่อชี้แจงคดีดังกล่าว มี พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ เข้าร่วมสอบสวนด้วยใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากนั้นหมอเปรมเดินออกจากห้องขึ้นรถพูดสั้นๆว่า “มาทำหน้าที่ มั่นใจในหลักฐานไม่แพ้คดี”

พ.ต.อ.จำรัส ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่านพ.เปรมศักดิ์เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง สอบสวนนพ.เปรมศักดิ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันแจ้งความกลับผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คน ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่ได้มาบันทึกไว้เป็นหลักฐานในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเป็นพนักงานเทศบาลแล้ว 3 ปาก ส่วนที่เหลืออีก 6-7 คน จะเรียกมาสอบให้ครบต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ส่วนหลักฐานกล้องวงจรปิดตรวจยึดมาแล้วจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็กอีกครั้งว่าในห้องทำงานนพ.เปรมศักดิ์มีใครเข้าออกบ้าง ขณะนี้ นพ.เปรมศักดิ์ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ส่วนการแจ้งความกลับก็เป็นสิทธิ์

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ชาวบ้านจากใน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 50 คน นำโดยนายเดชคำรณ สิงคลีบุตร สมาชิก อบจ.บ้านไผ่และคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่ (ขก.5) นายบุญเหลือ เรืองลือ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านไผ่ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในฐานะกำกับและควบคุมหน่วยงานภาครัฐของจังหวัด ให้พิจารณาพฤติกรรมของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่หลังจับตัวผู้สื่อข่าวแก้ผ้า

ต่อมานายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รอง ผวจ.ขอนแก่น เป็นผู้รับหนังสือท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่จากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่น นำโดย พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กกล.รส.จ.ขอนแก่น ในฐานะเสนาธิการศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น นายสัมภาษณ์ ศรีหงส์ ป้องกันจังหวัดขอนแก่นและนายเรืองระวี จันทนาม ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่นร่วมรับเรื่องร้องเรียน

นายเดชคำรณเปิดเผยว่า ชาวบ้านใน อ.บ้านไผ่ รับไม่ได้กับพฤติกรรมของหมอเปรม โดยเฉพาะการกระทำที่คุกคามสื่อ จนต้องออกมาเคลื่อนไหวและหาความจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมดเพราะทำให้ภาพลักษณ์ของชาวบ้านไผ่เสื่อมเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้น การเข้าร้องเรียนกับ ผวจ.ขอนแก่น รวม 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ขอให้ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความไม่สบายใจของคนในพื้นที่และเห็นว่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชาวบ้านไผ่

อีกทั้งตามข้อกฎหมายเทศบาล พ.ศ.2496 น่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่เทศบาล 2.หมอเปรมมีพฤติกรรมคุกคามสื่อในห้องทำงาน เป็นเหตุที่สามารถบ่งบอกว่าบุคคลนี้เป็นผู้ลุแก่อำนาจ และ 3.ใช้อำนาจในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐมิชอบเกี่ยวกับการปลดพนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่

นายเดชคำรณเปิดเผยอีกว่า ชาวบ้านไผ่ต้องการให้หมอเปรมหยุดการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคุ้มครองพยานในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เนื่องจากเกรงถูกผู้ถูกกล่าวหาใช้อำนาจกระทำการข่มขู่ หากหมอเปรมกระทำผิดจริงขอให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของผู้บริหารท้องถิ่นรายอื่นๆ รวมทั้งเรียกร้องให้ปลดหมอเปรมออกจากการเป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไผ่ ให้ทางจังหวัดดำเนินการอย่างรัดกุมและสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

นายประเสริฐ รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ข้อร้องเรียนทั้ง 3 เรื่อง ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีปลัดจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน ส่งเรื่องที่รับมาไปสอบสวนร่วมกันและชี้มูลความผิดไปทีละเรื่อง ยังคงยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและจะสอบสวนอย่างรัดกุมและรอบคอบ

ด้านนายเรืองระวี จันทนาม ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย สำนักงานท้องถิ่น จ.ขอนแก่น ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสอบสวน กล่าวว่า หมอเปรมเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.บ้านไผ่ ติดต่อขอเลื่อนนัดสอบปากคำพนักงานสอบสวนของจังหวัด คณะกรรมการจะเรียกหมอเปรมมาสอบอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ตามระยะเวลาที่กำหนด 15 วัน ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้นมีสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเป็นเลขานุการนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะข้อมูลจากสื่อมวลชนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากหมอเปรมไม่มาให้ปากคำหรือชี้แจงในเรื่องเกิดขึ้น คณะกรรมการสอบสวนก็มีอำนาจและดุลพินิจชี้มูลความผิดได้เช่นกัน

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

นายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า หมอเปรมมีภรรยาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น การที่หมอเปรมทำพิธีหมั้นหรือแต่งงานกับเด็กนักเรียนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เข้าข่ายกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในทำนองชู้สาว และยังกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้สื่อข่าวที่ไปปฏิบัติหน้าที่ สมาคม ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของหมอเปรม เพื่อตรวจสอบการกระทำอันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรงของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เพราะการกักขังผู้สื่อข่าวถือว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 มาตรา 310 ประกอบมาตรา 84 และการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อวินัยและจริยธรรมของข้าราชการการเมืองท้องถิ่นฝ่ายบริหารอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดเสียก่อน

นายศรีสุวรรณเปิดเผยอีกว่า ไปตรวจสอบบ้านของเด็กสาวที่แต่งงานกับหมอเปรม บ้านเลขที่ 27/25 หมู่ 4 ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พบว่าครอบครัวและเด็กคนดังกล่าวได้ย้ายหนีไปแล้ว ติดต่อไม่ได้และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพราะเกรงว่าหากหมอเปรมยังปฏิบัติหน้าที่อยู่อาจจะบิดเบือนหรือทำลายพยานหลักฐาน

ที่สตูดิโอไทยรัฐทีวี ถนนวิภาวดีรังสิต พ.ท. พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น พร้อมกับกลุ่มผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์เดินทางมาออกรายการถามตรงๆ ตอน “เปิดใจนักข่าวขอนแก่น” ปมร้อน “หมอเปรม” กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ หลังจากบันทึกรายการเสร็จ พ.ท.พิสิษฐ์เปิดเผยว่า สื่อมวลชนมีหน้าที่ต้องไปติดตามข่าว หมอเปรมสามารถปฏิเสธการให้ข่าวหรือเชิญสื่อไปชี้แจงข้อเท็จจริง แต่เลือกทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง เรื่องนี้สมาคมไม่ได้นิ่งนอนใจออกแถลงการณ์คุกคามสื่อทำเกินกว่าเหตุไปแล้ว เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ตนเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับหมอเปรมโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าสมาคมและนักข่าวรับมอบเงินจากนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช พยายามบิดเบือนเอางานทอดผ้าป่ามหากุศลที่สมาคมสมทบทุนช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ใน จ.ขอนแก่น มาดิสเครดิตนักข่าวทำให้สมาคมเสียหาย ตนและคณะกรรมการที่อยู่ในภาพถ่ายมอบเงิน 5 คน จะเข้าให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันที่ 2 ส.ค.นี้

“หมอเปรม” ยิ้มร่าเข้าพบตำรวจปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งความกลับ 5 นักข่าวกักขังหน่วงเหนี่ยว มั่นใจไม่แพ้คดี ด้านศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่รวมตัวยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯขอนแก่น หลังหมอเปรมคุกคามสื่อเรียกร้อง 3 ประเด็น 2 ส.ค. 2559 07:30 2 ส.ค. 2559 07:47 ไทยรัฐ