วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจรปราบโจร เย้ยรธน. มาร์คขย่มซ้ำ

ลั่นไม่ขอทรยศอุดมการณ์ตัวเอง มท.เร่งสกัดส่อป่วนวันประชามติ บิ๊กป้อมฉะพวกเสี้ยมทะเลาะบิ๊กตู่

รัฐบาลตีปี๊บโค้งสุดท้ายเตือนประชาชนอ่าน รธน.เอง อย่าหลงเชื่อนักการเมือง-พวกบิดเบือน โฆษก กรธ. มึนคนยังไม่รู้แม้วันกาบัตร รับพลาดไม่ส่งร่าง รธน.ถึงมือชาวบ้าน ดิ้นขอ มท.จัดประชุมประชาคมทุกหมู่บ้าน ปลัด มท.สั่งผู้ว่าฯสกัดเข้มข้นมาเฟียการเมืองจ่อป่วน อ้างการข่าวพบขยับปั่นกระแสปลุกระดม “สมชัย” ย้ำหน่วยงานรัฐจัดรถขนคนต้องขออนุมัติ กกต.จังหวัด เตือนจัดงานเลี้ยงห้ามพูดชักจูง “อภิสิทธิ์” แจงไม่รับ รธน.ตั้งแต่แรกเห็นร่าง ยันข้อตกลงกลุ่มพลเมืองห่วงใยไม่ขับไล่ คสช. แต่ขอคำตอบได้อะไรที่ดีกว่า กระตุกสังคมฉุกคิดต้องการไหมสร้างโจรมาปราบโจร ปชป.ย้ำสมาชิกเห็นต่างไม่แตกแยก “วัฒนา” ดักคอ รธน.แท้ง คสช.อย่าบิดพลิ้ว รีบกำหนดวันเลือกตั้ง เปิดทาง ปชช.ร่วมร่างใหม่ “บิ๊กป้อม” ซัดพวกเสี้ยมให้ทะเลาะกับ “บิ๊กตู่” บ่นแก่แล้วไม่คิดเล่นการเมือง แย่งเก้าอี้นายกฯ

นับถอยหลังใกล้ถึงวันที่ 7 ส.ค.วันออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฝ่ายรัฐบาลเร่งโหมการชี้แจงเต็มที่ โดยเน้นย้ำขอให้ประชาชนศึกษาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนตัดสินใจด้วยตนเอง อย่าหลงเชื่อนักการเมืองหรือผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกระทรวงมหาดไทยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการมาตรการเข้มข้นสกัดกั้นกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง ข่มขู่หลอกลวงชักจูงประชาชน

รบ.ขอชาวบ้านศึกษาเองเนื้อหา รธน.

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ 7 วันก่อนถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดเนื้อหาด้วยตนเองหรือสอบถามผู้เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจ อย่าหลงเชื่อนักการเมืองหรือผู้ไม่หวังดีที่บิดเบือนข้อเท็จจริงก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงศึกษาขั้นตอนการลงประชามติให้รอบคอบ และออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด เพราะเป็นโอกาสแสดงความคิดเห็นชี้ชะตาอนาคตประเทศ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่ได้จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ และสรุปสาระสำคัญให้กับทุกครัวเรือน แต่มีจุลสารการออกเสียงประชามติส่งให้ทุกครัวเรือน รวมถึงเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมถึงนำข้อมูลสาระสำคัญใส่ไว้ในเว็บไซต์กับแอพพลิเคชั่นฉลาดรู้ หากประชาชนต้องการรู้รายละเอียดสามารถดูได้ทุกมาตรา

กำชับทุกส่วนดูแลเข้มโค้งสุดท้าย

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า รัฐบาลได้รับรายงานจากหลายพื้นที่ว่า ประชาชนตื่นตัวให้ความสนใจการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค.มากขึ้น สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของหน่วยงานต่างๆที่สะท้อนว่า สถิติผู้จะออกไปใช้สิทธิเพิ่มขึ้นตามลำดับ นายกฯจึงกำชับไปยังศูนย์รักษาความสงบ เรียบร้อยฯประจำจังหวัด ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติให้ทุกฝ่ายเตรียมการให้พร้อม รวมทั้งฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น ไม่เผยแพร่ผลการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงในระหว่าง 7 วันก่อนวันออกเสียงจนถึงเวลาสิ้นสุดการออกเสียงในวันออกเสียง หรือการทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เป็นต้น

ย้อนอดีตดูให้ดีก่อนตัดสินใจ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ “จริยธรรมประเทศไทย” ณ พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ วังวรดิศ มาโพสต์เฟซบุ๊กเนื้อหาสรุปว่า อยากให้ประชาชนอ่านร่างรัฐธรรมนูญ แล้วพิจารณาภาพเหตุการณ์ของประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา แล้วนำมาประกอบการตัดสินใจ อาจมองไปถึงความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง การแบ่งสีแบ่งฝ่าย ทำร้ายประหัตประหารกัน การ ทุจริตคอร์รัปชันด้วยความลุแก่อำนาจ ปล่อยปละละเลยให้มีการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันสำคัญของชาติ ความหลงลืมตัวกับการใช้อำนาจทางการเมือง โดยใช้ระบบวงศาคณาญาติ การแก้ไขสิ่งเหล่านี้เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์ ต้องช่วยกันขบคิดว่าจะทำกันอย่างไร ไม่ใช่อวดความเป็นผู้รอบรู้เก่งกล้า แต่ขาดความจริงใจ กลายเป็นยุยงส่งเสริมให้ผู้คนแตกแยกยิ่งขึ้น การโหวตรับหรือไม่รับเป็นปฐมบทของกระบวนการมีส่วนร่วม

ปัดตัดชื่อนักการเมืองร่วมเวทีดีเบต

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในจังหวัดต่างๆ ที่กระทรวงมหาดไทย และ กกต. จัดขึ้นจนถึงวันที่ 4 ส.ค.ว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาชนศึกษาร่างรัฐธรรมนูญและตัดสินใจรับหรือไม่รับด้วยตัวเอง ไม่อยากให้ถูกคนที่มีความคิดไปในทางใดทางหนึ่งมาให้ข้อมูลด้านเดียวจนทำให้สับสน จะได้ผลมากน้อยแต่ไหนไม่ทราบ แต่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวตัดชื่ออดีต ส.ส.ร่วมเวทีดีเบต นายปณิธานกล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการตัดชื่อจริงหรือไม่ แต่หากอดีต ส.ส.หรือผู้มีความคิดเห็นไปด้านใดด้านหนึ่งร่วมเวที อาจพูดแต่มุมมองของตัวเอง ไม่พูดถึงข้อดีของอีกมุมมองหนึ่ง อาจทำให้ประชาชนสับสน จะกลายเป็นเวทีโต้วาทีนำไปสู่ความขัดแย้งได้

มท.บี้ ผวจ.สกัดมาเฟียการเมืองป่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือถึงรองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจ ราชการกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด ว่ามอบหมายให้รองปลัดกระทรวงทั้ง 4 คนช่วยติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ 4 ภาค โดย 1. ขอให้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารเวทีชี้แจงสาระของร่างรัฐธรรมนูญ 2. กรณีที่มีกลุ่มหรือองค์กรยื่นคำขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ในวันลงประชามติ ให้ส่งเรื่องให้ กกต.จังหวัดพิจารณา อย่างไรก็ตามขอให้จังหวัดประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ให้ละเอียดรอบคอบตามสถานการณ์แต่ละจังหวัดเป็นระยะ 3. ขอให้เน้นย้ำกับ ผวจ.ให้วางมาตรการป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ใช้อิทธิพลข่มขู่หรือหลอกลวงหรือใช้สิ่งของ ทรัพย์สิน เงินทองหรือช่องทางต่างๆ ปล่อยข่าวบิดเบือนโน้มน้าว ชักจูงประชาชน โดยในพื้นที่เสี่ยงให้ตั้งจุดตรวจภายในหมู่บ้าน เพื่อกดดันและลดอิทธิพลของผู้ที่พยายามดำเนินการด้วยวิธีการนอกกฎหมาย โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ให้บันทึกภาพเสียงเหตุการณ์เพื่อไว้ใช้เป็นหลักฐาน

การข่าวพบปั่นกระแสปลุกระดม

หนังสือดังกล่าวระบุว่า 4. กระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบรายงานด้านการข่าว พบว่ามีผู้พยายามปล่อยข่าวทางสื่อต่างๆ รวมทั้งใช้การสร้างข่าวลือ บิดเบือนและโฆษณาชวนเชื่อ ในทางที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้น เพื่อทำให้บ้านเมืองเกิดภาวะสับสน และความอ่อนไหว จะได้ใช้เป็นเงื่อนไขระดมประชาชนออกมาสร้างความรุนแรง และหรือทำให้นานาชาติเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย จึงเน้นย้ำให้ ผวจ.ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องผ่านสื่อออนไลน์ หรือช่องทางสื่อสารในพื้นที่ทุกช่องทาง รวมถึงใช้ยานพาหนะประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ไปตามพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ทั้งนี้ ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว กว้างขวาง ทั่วถึงและทันท่วงที 5. ขอให้มีการประชาสัมพันธ์ ผลการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างแพร่หลาย 6. ขอให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงและอธิบดีมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมออกไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ทุกจังหวัดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ไม่พบคลิปวาดะห์ชวน จชต.คว่ำร่าง

พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา (ผบ.ฉก.ยะลา) กล่าวถึงการข่าวแจ้งเตือนการก่อเหตุรุนแรงด้วยคาร์บอมบ์ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นการแจ้งเตือนภาพรวม ไม่ได้เจาะจงเฉพาะ เหตุคาร์บอมบ์ ในเขตเมืองมีกำลัง 3 ฝ่ายดูแลต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนมั่นใจมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ออกมาลงประชามติกันมากๆ ระหว่างนี้อยู่ในช่วงชี้แจง ซึ่งค่อนข้างยาก ครู ค.จะใช้ภาษายาวีไปบอกรายละเอียดขั้นตอนการลงประชามติ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่คลิปกลุ่มวาดะห์ต่อต้านรัฐธรรมนูญใน 3 จชต.เห็นเพียงในข่าว แต่ไม่พบในพื้นที่และไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองใดๆ

“บิ๊กป้อม” ซัดพวกเสี้ยมทะเลาะนายกฯ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย เสนอให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯว่า ต้องย้อนไปถามว่านายสุรพงษ์ต้องการหรือมีเจตนาอะไรที่พูดลักษณะนี้ แต่ใครจะพูดอะไรหรือเสนออะไรก็พูดไป ความจริงก็คือความจริง ส่วนการปรับ ครม.เศรษฐกิจ จะปรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯพิจารณาความเหมาะสม เมื่อถามว่า หลายครั้งกลุ่มนักการเมืองพยายามเสี้ยมให้ พล.อ.ประวิตร กับนายกฯผิดใจกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน นายกฯทุ่มเททำงานให้บ้านเมืองมาตลอด ช่วงปีที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างเต็มที่ “คนพวกนี้พยายามให้ผมทะเลาะกัน ทั้งที่ไม่ปัญหาอะไร ที่สำคัญผมไม่เคยคิดที่จะเป็นนายกฯ ไม่เอา ไม่อยากเล่นการเมือง ทุกวันนี้อายุมากแล้ว แต่ที่ผมเข้ามาทำงานทุกวันนี้ เข้ามาช่วยงานนายกฯ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ปธ.กกต.โอ่โค้งสุดท้ายไร้อุปสรรค

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความพร้อมการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ กกต.มีความพร้อมในการทำประชามติประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว เท่าที่ตนได้ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆก็ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใด ดังนั้น ช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือก่อนถึงวันออกเสียงจึงไม่มีความกังวลใดๆแล้ว ทั้งนี้ อยากขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิออกเสียงทุกคนออกมาใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. กันให้มากๆ เพราะการทำประชามติครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการรับฟังเสียงของประชาชนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ทุกคนจึงควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ย้ำข้อทำได้–ไม่ได้ก่อน 7 วันประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 7 วัน ก่อนวันออกเสียงประชามติแล้ว 1. การทำโพล ทำได้ แต่ห้ามเผยแพร่ผล นับตั้งแต่ 0.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. ไปจนถึง 16.00 น. ของวันที่ 7 ส.ค. โพลที่เผยแพร่ผลก่อนวันที่ 31 ก.ค.ค้างข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ได้ ผู้แชร์ไม่ผิดแต่หากผู้ทำโพลเผยแพร่ซ้ำรอบใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว ผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ 2. สถานีโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ สื่อต่างๆ เชิญบุคคลมาแสดงความเห็นในทางเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างมีเหตุผล ให้นำเสนอจาก 2 ฝ่ายเท่าเทียมกัน 3.หน่วยราชการที่ประสงค์จะจัดยานพาหนะอำนวยความสะดวกประชาชนต้องทำหนังสือขอมาที่ กกต.จังหวัด อย่างเป็นทางการ และต้องได้รับการอนุมัติก่อนจึงจะทำได้ ต้องเป็นกรณีพื้นที่ทุรกันดาร ยากลำบาก และอำนวยความสะดวกคนพิการ คนสูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เท่านั้น และ 4.กิจกรรมสังคมต่างๆที่มีงานเลี้ยงอาหาร ให้พึงระมัดระวัง ไม่มีการพูดโน้มน้าวจูงใจ เพื่อให้ไปลงคะแนนในทางใดทางหนึ่ง งานเลี้ยงทุกชนิดที่จัดขึ้นตั้งแต่ 18.00 น. วันที่ 6 ส.ค. จนถึง 24.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ไม่สามารถจัดเลี้ยงสุรา หรือจำหน่าย จ่ายแจกสุราได้

บ่นพลาดไม่แจก รธน.ถึงมือชาวบ้าน

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.มี 3 อย่างที่ต้อง เร่งทำ คือ 1. ประสานกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทุกหมู่บ้านประชุมประชาคมหมู่บ้าน ชี้แจงความสำคัญของการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะชาวบ้านบางคนยังไม่รู้และไม่รู้วันลงประชามติด้วย ให้วิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) อธิบายย้ำประเด็นที่ยังเข้าใจผิดและเกิดการบิดเบือน อาทิ บัตรทอง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การศึกษาและโครงสร้างของระบบ การเมือง คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-5 ส.ค. 2. เวทีการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ได้รับเชิญ ส่วนเวทีดีเบตของ กกต.ตามจังหวัดต่างๆ เบื้องต้นอาจไม่ไปร่วม และ 3. การออกรายการทางโทรทัศน์ที่ กรธ.แต่ละคนมีคิวไป ส่วนกรณีนักการเมืองหลายคนทยอยออกมาประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เราหนักใจพอสมควร หวั่นว่าประชาชนจะไปฟัง จนเชื่อมากเกินไป กรธ.ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้ไปแจ้งความก็ไม่ใช่หน้าที่ เพราะเป็นหน้าที่ กกต. กรธ.มีแค่ 21 คน เราก็พยายามเต็มที่แล้ว แต่นักการเมืองมีเป็นร้อยคน ตรงนี้ถือว่าเราเสียเปรียบ ประชาชนหลายคนก็ไม่มีร่างรัฐธรรมนูญให้อ่าน ถือว่าพลาดที่ไม่แจกร่างรัฐธรรมนูญให้ทุกคน แบบนี้เหมือนกรธ.ทำอาหารอย่างดี แต่คนยังไม่ได้ชิมแล้วมาด่าว่าไม่อร่อยหรือยังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ฟังคนอื่นมา

“ยิ่งลักษณ์” ยังมีสิทธิออกเสียง

ช่วงบ่ายที่บริเวณลานน้ำพุ ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต จ.นนทบุรี นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติในโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ” โดยมี รด.จิตอาสาและทีมงานตลกถั่วแระ เชิญยิ้ม นายกสมาคมตลกแห่งประเทศไทย มาร่วมรณรงค์ด้วย

นายประวิชกล่าวว่า วันที่ 7 ส.ค. เป็นวันสำคัญที่ประชาชนจะร่วมแสดงออกว่าเราจะเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนและหาทางออกช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมืองได้อย่างไร ถ้าประชารัฐไม่ร่วมใจ ก็ยากที่ประชาธิปไตยจะมั่นคง เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยถูกถอดถอนจาก สนช.ยังมีสิทธิลงประชามติหรือไม่ นายประวิชกล่าวว่า อดีตนายกฯถูกถอดถอนทางการเมือง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายเดิมได้ แต่สิทธิการลงประชามติยังมีอยู่ เป็นคนละเรื่องต้องแยกกัน

“มาร์ค” เเนะ “บิ๊กตู่” ตั้งหลัก รธน.ไม่ผ่าน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหากร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านประชามติว่า ไม่มีใครให้ความมั่นใจได้ว่าร่างใหม่จะดีกว่า นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ผู้ถืออำนาจอยู่ ต้องมองออกว่าต้องออกแบบอย่างไร ไม่จำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตามใคร ขอให้นายกฯตั้งหลักก่อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนปี 50 เป็นปัญหาที่รัฐธรรมนูญหรือไม่ อะไรที่ไม่เป็นปัญหาจากรัฐธรรมนูญไม่ต้องยุ่งกับมัน เช่น หมวดสิทธิเสรีภาพ แต่อะไรที่รัฐธรรมนูญปี 50 ยังไม่มีก็วางเลยว่าต้องการปราบปรามการทุจริตให้เข้มข้นขึ้น ตนไม่ต้องการให้เอากลไกต่างๆทางการเมือง อำนาจรัฐหรือสื่อมวลชนมาใช้ในการสร้างความเกลียดชัง การใช้นโยบายสาธารณะต้องมีขอบเขต ไม่ใช่เอาใจจนไร้วินัยการเงินการคลัง หรือจะมาบังคับพวกตน นักการเมืองก็ได้ว่าต้องเสนอมาว่าจะทำให้ดีขึ้น ทั้ง 3 ข้อนี้ทำอย่างไรที่ไม่ขัดกับหลักการประชาธิปไตย ถ้านายกฯมีบทบาทอย่างนี้ โอกาสจะได้ของดีขึ้นไม่มีมากกว่าหรือ หากทำสำเร็จจะไม่เป็นการปรองดองหรือการปฏิรูปโดยแท้จริงหรือ

ไม่ไล่ คสช.แต่ขอคำตอบได้อะไรที่ดีกว่า

“อีกอย่างกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใยที่เกือบทุกพรรคไปร่วมลงนามด้วยระบุแล้วว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะไม่ก่อความวุ่นวาย เลิกพูดที่จะมาบอกว่าต้องออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ไล่ คสช. แต่ต้องมาว่ากันว่า ถ้ามันไม่ผ่านจะเอาอะไรที่ดีกว่า จะต้องเขียนเรื่องการปฏิรูป ขัดแย้ง ทุจริตคอร์รัปชันต้องเขียน อันนี้ต่างหากที่เป็นการสร้างฉันทามติในสังคม ถามว่าผมมั่นใจหรือไม่ ผมตอบไม่ได้เพราะอำนาจไม่อยู่ที่ผม แต่ผมเชื่อในตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าตั้งใจจะเข้ามาแก้ไขปัญหา ผมยังมองว่าทางนี้ยังมีโอกาสที่จะก้าวข้ามพ้นสภาพเดิมๆมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดจากความขัดแย้ง ในกรณีที่รัฐธรรมนูญนี้จะประกาศใช้ด้วยซ้ำไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

รู้มีคนโกรธไม่หวั่นเสียฐานเสียง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนที่มีคำถามว่าถ้ารัฐธรรมนูญนี้ผ่าน ตนจะลงเลือกตั้งหรือไม่นั้น การแถลงจุดยืนของตนไม่เกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้ง การไม่ลงเลือกตั้งทำมาแล้ว 2 ครั้ง มีเหตุผลชัดเจน ประชาชนจำนวนมากไม่ยอมรับกระบวนการการเลือกตั้ง ถึงเลือกตั้งไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกัน ตนเข้าใจอารมณ์ประชาชนไม่เคยตำหนิ พยายามจะชี้ว่าถ้าจะให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ต้องเอาเรื่องสาระและเหตุผลมาพูดกันด้วย ถามว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ถามได้ มีคำอธิบายให้เข้าใจได้ไม่กังวล เราต้องพร้อมจะรับและรู้ก่อนจะแถลงจุดยืนว่าต้องมีคนโกรธ เมื่อถามว่า กลัวจะเสียฐานเสียงผู้สนับสนุนหรือไม่ ที่ประกาศจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีความกลัวตรงนั้น ทำได้แค่เพียงอธิบายเหตุผล จุดยืนพรรค ปี 53 ถูกเล่นงานหนักมาก มีคนถามว่าทำไมไม่เข้าไปลุยสลายการชุมนุมตั้งแต่ต้นๆ แต่ตอนหลังคนที่ถามก็เข้าใจว่าถ้าตัดสินใจทำ ที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น

ลั่นทรยศอุดมการณ์ตนเองไม่ได้

“ผมจำได้มีบางท่านที่อยู่ในราบ 11 พูดกับผมว่า ตอนนั้นประชาชนบอกมาว่า คนจะตายสักพัน สักหมื่นคนก็ไม่เป็นไร มันต้องทำแล้ว และจำคำพูดผมได้ว่า วันนี้อารมณ์คนจะเป็นอย่างนั้น แต่พอวันข้างหน้าพอตายสักหนึ่งคนเท่านั้น จะมีเงื่อนไขยืดเยื้อตามมา ท่านผู้นั้นยังมาพูดกับผมทีหลังว่า เป็นอย่างที่ผมพูดจริงๆ หรือก่อนจะเกิดการปฏิวัติ ผมเคยออกมาเสนอแนวทางว่าเป็นไปได้ไหมฝ่ายเพื่อไทย คุณถอยไปก่อนเราหารัฐบาลชั่วคราวมาเริ่มต้นงานการปฏิรูปแล้วถอยกลับมาเลือกตั้งกันใหม่ คนเพื่อไทยก็ด่าผม กปปส. และคนประชาธิปัตย์บางคนก็ด่าผม ก่อนปฏิวัติไม่ถึง 15 นาที ผมยังพูดกับคนในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยขณะนั้นว่า ถ้าคุณไม่ยอมสละ เราจะสูญเสียประชาธิปไตย และได้พูดกับหลายคนในประชาธิปัตย์ว่า การรัฐประหารแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ปัญหาระยะยาวหวังพึ่งกลไกการรัฐประหารด้านเดียวยากมากที่จะสำเร็จ ผมไม่สามารถทำให้คนมาเห็นด้วย แต่อย่างน้อยที่สุดตอบตัวเองและสังคมได้ว่าจุดยืนของผมมีไว้เพราะอะไร อาจจะเป็นเสียงข้างน้อยในวันนี้ แต่อาจจะเป็นความจริงที่คนยอมรับในวันข้างหน้าก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ผมไม่สามารถทรยศต่อความคิดและอุดมการณ์ของตัวเองได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เผยไม่รับตั้งแต่เห็นตัวร่างแล้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นตั้งแต่ตัวร่างออกมาแล้ว แต่การที่ต้องมาแสดงจุดยืนในฐานะหัวหน้าพรรค ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเห็นคนละประเด็นกับ 5 ข้อที่ไปร่วมลงชื่อสนับสนุน เพราะ 5 ข้อที่ลงชื่อกับกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย มีพรรคอื่นลงนามด้วย ทำให้สบายใจที่จะแถลงจุดยืนมากขึ้นใน 2 ประเด็นคือ 1. ใครก็ตามที่ไปร่วมลงนามตรงนั้นเท่ากับว่าได้ยอมรับว่า การที่ร่างไม่ผ่านประชามติ ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องไปล้มล้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 และโรดแม็ปของ คสช. 2.การที่ทุกคนและตัวแทนทุกพรรคไปลงนามตรงนั้นได้ยอมรับแล้วว่า ถ้าไม่เอาฉบับนี้ ฉบับหน้าที่จะร่างใหม่ต้องมีเรื่องการปราบโกง การปฏิรูป เห็นแล้วมั่นใจในการแถลงจุดยืนที่แสดงออกไปมากขึ้น ที่ต้องรอเวลามานานกังวลว่าถ้าเราบอกไม่เอาจะมีหลักประกันอะไรข้างหน้า หรือเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหลังประชามติหรือไม่ มันเชื่อมโยงกัน

ให้สังคมฉุกคิดจะเอาไหมโจรปราบโจร

“ผมกำลังให้สังคมยึดสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าสามารถทำให้สังคมไทยกลับมาคิดได้ มีโอกาสหาทางออกประเทศ มีคนเสนอให้ใช้โจรปราบโจรถึงจะสำเร็จ ถ้าเป้าหมายของคุณเพื่อปราบโจร ก็อาจจะบรรลุผลสำเร็จ โจรอาจจะหายไปหนึ่งคน แต่ถ้าบอกว่าหลักใหญ่ต้องเอาโจรปราบโจร คุณกำลังยอมรับให้เกิดสังคมโจรขึ้นมาแทนที่โจรที่คุณได้ปราบไป อยากให้สังคมกลับมาฉุกคิด เช่น ผมต่อสู้กับระบอบทักษิณหลายครั้ง มีคนบอกให้ทำอย่างนี้ เพราะทักษิณเค้าทำ แต่ผมว่าทำไม่ได้ ถ้าใช้วิธีทักษิณที่คุณต่อต้านเพื่อไปสู้กับเค้า เท่ากับกำลังสร้างสังคมแบบทักษิณขึ้นมาแทนเหมือนกัน ถามว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการใช่หรือไม่” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ยัน ปชป.เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนสนับสนุนจุดยืนหัวหน้าพรรค ขอบคุณประชาชนที่สนใจจุดยืนของเรา ภายในพรรคมีความคิดเห็นหลากหลายแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ แต่ร่วมมือทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศ ชาติบ้านเมืองได้ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายยอมรับเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยเหตุผลเคารพซึ่งกันและกัน จึงไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความแตกแยก จุดยืนของนายอภิสิทธิ์ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ปรึกษาหารือรับฟังความเห็นหลากหลายในพรรค โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก จะรับหรือไม่รับร่าง ไม่ได้สร้างความวุ่นวายทางการเมือง อย่างไรก็เดินตามโรดเเม็ปอยู่ดี เมื่อหัวหน้าพรรคแถลงไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯยอมรับว่า ถ้าไม่ผ่านการลงประชามติ จะนำข้อดีฉบับต่างๆมาทำให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้น จึงเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ของนายกฯ

“ราเมศ” บ่นกลไกปราบโกงอ่อนยวบ

นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ตนสนับสนุนจุดยืนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับข้อบกพร่องในร่างรัฐธรรมนูญ มีจุดอ่อนที่กลไกปราบทุจริต ตัดสาระสำคัญในรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 102 (14) ที่กำหนดว่า บุคคลที่เคยถูกถอดถอนโดยวุฒิสภาจะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ทำให้การวางกลไกป้องกันคนไม่ดีเข้าสู่การเมืองถดถอยลง พรรคตรวจสอบจำนำข้าวด้วยความยากลำบาก ถ้ารัฐธรรมนูญปราบโกงจริงมีหรือเราจะไม่รับ ผลจากการปราบโกงได้ถอดถอนบุคคลที่ส่อว่าทุจริต 4 คน ตามรัฐธรรมนูญปี 50 คนเหล่านี้จะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ในร่างใหม่มิได้ใส่ไว้ในลักษณะต้องห้าม เท่ากับว่าบุคคลที่เคยถูกถอดถอนจะเข้าสู่การเมืองได้ เมื่อถูกเพิกถอนสิทธิเป็นเวลา 5 ปี ไม่ใช่ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตเหมือนในรัฐธรรมนูญปี 50 คนที่เคยถูกถอดถอนจะได้ประโยชน์จากร่างฉบับนี้ เปรียบเสมือนนิรโทษกรรมให้จำเลยคดีจำนำข้าวที่เคยถูกถอดถอนมาแล้ว” นายราเมศกล่าว

“วัฒนา” มัด รธน.แท้ง คสช.อย่าได้พลิ้ว

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “7 สิงหา วันของประชาชน” ว่ามีหลายท่านสอบถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากประชาชนไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตอบไปว่ากระบวนการทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเผด็จการจะจบลงทันที เพราะแม้จะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ปิดกั้น และเต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคามผู้เห็นต่าง แต่เมื่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจได้ออกมาแสดงเจตนาด้วยตัวเองแล้วว่า ต้องการประชาธิปไตย กำหนดอนาคตและวิถีทางทางการเมืองของตัวเอง คสช.จึงไม่อาจบิดพลิ้วหรืออ้างเป็นอย่างอื่นได้อีกนอกจากจะต้องปฏิบัติตามด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว

ลั่น 7 ส.ค.วันประชาคืนสงบสุข

นายวัฒนายังระบุอีกว่า เพื่อ 1.กำหนดวันเลือกตั้งเป็นการทั่วไปโดยเร็ว วิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ยึดโยงกับประชาชน 2.ให้ประชาชนเป็นผู้แต่งตั้งตัวแทนมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3.กำหนดเงื่อนไขให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งต้องปฏิรูปประเทศ จากนั้นเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแก้ไขปัญหาของประชาชน ความสงบสุขของคนไทยจะกลับคืนมา ดังนั้นวันที่ 7 ส.ค.จึงเป็นวันของประชาชนอย่างแท้จริงที่ต้องออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด อนาคตกลับมาอยู่ในมือของพวกเราอีกครั้งแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือ ไม่เช่นนั้นวิสัยทัศน์แบบรองเท้าแตะหรือยาสีฟันตีตลาดโลก จะตามมาหลอกหลอนอีก คนพูดคงไม่เคยอายแต่ตนอาย

จี้ “บิ๊กตู่” งดจ้อคืนความสุขชี้นำ

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ควรงดจัดรายการคืนความสุขให้คนในชาติในวันที่ 5 ส.ค. เพราะวันที่ 7 ส.ค.จะเป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว คำพูดของนายกฯซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบได้ หากประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ และถ้าคำถามพ่วงผ่านประชามติ จะทำให้อยู่ในอำนาจต่อไปได้อีกนาน คสช.เลือก ส.ว.สรรหาที่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯคนนอกได้ด้วย ที่สำคัญผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะมีสิทธิเป็น ส.ว.สรรหาโดยอัตโนมัติ หากยังใช้รายการทีวีเป็นกระบอกเสียงในช่วงเวลานี้ อาจถูกนินทาได้ว่าพูดในลักษณะชี้นำในคืนหมาหอนได้ และจะกระทบความสง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ได้

“อ๋อย” หยันนายกฯไม่ดึงดันมีทางออก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลและคสช. ยังไม่เปิดเผยทางออกหากประชามติไม่ผ่าน ว่า การไม่พูดให้ชัดเจน เป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อลงประชามติ มาถึงขั้นนี้ไม่มีทางแก้ แต่ถ้าจะทำได้บ้างคือประกาศให้ชัดว่า การทำร่างรัฐธรรมนูญ หากประชามติไม่ผ่านจะเป็นกระบวนการที่ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ใช่เรื่องที่หัวหน้า คสช. มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเป็นผู้ร่างคนเดียวแล้วประกาศใช้ ส่วนที่มีคนเป็นห่วงจะเกิดความวุ่นวายหากประชามติไม่ผ่านนั้น จากการที่หลายองค์กรร่วมกันปรึกษาหารือและวิเคราะห์กันมีแนวโน้มที่ดี ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าถ้าประชามติไม่ผ่าน น่าจะมีทางออกของสังคมที่จะเลือกตั้งตามเวลาที่กำหนด และมีทางที่จะร่างรัฐธรรมนูญโดยหลายฝ่ายมีส่วนร่วม จะไม่เกิดการเผชิญหน้าหรือความวุ่นวาย ฉะนั้นถ้าหัวหน้าคสช.ไม่ดึงดัน ไม่ทำตัวเป็นคนไม่ฟังใคร ไม่เอาใจตัวเอง เชื่อว่าประเทศนี้มีทางออกที่ไม่วุ่นวายแน่นอน สิ่งที่ทำได้คือ คสช.และรัฐบาลพร้อมยอมรับมติของประชาชน ไม่ดึงดันทำอะไรทำตามใจชอบ

“อุเทน” มองอีกมุมผ่านฉลุย

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า มาถึงวันนี้แล้วอย่างไรก็เชื่อว่าจะมีการลงประชามติ คงไม่มีการยกเลิกตามที่หลายฝ่ายกังวล และเชื่อว่าผลการลงประชามติมีแนวโน้มที่จะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า ช่วงสัปดาห์สุดท้ายอยากฝากให้รัฐบาล คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมสถาน– การณ์ไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือการสร้างสถานการณ์วุ่นวาย โดยเฉพาะองคาพยพของ คสช.เอง หลายครั้งมักมีการแสดงความคิดเห็นหรือการปฏิบัติที่นำไปสู่ความโกรธแค้นเกลียดชังในสังคม มากกว่าการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างที่พยายามกล่าวอ้าง ทั้งกรธ. และ กกต. ส่วนผู้เกี่ยวข้องยังบกพร่องในการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง มีเพียงความพยายามป่าวประกาศเฉพาะในประเด็นที่ กรธ.ต้องการเท่านั้น ส่วนข้อเสียหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ กลับพยายามจะเลี่ยงหรือไม่พูดถึงเลย

“เทือก” อุ่นใจ ส.ว.ลากตั้งเฟ้นนายกฯ

เวลา 16.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่าปัญหาขณะนี้คือ คนส่วนใหญ่เริ่มออกมาพูดไม่เกี่ยวกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ เอาประเด็นคำถามพ่วงประชามติ ที่ให้อำนาจ ส.ว.มีสิทธิเลือกผู้ที่จะมาเป็นนายกฯมาเป็นประเด็นที่จะล้มรัฐธรรมนูญ อยากบอกพี่น้องประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ส.ว.ชุดนี้เขามาทำงานแค่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เวลาบ้านเมืองจะเกิดวิกฤติ คนเหล่านี้จะออกมารับผิดชอบบ้านเมือง โดย คสช.ไม่ต้องออกมาอีก ตนอุ่นใจที่ ส.ว.250 คน จะเข้ามามีส่วนร่วมกับ ส.ส.ในการเลือกนายกฯ เราจะได้นายกฯคนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ประชาชนไว้ใจได้ว่านายกฯคนนี้คือผู้ที่จะนำประเทศไปสู่การปฏิรูป ตนจึงรับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงประชามติ

ห่วงผลโหวตไม่สร้างฉันทามติสังคม

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงสถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติว่า ขณะนี้มีความพยายามจะเอาผลประชามติมาเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทย หรือเป็นการเดิมพันอะไรบางอย่างทางการเมือง เพื่อผูกเรื่องให้เกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ หลังประชามติไม่ว่าผลประชามติจะออกมาอย่างไร เพราะเหตุผลหลักของการรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นเหตุผลทางการเมืองมากกว่าเหตุผลในตัวร่างรัฐธรรมนูญ การประชามติที่มีเป้าหมายและเหตุผลที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปเช่นนี้ อาจเกิดปัญหาใหม่ตามมาเพราะผลประชามติจะไม่สามารถสร้างฉันทามติในสังคมการเมือง หรือการยอมรับของผู้แพ้ได้ จนกลายเป็นความขัดแย้งใหม่และนำการเมืองไทยเข้าสู่ความเสี่ยงได้ในที่สุด ดังนั้นการเมืองไทยหลังวันประชามติอาจสำคัญมากกว่าวันประชามติ 7 ส.ค.ก็ได้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เป้าหมายร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายคือการปฏิรูปประเทศ จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อกระบวนการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง

เด็ก นร.ใส่ชุดหมีเดินต้าน รธน.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทางเดินสกายวอล์ก หน้าหอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสิทธิและความเท่าเทียมทางการศึกษา ซึ่งเป็นนักเรียนชายหญิง ชั้นมัธยมปลาย นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเรียนชั้น ม. 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นัดหมายรวมตัวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญด้วยการสวมชุดหมีและหมวกรูปหมี ถือป้ายข้อความ “ม.ปลายเรียนฟรีต้องอยู่ใน รธน.” เดินรณรงค์แจกจ่ายเอกสารชื่อว่า “ประกาศคณะเห็นหมีแห่งชาติ (คสช.)” ให้ผู้สัญจรผ่านไปมา โดยเอกสารรณรงค์ของกลุ่มนี้ได้สรุปร่างข้อบกพร่องประเด็นการศึกษา 5 ข้อใหญ่ คือ เรื่องเรียนฟรีกองทุน สถานะการศึกษา อำนาจจัดการศึกษา และเป้าหมายการศึกษา นอกจากนี้กลุ่มดังกล่าวยังนำตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล มาแขวนคอไว้บนราวสะพานลอย พร้อมติดป้ายข้อความว่า “เรียนฟรีตายแล้ว” จากนั้นจึงนำเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มขบวน การประชาธิปไตยใหม่ มานั่งอ่าน ทั้งนี้ พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน และ ร.อ.สุดเขตต์ แคล้วภัย จาก ม.พัน. 1 พล.ม.2 รอ. นำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนบันทึกภาพและวีดิโอไว้เป็นหลักฐาน

ผู้ว่าฯระงับกิจกรรมกลุ่มดาวดิน

ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น นำโดยนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ. ขอนแก่น พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น นายสัมภาษณ์ หงส์โม้ ป้องกันจังหวัดขอนแก่น พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กกล.รส.จ.ขอนแก่น และนายสมพงษ์ สิทธิพรหม ผู้ช่วยอธิการบดี มข. ฝ่ายรักษาความปลอดภัย เข้าตรวจสอบการจัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสานของกลุ่มพลเมืองรุ่นใหม่และกลุ่มประชาธิปไตยใหม่หรือกลุ่มดาวดิน ที่มี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นางพรรณวดี ตันติศิรินทร์ อดีตแกนนำ นปช.ภาคอีสาน และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและแนวร่วมกลุ่ม นปช. กลุ่มนักวิชาการอีสานใหม่และแกนนำนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาหลายจังหวัดในภาคอีสานร่วมชุมนุมและสังเกตการณ์ด้วย โดยระบุเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติและชุมนุมเกิน 5 คน ฝ่าฝืนตามคำสั่ง คสช. เจ้าหน้าที่ได้เจรจาแกนนำให้ยุติกิจกรรมดังกล่าว พร้อมตรวจยึดเอกสารร่างรัฐธรรมนูญกว่า 2,000 แผ่น และแกะป้ายโหวตโนที่ติดอยู่บนฉากเวที ขณะที่เจ้าพนักงานฝ่ายสอบสวน และฝ่ายนิติกร กกต.ขอนแก่น เข้าแจ้งความเอาผิดแกนนำกลุ่มผู้จัดกิจกรรมตามความผิด พ.ร.บ.การลงประชามติ ที่ สภ.เมืองขอนแก่น

เอาผิด 3 กระทง ตร.ตรึงกำลังต่อ

นายสมพงษ์ สิทธิพรหม ผู้ช่วยอธิการบดี มข. กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวส่งเรื่องขอจัดกิจกรรมและขอใช้สถานที่จริง แต่คณะเกษตรศาสตร์มีคำสั่งไม่อนุญาต แต่ยังคงฝ่าฝืน ถือว่าบุกรุกสถานที่ราชการชัดเจน ขณะที่ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กกล.รส.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะยังคงวางกำลังโดยรอบสถานที่จัดกิจกรรมต่อไป เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีมากขึ้น พบว่ามีความผิดรวม 3 ข้อกล่าวหา คือบุกรุกสถานที่ราชการ มข.เข้าแจ้งความแล้ว ความผิดฐานชุมนุมเกิน 5 คน และความผิดฐานตามกฎหมายประชามติ กกต.ได้ชี้มูลความผิดและแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนฝ่ายความมั่นคงได้บันทึกภาพผู้ชุมนุมและแกนนำเพื่อเอาผิดต่อไป

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กรมภักดี แกนนำกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า จะยังคงกำหนดจัดกิจกรรมต่อไป ถือเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ควรพึงกระทำได้ ที่ผ่านมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นขัดขวางมาตลอด แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้ ต้องการหาเวทีการแสดงออกพูดคุยเรื่องรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน แต่ยังคงถูกสั่งห้าม ทางกลุ่มจะต่อสู้ตามสิทธิและเสรีภาพต่อไป

อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์โวยทหารรื้อบ้าน

ช่วงค่ำ นายคมเดช ไชยศิวามงคล อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. ถูกทหาร ตำรวจ บุกค้นบ้าน เพื่อตรวจหาจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญ โดยเจ้าหน้าที่ทหารใช้เวลารื้อค้นเอกสารอยู่นาน ทำให้ข้าวของทรัพย์สินกระจุยกระจาย แต่ท้ายที่สุดไม่พบอะไร การยกขบวนของเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นในครั้งนี้สร้างความตระหนกตกใจแก่ประชาชน สิ่งเหล่านี้ทำให้กระบวนการออกเสียงประชามติที่กำลังจะถึงในวันที่ 7 ส.ค.เป็นบรรยากาศที่หลายคนห่วงใยและไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

รัฐบาลตีปี๊บโค้งสุดท้ายเตือนประชาชนอ่าน รธน.เอง อย่าหลงเชื่อนักการเมือง-พวกบิดเบือน โฆษก กรธ. มึนคนยังไม่รู้แม้วันกาบัตร รับพลาดไม่ส่งร่าง รธน.ถึงมือชาวบ้าน ดิ้นขอ มท.จัดประชุมประชาคมทุกหมู่บ้าน... 1 ส.ค. 2559 07:28 1 ส.ค. 2559 07:28 ไทยรัฐ