วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์รวมยังล็อกที่ 'บิ๊กตู่'

นับถอยหลังอีก 5 วัน ถึงจังหวะหงายไพ่เล่นกันหมดแล้ว

และแนวโน้มที่กระตุกเกมพลิกคว่ำพลิกหงาย ไม่ใช่ฝั่งตรงกันข้ามแบบที่เป็นข่าวว่าหน่วยความมั่นคง คสช.ล็อกเป้าเกมป่วนจากนักการเมืองขาใหญ่ฝ่ายต่อต้านอำนาจทหาร

แต่เป็นแนวร่วม “คนกันเอง” ที่เขย่ากันแรงๆ

ตามจังหวะล่าสุดเป็นรายของ “บุรุษคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 ที่สะท้อนความเห็นลงบทความบนหน้าหนังสือพิมพ์

วิจารณ์ยับเป็นนัย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ปิดกั้นการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชน เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาอำพราง ซ่อนนั่นซุกนี่ไว้ไม่ให้ใครเห็นหรือล่วงรู้เพราะไม่ได้อ่านหรือไม่ได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิดแต่ต้น

จนกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างกันขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของใครคนใดคนหนึ่งไป แทนที่จะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน

“ร่างรัฐธรรมนูญอำพราง” ตอกย้ำซ้ำ “โจรปราบโจร”

แรงในระดับเดียวกันกับวาทกรรมที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลประกอบการประกาศ “โหวตโน” ไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

ในเครื่องหมายคำถาม “นัดกันมาหรือเปล่า”

เอาเป็นว่าไล่กันตามปรากฏการณ์ความเชื่อมโยง กับจังหวะการออกมาของ “บุรุษคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ ที่ต่อเนื่องกับคิวของ “อภิสิทธิ์” ซึ่งได้รับการถือหางจาก “ปรมาจารย์ชวน หลีกภัย” ยืนยันเลยว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อ่านร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าคนร่าง จึงทำให้รู้จุดอ่อนและจุดแข็งว่ามาตราไหนเป็นอย่างไร มีการออกกฎหมายเพื่อเอื้อกับคนทำผิดอย่างไร และมีการทำให้การบังคับใช้ระบบรัฐสภาไม่มีประสิทธิภาพอย่างไร

“ประสงค์ สุ่นศิริ-ชวน หลีกภัย-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไปในโทนเดียวกัน

และที่ลึกล้ำไปกว่านั้น โดยสายสัมพันธ์ฉากหลังอย่างที่รู้กันมาในอดีตว่าใครแนบแน่นอยู่กับใคร มันก็หนีไม่พ้นการโยงไปถึงบ้านใหญ่ย่าน “เทเวศร์”

เช็กสัญญาณไฟเขียวไฟแดงได้ระดับหนึ่ง

ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่ตรงกันข้าม หากเทียบระดับความแนบแน่นของบุรุษคาบไปป์ ปรมาจารย์ชวนและนายอภิสิทธิ์กับทีมท็อปบูต คสช.ในปีกของ “พี่ใหญ่” บูรพาพยัคฆ์

หากจะมโนเป็นเกม “หักดิบ” ในสงครามตัวแทนก็ใช่จะไร้น้ำหนักซะเลย

ยิ่งเป็นอะไรที่มาถูกจังหวะตรงตามท้องเรื่องพอดี กับมุก “ตอกลิ่ม” ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โยนทุ่นเสนอให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. รับผิดชอบหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ

ด้วยการเปิดทางให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ขึ้นนั่งแท่นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแทน

แต่ในอารมณ์ที่ “บิ๊กป้อม” รู้ทันแผน ไม่หลงเหลี่ยมรับมุกตอกลิ่ม

ยืนยันว่าตนเองกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีปัญหาอะไร อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก คุยกันทุกวัน

พล.อ.ประวิตรพูดชัด พล.อ.ประยุทธ์มีความเหมาะสมเป็นนายกฯมากกว่า ตนเองจะไม่เป็นนายกฯ แต่มีหน้าที่ช่วยเหลือนายกฯ หากนายกฯไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ตนเองก็ไม่อยู่เหมือนกัน

ซึ่งนั่นก็ได้ยินตรงกันทั้งวงนอกวงใน ไม่ว่าในที่ลับหรือที่แจ้ง

พี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” จะย้ำประโยคเดิม ไม่ว่าจะอย่างไร ระหว่างตัวเองกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

3 พี่น้องไม่มีทาง “หัก” กันแน่นอน

เรื่องของเรื่องกับ “ประโยคทอง” ของ “บิ๊กป้อม” ที่บอกว่ามีหน้าที่คอยช่วยเหลือนายกฯ หากนายกฯไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ตนเองก็ไม่อยู่

เท่าที่รู้มามันก็ตรงกันเลยกับ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม มืองานเบอร์ต้นๆของรัฐบาลที่มีเค้าตามข่าวลือว่ามีโอกาสเสียบแทนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

เจ้าตัวก็ยืนยันชัด ถ้านายกฯไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมเปิดหมวกลารัฐบาล

โดยรูปการณ์ “บิ๊กตู่” คือศูนย์รวมพลังที่อยู่นานยิ่งแน่น.

"ทีมข่าวการเมือง"

1 ส.ค. 2559 23:41 ไทยรัฐ