วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พม.เปิดปฎิบัติการปลุกประชาชนเข้าใจ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 : ให้ทานถูกวิธี-ลดวิถีการขอทาน

พม.เปิดปฎิบัติการปลุกประชาชนเข้าใจ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 : ให้ทานถูกวิธี-ลดวิถีการขอทาน

  • Share:

ประชารัฐร่วมใจ หยุดการขอทาน

กิจกรรมเปิดตัว พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นวันแรก โดยได้จัดขึ้นบนลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้รวมพลังแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการบูรณาการร่วมรณรงค์ สร้างความรู้ ความเข้าใจ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 ก่อนที่จะเดินสายรณรงค์ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ

ปัญหาขอทานถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เจ้ากระทรวง ที่ประกาศลั่นจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.อดุลย์

การจัดระเบียบขอทานโดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2557 จนถึงปัจจุบัน รวม 7 ครั้งทั่วประเทศ พบขอทานรวม 4,648 คน เป็นคนไทย 2,944 คน และต่างด้าว 1,704 คน โดยคนไทยได้ส่งเข้ารับการพัฒนาและฟื้นฟูศักยภาพที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ภายใต้โครงการธัญบุรีโมเดล ส่วนขอทานที่เป็นคนต่างด้าวได้ผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง

ขณะเดียวกัน ก็มีการผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2484 ที่ใช้มายาวนานถึง 75 ปี เพื่อปรับแก้ให้ทันสมัยสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทั่งผ่านความเห็นชอบจากกระบวนการนิติบัญญัติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 ซึ่งมีบทบัญญัติ 27 มาตรานั้น สาระสำคัญคือกำหนดให้มีการแยกผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะออกจากผู้ทำการขอทาน โดยให้มีการแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นตามที่กำหนด มุ่งมั่นการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานไม่ให้กลับมากระทำซ้ำ กำหนดโทษความผิดทางอาญาแก่ผู้กระทำการขอทาน โดยมีความผิดต้องระวางโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนผู้แสวงหาประโยชน์จากผู้ทำการขอทานโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นการแสวงหาประโยชน์ต่อหญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ คนวิกลจริต คนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วย โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมการขอทาน ซึ่งมี รมว.พม. ทำหน้าที่เป็นประธานโดยตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย และการประกาศจัดตั้งสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต

“การจัดระเบียบขอทานอย่างต่อเนื่องช่วงปีกว่าที่ผ่านมา ทำให้ขอทานลดน้อยลง แต่คงยังไม่หมดสิ้น เพราะทัศนคติของชาวพุทธยังมีความเชื่อว่ายิ่งให้ยิ่งโต หรือมีความรู้สึกเห็นใจสงสาร จึงเป็นช่องทางให้มีการขอทาน ถึงขนาดบางหมู่บ้านยึดเป็นอาชีพ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจอย่างต่อเนื่องถึงการให้เงินขอทานเท่ากับการส่งเสริมให้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งอาจจะเป็นช่องทางนำไปสู่กระบวนการแสวงหาประโยชน์ และการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ พม.มุ่งมั่นแก้ปัญหาขอทานอย่างยั่งยืนและเป็นระบบตามหลัก 3P ประกอบด้วย Policy–นโยบาย Protection–การให้ความคุ้มครอง ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และ Prevention–การป้องกันในรูปแบบต่างๆ ภายใต้แนวคิด “ให้ทานถูกวิธี ลดวิถีการขอทาน” โดยหยุดให้เงินขอทานแต่สามารถบริจาคผ่านกองทุนเพื่อพัฒนาคนไร้ที่พึ่ง คนขอทาน เพื่อนำไปฟื้นฟู เยียวยา รวมถึงการฝึกทักษะอาชีพ” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวถึงเป้าหมาย

นายพุฒิพัฒน์

ขณะที่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดี พส. กล่าวเสริมว่า “วันที่ 10 ส.ค. กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขอทานครั้งแรก โดย รมว.พม. เป็นประธาน จะมีการกำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ใหม่ รวมทั้งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานระดับจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เป็นเลขานุการ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานในระดับพื้นที่ทุกจังหวัดภายใต้การกำกับดูแลโดยบอร์ดใหญ่ ส่วนกรุงเทพมหานครเป็นบทบาทของ พส. ขณะเดียวกัน จะมีการกำหนดอนุบัญญัติชัดเจนถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ทำการขอทานที่ผ่านการคัดกรองและจำแนก เช่น หากเป็นคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ก็ต้องเข้ามาดูแล ผู้สูงอายุเป็นหน้าที่ของกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ผู้ป่วยก็มอบให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูแล รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการพิจารณาผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะ ก่อนประกาศเป็นกฎกระทรวงต่อไป”

ทีมข่าวการพัฒนาสังคม เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ปัญหาขอทานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพราะปัจจุบันปัญหาขอทานไม่ใช่เรื่องตรงไปตรงมาที่เป็นเพียงแค่การขอข้าวขอน้ำ และขอเงินเพื่อใช้ในการประทังชีวิตของคนเร่ร่อนหรือคนยากไร้เช่นในอดีต แต่ยังมีการแอบแฝงของขบวนการค้ามนุษย์ปะปนอยู่จำนวนมากอย่างแนบเนียน

และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถือเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ต้องรณรงค์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือ การสร้างความเข้าใจกับ “ผู้ให้” เพราะ

การหยุดให้เงินขอทานเท่ากับตัดต้นทางของปัญหานั่นเอง....

ทีมข่าวการพัฒนาสังคม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้