วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยปฏิรูปตร.สภ.เมืองนนท์

ทั้งสืบ-สอบสวน พงศพัศจี้เสร็จ1ปี

“พงศพัศ” ควง “สุวิระ” ตรวจงานปฏิรูปตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี จัด “ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนแบบบูรณาการ” ให้เป็น ต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรมพัฒนาพนักงานสอบสวนให้เป็นมืออาชีพที่แท้จริง เผยพอใจ 514 โรงพักขยับปฏิรูปตัวเอง มี 54 โรงพักในตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมอยู่ด้วยให้แล้วเสร็จใน 1 ปี โดยแบ่งชุดทำงานเป็น 3 ทีม มีความพร้อม “ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม”

ความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ก.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงานด้านการปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ได้เดินทางลงพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินการจัดทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนแบบบูรณาการ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนและการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้น โดย สภ.เมืองนนทบุรีเป็นหนึ่งในจำนวนสถานีตำรวจทั้งหมด 514 แห่งทั่วประเทศ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าของการปฏิรูประบบการสืบสวนสอบสวนตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดให้ 514 สถานีตำรวจดำเนินการอยู่ในขณะนี้ พบว่าผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งได้ให้ความสนใจและเร่งรัดดำเนินการกันอย่างเต็มที่ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนได้เข้าใจตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ตำรวจจะต้องเริ่มปฏิรูปงานของตนเอง และไม่ต้องให้ใครมาบังคับ แต่เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกคนในแต่ละสถานีตำรวจที่จะต้องช่วยกันขับเคลื่อนและผลักดันอย่างเต็มที่ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบได้ติดตามดูแลและประเมินผลการปฏิรูปงานอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมพนักงานสอบสวนทุกนายไปพร้อมๆกันอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ จริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำหน้าที่การอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนในระดับสถานีตำรวจ

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า สำหรับ สภ.เมืองนนทบุรีได้เริ่มปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวนแบบบูรณาการแล้ว และให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามที่ได้กำหนดไว้ เช่นเดียวกับสถานีตำรวจอื่นๆ โดยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 มีทั้งสิ้น 54 แห่งประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี 7 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองนนทบุรี บางบัวทอง บางใหญ่ บางกรวย บางศรีเมืองคลองข่อย ปลายบาง จังหวัดปทุมธานี 10 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองปทุมธานี คูคต คลองหลวง ปากคลองรังสิต คลองห้า สามโคก สวนพริกไทย ลาดหลุมแก้ว ลำลูกกา ธัญบุรี จังหวัดสมุทรปราการ 7 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองสมุทรปราการ บางพลีน้อย บางเสาธง สำโรงเหนือ บางพลี บางปู บางแก้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5 แห่ง ได้แก่ สภ.พระนครศรีอยุธยา อุทัย ภาชี บางปะอิน วังน้อย จังหวัดลพบุรี 9 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองลพบุรี เพนียด พัฒนานิคม โคกเจริญ ท่าหลวง บ้านเบิก ท่าหิน ลำสนธิ ชัยบาดาล จังหวัดสิงห์บุรี 4 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี บางระจัน ค่ายบางระจัน จังหวัดอ่างทอง 6 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ สีบัวทอง ป่าโมก ไชโย โพธิ์ทอง จังหวัดชัยนาท 2 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองชัยนาท สรรคบุรี และจังหวัดสระบุรี 4 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองสระบุรี วิหารแดง มวกเหล็ก และหนองแค

“สถานีตำรวจทั้ง 54 แห่ง จะต้องจัดทีมบูรณาการงานรับแจ้งความและสืบสวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 3 ทีม แต่ละทีมจะประกอบด้วยพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม พนักงานสอบสวนประจำทีม ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน รวมทั้งฝ่ายตรวจสถานที่เกิดเหตุและพิสูจน์หลักฐาน โดยจะต้องจัดยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานด้วย โดยพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีมในแต่ละผลัด จะต้องเป็นผู้บริหารคดีที่ร่วมรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวน ก่อนเข้าเวรในแต่ละผลัดจะต้องประชุมทีมพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติงาน และเมื่อออกเวรก็จะต้องประชุมสรุปเกี่ยวกับคดีต่างๆที่ได้รับแจ้งความไว้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อวางแผนงานในการติดตามและเร่งรัดคลี่คลายคดีทั้งในเรื่องการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน การติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด การทำสำนวนและมีความเห็นทางคดี รวมทั้งจะต้องควบคุมดูแลพฤติกรรมของพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนอย่างเคร่งครัด โดยกระบวนการต่างๆ จะต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม” รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมมอบนโยบายกับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 10 ท่านที่รับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกคนเร่งรัดและติดตามการปฏิรูปของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะต้องให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวนของ 514 สถานีตำรวจทั่วประเทศ ที่จะต้องแล้วเสร็จให้ได้ภายใน 1 ปี โดยหัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนจะต้องรับผิดชอบดำเนินการ หากพบว่าหัวหน้าสถานีตำรวจคนใดไม่สนใจ หรือไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปในครั้งนี้ก็ให้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่กำกับดูแลรายงานให้ทราบ โดยจะมีการพิจารณาลงโทษทางวินัยและจะต้องแต่งตั้งโยกย้ายไปทำหน้าที่อื่นตามที่ได้เคยให้นโยบายไว้แล้ว

“พงศพัศ” ควง “สุวิระ” ตรวจงานปฏิรูปตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี จัด “ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนแบบบูรณาการ” ให้เป็น ต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรมพัฒนาพนักงานสอบสวนให้เป็นมืออาชีพที่แท้จริง... 1 ส.ค. 2559 07:34 1 ส.ค. 2559 07:34 ไทยรัฐ