วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลงทะเบียน “คนจน” ยังอืด ไม่สน, ไม่รู้, หรือศักดิ์ศรี?

ลงทะเบียน “คนจน” ยังอืด ไม่สน, ไม่รู้, หรือศักดิ์ศรี?

โดย ซูม
2 ส.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

นับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดรับจดทะเบียน เพื่อการรับสวัสดิการต่างๆของประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี มาจนถึงวันที่ผมเขียนต้นฉบับ (31 ก.ค.) มีประชาชนมาลงทะเบียนเพียง 1.58 ล้านคนเท่านั้น

เทียบกับเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ 5 ล้านคน ต้องถือว่ายังห่างไกลอยู่มาก

แต่รัฐบาลก็ยังจะเปิดรับลงทะเบียนต่อไป โดยผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ถึงกับขอร้องและกล่าวย้ำในวันแถลงข่าวผลการลงทะเบียนในช่วงแรกว่า อยากให้มาลงกันมากๆ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท ในหลายๆทาง

โดยเฉพาะการมอบเงินหรือจ่ายเงินสวัสดิการ หรือเงินสงเคราะห์ต่างๆ ในอนาคตรัฐบาลจะมอบหรือจ่ายผ่านบัตรที่ประชาชนมาลงทะเบียนไว้เท่านั้น นอกจากนั้นยังจะใช้บัตรที่ว่านี้ในการนั่งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี หรือลดค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ อีกด้วย

ตามตัวเลขที่รัฐบาลประมาณการไว้ คนที่มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาท ทั่วประเทศไทยน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน การตั้งเป้าหมายไว้แค่ 5 ล้านคน จึงไม่ถือว่าสูงนัก แต่มาถึงครึ่งทางแล้วยังมีคนมาลงทะเบียนไม่ถึงครึ่งของเป้าหมาย

ในการวิเคราะห์หาสาเหตุว่าเพราะเหตุใดผู้มีรายได้น้อยจึงไม่ค่อยไปลงทะเบียน สรุปข้อใหญ่ใจความได้ 3-4 ประการด้วยกัน

ข้อแรกเลยก็คือ ตัวผู้มีรายได้น้อยเองอาจจะยังไม่รู้ เพราะแม้รัฐบาลจะประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง และตัวแทนของธนาคารภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่ก็ทำประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ไปแล้วก็ตาม

แต่ขึ้นชื่อว่าการประชาสัมพันธ์ อย่างไรเสียก็อาจมีการตกหล่น หรือไปไม่ถึงเป้าหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

ข้อที่สองอาจเป็นไปได้ว่า ผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่รู้แล้วทราบแล้ว แต่อยู่ระหว่างเดินทางออกไปทำมาหากินนอกพื้นที่จึงไม่พร้อมที่จะลงทะเบียนตอนนี้ และคาดว่าอาจจะกลับมาลงทะเบียนในภายหลังเมื่อใกล้ๆจะครบกำหนดเวลา

ข้อที่สามเมื่อพูดถึงกำหนดเวลาก็ทำให้นึกถึงคุณสมบัติและอุปนิสัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งของคนไทย ซึ่งเป็นมาช้านานแล้ว คือชอบทำอะไรในนาทีสุดท้ายหรือวันสุดท้าย

เชื่อกันว่าพี่น้องผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะในชนบทก็น่าจะมีอุปนิสัยดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน จึงยังผัดวันประกันพรุ่งอยู่ และรีรออยู่จนถึงใกล้ๆวันสุดท้ายจึงจะแห่กันไปลงทะเบียน

ประเด็นนี้นักวิเคราะห์ฝ่ายรัฐบาลเชื่อกันมากและมั่นใจว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายโดยเฉพาะวันที่ 13-14-15 สิงหาคม จะมีผู้ไปจดทะเบียนอย่างล้นหลาม ใกล้เคียงตามเป้าอย่างแน่นอน

สำหรับข้อที่สี่ หรือประเด็นที่ 4 เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองครับ ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ล้าสมัยหรือเชยไปแล้วก็ได้ แต่เคยเกิดขึ้นในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง

นั่นก็คือคนไทยแม้จะยากจนแค่ไหนแต่ก็หยิ่งในศักดิ์ศรี และไม่อยากให้ใครมาตีตราประทับว่าฉันเป็นคนจน

โครงการที่จะให้คนยากจนมาแสดงตัวมาแจ้งสิทธิ หรือมาลงทะเบียนหลายๆโครงการในอดีตจึงไม่ค่อยได้ผล

จึงอาจเป็นไปได้เช่นกันที่คนมีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือคนจน ในกรณีนี้ไม่อยากแสดงตนมาจดทะเบียนอย่างเป็นเรื่องราวเพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี หรือไม่ก็อายเจ้าหน้าที่

เหมือนสมัยหนึ่งเวลาเราเข้าโรงจำนำทั้งๆที่เราควรภูมิใจเพราะมีข้าวของไปจำนำ แต่เราก็รู้สึกอายและกลัวจะมีคนรู้ว่า เรายากจนถึงขั้นจำนำของ...ต้องเหลียวซ้ายแลขวา กระมิดกระเมี้ยนหน้าโรงจำนำอยู่หลายๆนาทีกว่าจะกัดฟันเข้าไปได้

พี่น้องประชาชนในลักษณะนี้จะมีมากน้อยเท่าไรไม่ทราบได้...ผมหวังว่าคงไม่มากนัก และถ้าหากมีผมก็ขออนุญาตให้กำลังใจขอให้เดินยืดอกไปลงทะเบียนอย่างกล้าหาญเถอะครับ

แล้วท่านจะได้ประโยชน์มากกว่าโทษในอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีคลังครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้