วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปฏิบัติตัวอย่างไร? เมื่อรู้ว่าเป็น 'เริม'

ปฏิบัติตัวอย่างไร? เมื่อรู้ว่าเป็น 'เริม'

  • Share:

เริม คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์
ตำแหน่งที่พบบ่อย คือ บริเวณริมฝีปากและอวัยวะเพศ

เริมบริเวณริมฝีปาก
ลักษณะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใส มีอาการแสบและคันเล็กน้อย ตุ่มน้ำใสนี้จะแตกง่าย แล้วตกสะเก็ด หายไปในเวลาประมาณ 7–10 วัน ก่อนจะเกิดตุ่มน้ำใสอาจมีอาการตึงๆ ร้อนวูบวาบบริเวณริมฝีปาก ผู้ป่วยบางรายที่เพิ่งเป็นครั้งแรกจะมีอาการรุนแรง คือ มีแผลตุ่มน้ำใสจำนวนมาก มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หลังจากอาการหายไป เชื้อไวรัสจะหลบซ่อนอยู่ภายในปมประสาท ต่อมาเมื่อร่างกายอ่อนแอ มีอารมณ์เครียด หรือถูกแสงแดด เชื้อไวรัสจะออกจากปมประสาทมายังบริเวณที่เคยมีอาการติดเชื้อครั้งแรก แต่ในคนที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ เช่น คนที่กำลังได้รับยารักษาโรคมะเร็ง หรือ ฉายรังสี อาการที่เป็นก็อาจจะรุนแรงได้

เริมบริเวณอวัยวะเพศ
เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน หรือกำลังมีอาการของโรคนี้อยู่ อาการเริ่มแรกจะมีตุ่มน้ำพองเป็นกลุ่ม มีอาการปวดแสบและคันมาก ต่อมาตุ่มน้ำใสจะแตกออกเป็นแผล เมื่อแผลหายแล้วเชื้อไวรัสยังคงหลบซ่อนในปมประสาทและโรคจะกลับมาเป็นอีกเมื่อมีปัจจัยส่งเสริมบางอย่าง เช่น ความเครียด ภาวะขาดสารอาหาร แสงแดด การเสียดสีของผิวกับเสื้อผ้า เช่น กางเกงคับๆ เป็นต้น

การปฏิบัติตนเมื่อได้รับเชื้อ
1. ควรรีบปรึกษาแพทย์เมื่อเกิดอาการครั้งแรกในระยะตุ่มน้ำใสเพื่อทำการวินิจฉัย อาจได้รับยาที่ช่วยให้อาการระยะเฉียบพลันดีขึ้น
2. รักษาความสะอาดของร่างกาย ล้างมือให้สะอาดทันทีหลังจากจับต้องแผลเพราะอาจนำเชื้อไปติดส่วนอื่นของร่างกายได้
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น เช่น การจูบ การใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกันโดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

ติดตามสาระน่ารู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของตัวท่านเอง รวมทั้งสมาชิกในครอบครัว สามารถนำไปปฏิบัติได้ในระดับเบื้องต้นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินกว่าจะแก้ไข แล้วพบกันในคอลัมน์ศุกร์สุขภาพ สัปดาห์หน้า

แพทย์หญิงณัฏฐา รัชตะนาวิน
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี


** ขอเชิญแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ศิษย์เก่ารามาธิบดี และผู้สนใจ เข้าร่วมประชุมวิชาการประจำปี 2559 สามารถลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้ที่ งานบริการวิชาการ อาคารวิจัยและสวัสดิการ ชั้น 1 โทร. 02 -201-1542, 02-201-2193, 02-201-2606 โทรสาร. 02 -201- 2607 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.riac2016.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้