วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สหพันธรัฐฟิลิปปินส์?

สหพันธรัฐฟิลิปปินส์?

  • Share:

27 กรกฎาคม 2559 มีประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติหารือยุทธศาสตร์ของฟิลิปปินส์ในการเจรจากับจีน เพื่อหาทางออกข้อพิพาทกรรมสิทธิ์น่านน้ำในทะเลจีนใต้

คนที่นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคือ นายดูเตอร์เต ส่วนคนที่นั่งประชุมให้ข้อคิดเห็นคือ อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์อีก 4 คน ทั้งนายฟิเดล รามอส นายโจเซฟ เอสตราดา นางกลอเรีย มากาปากัล อาร์โรโย และนายเบนิโญ อากีโนที่ 3 

ภาพอย่างนี้ในบ้านเราไม่มี แต่ในฟิลิปปินส์เป็นภาพปกติเพราะได้รับวัฒนธรรมการเมืองจากสหรัฐฯ ที่ตอนหาเสียงโจมตีกันมากมาย แต่เมื่อแก๊ง แก๊ง เสียงเคาะระฆังบอกว่าหมดเวลา ทุกคนก็หันมาร่วมมือกันเพื่อประเทศ เอาประโยชน์ประเทศมาเป็นที่หนึ่ง

คนชนะก็หันไปขอความเห็นความช่วยเหลือจากคนแพ้ คนแพ้ก็ช่วยอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งที่ในอดีตเคยมีเรื่องกันมาทั้งนั้น อย่างนางอาร์โรโย เคยเป็นรองประธานาธิบดีของนายเอสตราดา แต่เคยร่วมมือในการล้มเอสตราดาให้ถูกขับออกจากตำแหน่งเมื่อ 20 มกราคม 2544 แล้วก็ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทนในวันที่ 21 มกราคม 2544

นายเอสตราดาเรียกร้องให้ผู้คนต่อต้านนางอาร์โรโย แต่ก็ล้มรัฐบาลของนางอาร์โรโยไม่ได้ นายอากีโนที่ 3 ที่เพิ่งลงจากตำแหน่งไปเมื่อ 29 มิถุนายน 2559 ก็เป็นคนผลักดันให้ดำเนินคดีและจับกุมนางอาร์โรโยในข้อหาโกงการเลือกตั้ง ติดคุกอยู่หลายปีเพิ่งได้ออกมาเพราะศาลฎีกายกฟ้องเมื่อ 2 สัปดาห์มานี้เอง ตอนที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นางอาร์โรโยก็ส่งสัญญาณให้ประชาชนต่อต้านนายดูเตอร์เต

ผู้นำแทบทุกคนล้วนมีเรื่องซัดกันมากมายหลายอย่างสาธยายไม่หมด แต่เมื่อถึงคราวต้องเจรจากับจีน ทุกคนก็มานั่งระดมความเห็นกันโดยใช้ประสบการณ์และข้อมูลในระหว่างเป็นประธานาธิบดีมาใช้

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์แต่ละคนชนะเลือกตั้งเพราะสถานการณ์ในเวลานั้นอำนวย อย่างนายฟิเดล รามอส ขึ้นมาได้เพราะคนเอือมบริวารเก่าของนายมากอส พอถึงยุคนายเอสตราดา แกก็ชูนโยบาย Pro-poor, For-poor สนับสนุนคนจนซึ่งมีประมาณร้อยละ 40 แต่ก็พังเพราะนายเอสตราดาโดนข้อหารับสินบนจากบ่อนพนันเถื่อน คอร์รัปชัน และเอาญาติพี่น้อง พรรคพวกบริวารเข้ามารับตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งๆที่ตอนสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง แกสาบานว่า การบริหารงานของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่เอาญาติและพรรคพวกบริวารมาเกี่ยวดองหนองยุ่ง

นางอาร์โรโยโปรโมตจุดเด่นของตนเรื่องจบปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ โม้ว่าตนจะสามารถพาประเทศไปสู่ความเจริญเหมือนสมัยนายรามอสได้ ผู้คนจึงเลือก

พอถึงนายอากีโนที่ 3 ก็ชูจุดที่พ่อเคยเป็นวุฒิสมาชิกและถูกยิงตายที่สนามบิน และต่อมาแม่ก็ได้เป็นประธานาธิบดี ในยุคของนายอากีโนที่ 3 ต้องถือว่าฟิลิปปินส์เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังมีปัญหาสังคม เช่น ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดจนผู้คนเบื่อหน่าย

นายดูเตอร์เตจึงมาถูกจังหวะถูกเวลา ด้วยการชูนโยบายปราบอาชญากรรม จะปรับปรุงกฎหมายที่ใช้บังคับอย่างจริงจัง จะจัดระเบียบสังคม นายดูเตอร์เตไม่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไม่มีภาพลักษณ์ที่ดีด้านการต่างประเทศ เติบโตมาจากนักการเมืองท้องถิ่น เรื่องนี้ทำให้คนชั้นกลางและคนรวยกลัวว่า เมื่อแกขึ้นมาแล้ว รัฐบาลของแกจะฉุดให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ที่เคยขยายตัวในอัตราร้อยละ 6.2 ต่อปีติดต่อกันในยุคของนายอากีโนที่ 3 ลงมาต่ำกว่านี้ แต่คนจนเลือกดูเตอร์เตเพราะกลัวอาชญากรรมและยาเสพติดมากกว่า

ในฟิลิปปินส์ บางจังหวัดอุดมสมบูรณ์มั่งคั่ง บางจังหวัดก็กันดารยากจน การปกครองในอดีตเป็นการปกครองของรัฐบาลรวมศูนย์ ตอนนี้นายดูเตอร์เตประกาศแล้วครับว่า จะจัดการหยั่งเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องเปลี่ยนระบอบการปกครอง พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปกลางวาระใน พ.ศ.2562

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ นายดูเตอร์เตแกต้องการจะเปลี่ยนจากระบอบสาธารณรัฐไปเป็นระบอบ “สหพันธรัฐ” ภายใน พ.ศ.2565 ต่อไปจังหวัดต่างๆของฟิลิปปินส์ก็เป็นเหมือนกับประเทศนั่นแหละครับ มีอำนาจมากขึ้น

พ.ศ.2565 ประชาคมอาเซียนอาจจะมีสมาชิกชื่อ สหพันธรัฐฟิลิปปินส์ ก็ได้ครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้