วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัยชนะของพญามาร

ไม่ใช่แต่ พระอาจารย์พรหม จะอ่านเรื่องสั้นของ ตอลสตอย ปรัชญาเมธีรัสเซีย ผู้รู้เมืองไทย อย่าง อาจารย์ ส.พลายน้อย ก็อ่าน อ่านแล้วท่านเอามาเล่าต่อ (เรื่องข้างสำรับ ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ 2559)

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีชาวนาคนหนึ่ง ออกจากบ้านไปไถนาจนได้เวลาหิว ก็เดินมาหยิบขนมปัง ที่วางไว้ใต้พุ่มไม้ แต่มันหายไปแล้ว แทนการโกรธขึ้งปึงปัง ชาวนากลับคิดว่า คนที่มาขโมยขนมปังไปกิน คงจะหิวมากกว่า แล้วเขาก็ไปหาน้ำแทน

ความจริง ขโมยขนมปัง คือตัวมาร มันได้รับบัญชาจากพญามาร ให้หาวิธีทำให้ชาวนาโกรธให้จงได้

การที่มารหาเรื่องให้ชาวนาโกรธไม่ได้ ทำให้พวกมารเสียชื่อ เกียรติศักดิ์รักของข้าของพวกมารจะฉิบหาย

พญามารจึงใช้ปกาศิตเด็ดขาด หากตัวมาร (ตัวนั้น) ทำให้ชาวนาโกรธไม่ได้ภายในสามปี มันจะถูกลงโทษร้ายแรง ถูกจับเอาหัวกดลงในน้ำมนต์ น้ำมนต์เป็นเครื่องหมายของฝ่ายดี พวกมารจึงจงเกลียดจงชังน้ำมนต์

ตัวมารรับปกาศิตก็กลับมานอนคิดอุบาย คิดอยูู่หลายคืน ก็เริ่มเห็นช่องทาง

มารแปลงกายเป็นกรรมกร ไปรับจ้างชาวนาทำนา ระหว่างชาวนาลังเลจะเลือกทำเลทำนา มารก็แนะให้ชาวนาทำนาในที่ลุ่ม ปีนั้นฝนแล้ง น้ำน้อย ข้าวกล้าในนาคนอื่นเสียหาย แต่นาของชาวนาในที่ลุ่ม กลับได้ผลงอกงาม

ชาวนามีข้าวเก็บไว้เหลือขายมากมาย ร่ำรวยอยู่คนเดียว

ปีต่อมา มารแนะให้ชาวนาทำนาในที่ดอน แล้วปีนั้นน้ำก็มาก

ท่วมต้นข้าวชาวนาอื่นเสียหาย แต่ของชาวนาได้ผลดี เพราะอยู่ในที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึง

สองปีชาวนาปลูกข้าวได้มากมาย มีข้าวเหลือกินเหลือขาย จนแทบไม่รู้ว่าจะเอาข้าวไปทำอะไรดี

มารได้ทีแนะนำให้ป่นข้าวหมักทำเป็นเหล้า ชาวนาทำแล้วก็ชักชวนเพื่อนฝูงมาตั้งวง

โอกาสนี้เองที่ตัวมารเห็นว่าแผนการบรรลุเป้า ก็รีบไปรายงานพญามาร ให้มาดูผลงานด้วยตัวเอง

พญามารมาถึง ในเวลาที่เมียชาวนายกไหเหล้ามาตั้ง และกำลังตักแจกเพื่อน จังหวะนั้นเกิดสะดุดขาโต๊ะ เป็นเหตุให้ไหเหล้าตกแตก

“อีโง่ อีเซ่อ” ชาวนาผู้แสนดี เคยหิวถูกขโมยขนมปังไปกินไม่โกรธ กลายเป็นชาวนาอีกคน ด่าเมีย

แล้วก็สั่งให้ยกเหล้าไหใหม่มารินให้เพื่อนๆกินต่อ

เมื่อชาวนาและเพื่อนบ้านกินเหล้าเข้าไปหลายแก้ว ก็คุยโม้โอ้อวด แสดงความเก่งกล้า คนที่เมามาก ก็ล้มตัวนอนเกะกะ พญามารพอใจมาก ชมตัวมารว่า ทำงานได้ผล

พญามารมองอาการคนเมาแล้วถาม เอาเลือดหมาใน เลือดหมาจิ้งจอก หรือเลือดหมู ผสมในเหล้า มารตอบว่า ไม่ได้ผสมอะไรในเหล้า แต่เลือดสัตว์ทั้งสามนั้น ฝังในตัวคนอยู่แล้ว พอกินเหล้าเข้าไป ฤทธิ์เดชจึงออก

พอพญามารยกโทษให้ตัวมาร นิทานที่ตอลสตอยเล่าก็จบ

นับแต่นั้นเหล้าก็ดื่มกันแพร่หลายในหมู่มนุษย์ทั่วไป จนเกิดข้อถกเถียง ฝ่ายหนึ่งว่าเหล้าดีมีประโยชน์ อีกฝ่ายว่าเหล้ามีแต่โทษ เถียงกันหนักเข้า ถึงขั้นต้องตั้งกลุ่มย่อยกลุ่มใหญ่ ทำประชาพิจารณ์

แล้วก็กำหนดวัน ลงประชามติให้เด็ดขาดชัดเจน ในหัวข้อ จะเอาเหล้า หรือไม่เอาเหล้า

ระหว่างที่ยังไม่ถึงวันลงประชามตินี้ ส.พลายน้อย บอกว่า พวกที่ว่าเหล้าไม่ดี ทำได้แต่ก่นด่า ส่วนพวกที่เห็นว่าของเมา เป็นของดีก็ดื่ม ก็เมาหัวราน้ำไป

แต่มีคนพวกหนึ่งมีขันติดีมาก นิ่งมาก คือพวกโรงเหล้า โรงเบียร์ โรงไวน์ ฯลฯ ใครจะด่าใครจะชมไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำเหล้าเบียร์ขายทำไวน์...ขาย...ก็ร่ำรวยกันไป

และดูเหมือน กำหนดวันสุรามติที่ว่า วันนี้วันนั้น ก็คงจะถูกเลื่อนออกไป และเลื่อนออกไป

เพราะนับแต่วันที่มนุษย์ชอบดื่มเหล้าฯ บุญญาบารมีของพวกเจ้าสัวโรงเหล้าก็ยิ่งเพิ่มพูน จนเห็นชัดเจนว่าวันสุรามตินั้น จะมีได้แต่เพียงในฝัน ไม่มีวันจะเป็นจริง.

กิเลน ประลองเชิง

1 ส.ค. 2559 09:15 1 ส.ค. 2559 09:15 ไทยรัฐ