วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความเห็นต่างร่าง รธน.

โค้งสุดท้ายของการรณรงค์ เรื่องออกเสียงประชามติให้ประชาชนตัดสินว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ คำถามพ่วง ฝ่ายผู้สนับสนุนต้องเจอศึกค่อนข้างหนัก จากหลายฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหว เช่น กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย นำโดยนายโคทม อารียา นักวิชาการผู้เคยเป็นกรรมการ กกต.เรียกร้องให้เปิดกว้างการแสดงความคิดเห็น

ตามด้วยเครือข่าย 43 องค์กรนักวิชาการนำโดยกลุ่มนิติราษฎร์ ประกาศชัดๆ “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” พร้อมทั้งชี้เหตุผลของการไม่รับ บางคนวิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ “มัดตราสังสังคมไทย” เป็นระเบิดเวลาที่อาจนำไปสู่ความเสียหายในอนาคต เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยาก เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ตอกย้ำปัญหานี้

ต้องถือว่าเป็นการแสดงความคิดเห็น ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติที่ ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็น และเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ที่สุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตือนว่า นักการเมืองต้องระมัดระวังในการลงชื่อสนับสนุนกลุ่มต่างๆ และการแสดงท่าทีต่อร่างรัฐธรรมนูญ

มีหลายประเด็นที่โฆษก กรธ.ไม่เห็นด้วยกับเสียงวิจารณ์ของกลุ่มเห็นต่าง เช่นว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยาก และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต ไม่เห็นด้วยกับเสียงวิจารณ์ที่ว่า ไม่สามารถปราบโกงได้จริง แม้จะเป็นจุดเด่นของร่าง และไม่เชื่อว่าการให้ ส.ว. 250 คน มาจากสรรหาหรือแต่งตั้งจะนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะ ส.ว.จะดูแลเรื่องการปฏิรูป

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คำชี้แจงของ กรธ.บอกแต่เพียงว่า รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา ผู้เสนอแก้ไขได้แก่สมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ฟังดูไม่น่าง่าย แต่เมื่ออ่านรายละเอียดในร่าง พบว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียงกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา โดย ส.ว.ต้องเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และยังต้องมี ส.ส.ฝ่ายค้านเห็นชอบไม่น้อยกว่า 20%

ส่วนความเป็นห่วงที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากเกินไป และ ส.ว.ที่มาจากการ สรรหาหรือแต่งตั้ง อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ก็ไม่ใช่เป็นแค่จินตนาการ แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะ ส.ว.แต่งตั้งที่มีอำนาจเกือบเท่า ส.ส.มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี และร่วมประชุมกับ ส.ส.ในการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญๆ เพื่อค้ำจุนรัฐบาล

บทบัญญัติในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยมีมาแล้วอย่างน้อยในรัฐธรรมนูญ 2521 และ 2534 ฉบับ 2521 นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง ส.ว. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหาร กับพรรคการเมือง เมื่อฝ่ายแรกพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยึดบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.มีอำนาจต่อไป ส่วนฉบับ 2534 ขัดแย้งกับประชาชน เมื่อมีความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจ.

1 ส.ค. 2559 09:11 1 ส.ค. 2559 09:11 ไทยรัฐ