สรท. เชื่อส่งออกไทยปรับตัวดีขึ้นครึ่งปีหลัง แต่ทั้งปี ติดลบ 2%

ข่าว

    สรท. เชื่อส่งออกไทยปรับตัวดีขึ้นครึ่งปีหลัง แต่ทั้งปี ติดลบ 2%

    ไทยรัฐออนไลน์

      1 ส.ค. 2559 19:08 น.

      สรท. เผย มูลค่าส่งออกไทยในครึ่งปีแรก หดตัว -1.60% จากการส่งออกทองคำที่สูงถึง 781.73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบกับสินค้าเกษตรออกมาลบทุกตัว เชื่อส่งออกไทยปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่คาดทั้งปียังติดลบ 2%...

      วันที่ 1 ส.ค. 59 นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย. 59 มีมูลค่า 18,146 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว -0.08% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 642,388 ล้านบาท ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกในครึ่งปีแรก มีมูลค่า 105,137 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว -1.60% โดยได้รับอานิสงส์จากมูลค่าการส่งออกทองคำที่สูงถึง 781.73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัว 365% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงการขยายตัวของการส่งออกรถยนต์ และสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

      "สถานการณ์โดยรวมในครึ่งปีแรก จะเห็นชัดเลยว่าไม่ค่อยดีนัก ทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ออกมาลบทุกตัว ยกเว้นน้ำตาลเท่านั้นที่เป็นบวก ถึงแม้ว่าภาพรวมในครึ่งปีแรกจะออกมาติดลบ แต่มองดูว่าในเดือนที่แล้วตัวที่ผลักดันมากที่สุดคือ รถยนต์และทองคำ ซึ่งเชื่อว่าจากนี้จะปรับตัวดีขึ้น และคาดการส่งออกทั้งปีน่าจะหดตัวในระดับ -2%" นายวัลลภ กล่าว

      ทั้งนี้ คาดการณ์มูลค่าการส่งออกระหว่างเดือน ก.ค.-ธ.ค. 59 เฉลี่ยเดือนละ 17,610 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัวเฉลี่ย -1.75% ทำให้มองมูลค่าการส่งออกปี 59 จะมีมูลค่าเท่ากับ 210,089 ล้านเหรียญ หรือหดตัว -2% โดยปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบกับการส่งออก คือ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของคู่ค้าทั่วโลกที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่น และทำให้ปริมาณการอุปโภคบริโภคของลูกค้าในตลาดเป้าหมายลดลง, การดำเนินการของประเทศอังกฤษ หากเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 50 ก่อนสิ้นปี อาจจะมีผลต่อการส่งออกของไทยได้ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทย ซึ่งอาจจะทำให้เสียเปรียบสินค้าจากประเทศคู่แข่งมากยิ่งขึ้น โดยทางสภาผู้ส่งออก จะมีการเข้าพบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อขอให้ช่วยดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าจนเกินไป หรือไม่ควรเกินระดับ 34.05 บาท/ดอลลาร์

      นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลเชิงบวก คือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเข้มแข็งขึ้น และเศรษฐกิจจีนอยู่ในระดับที่ทรงตัว ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าราคาทองคำและน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยมองว่า ราคาทองคำน่าจะอยู่ในระดับ 1,370 เหรียญ/ออนซ์ และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกหากอังกฤษเข้าสู่มาตรา 50 ก่อนสิ้นปี ซึ่งทำให้ราคาทองคำจะผันผวนขึ้นไปในระดับ 1,400 เหรียญ/ออนซ์ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน คาดว่าจะอยู่ในระดับ 45 เหรียญ/บาร์เรล ในปลายปีนี้

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 14:46 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์