วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แห่ช่วย 'น้องแซม' ได้บัตร ปชช. แฉพ่อแท้ๆส่งไปทิ้ง ตกนรกที่อียิปต์

แห่ช่วย 'น้องแซม' ได้บัตร ปชช. แฉพ่อแท้ๆส่งไปทิ้ง ตกนรกที่อียิปต์

  • Share:

“น้องแซม” พบชีวิตใหม่ หลายหน่วยงานยื่นมือช่วย ผวจ.อุดรฯรุดเยี่ยมถึงบ้านพร้อม พาไปทำบัตรประชาชน เผยชีวิตในอียิปต์สุดรันทด หลังพ่อออกอุบายพาไปเยี่ยมย่าแล้วทอดทิ้งไม่เหลียวแล ถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์กักขัง เฆี่ยนตี ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องขออาศัยหลับนอนอยู่ตามบ้านเพื่อน ทำงานโรงน้ำชาหาเงินซื้ออาหารกินประทังหิว ขอความช่วยเหลือสถานทูตส่งกลับมาตุภูมิสู่อ้อมอกแม่

กรณีสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ให้การช่วยเหลือ “น้องแซม” ด.ช.ธนากร บิลาล อายุ 14 ปี กลับสู่อ้อมอกแม่คือนางหลิว บิลาล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 228/10 ต.ทุ่งฝน อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี หลังจากนายอับดุลรอเฟี๊ยะซ์ ฟัตฮีย์ อับดุลเลาะห์ บิลาล ผู้เป็นพ่อชาวอียิปต์ ส่งไปอยู่กับแม่เลี้ยงในประเทศอียิปต์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และถูกแม่เลี้ยงทำร้ายจนต้องหนีออกจากบ้านกลายเป็นเด็กเร่ร่อนรับจ้างทำงานหาเงินซื้ออาหารประทังชีวิตไปวันๆนานถึง 7 ปี กระทั่งเข้าขอความช่วยเหลือสถานทูตไทยส่งกลับมาตุภูมิแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่บ้านของนางหลิว บิลาล บ้านเลขที่ 228/10 ต.ทุ่งฝน อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีญาติพี่น้องที่ทราบข่าวถึงการกลับมาของ “น้องแซม” ด.ช.ธนากร บิลาล เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจจำนวนมาก ต่อมานายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี พร้อมนายภูมิพัฒน์ ธนาสิทธิตานนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อุดรธานี และเหล่ากาชาดอุดรธานี เข้าเยี่ยม “น้องแซม” ด.ช.ธนากร เพื่อสอบถามความเป็นอยู่พร้อมมอบข้าวของเครื่องใช้และเงินสดจำนวนหนึ่งช่วยเหลือเบื้องต้น จากนั้นนายชยาวุธพา ด.ช.ธนากรไปทำบัตรประชาชนที่ว่าการอำเภอทุ่งฝน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาทางด้านเอกสาร เนื่องจาก ด.ช.ธนากรเกิดที่เมืองไทย โดยนายชยาวุธ กล่าวว่า ด.ช.ธนากรมีปัญหาเรื่องภาษา ต้องให้การศึกษา แนะอาชีพ การปรับตัวเข้ากับสังคม

ในขณะที่นางหลิว บิลาล แม่ “น้องแซม” ด.ช.ธนากร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สถานเอกอัครราชทูตไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือจนลูกชายได้กลับบ้านเกิด ตนกับนายรุ่งวิไล พิลาแดง สามีใหม่ รับลูกชายจากสนามบินสุวรรณภูมิเดินทางกลับมาถึงบ้านเมื่อประมาณตีสองของเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงแรกคงมีปัญหาบ้างเรื่องการสื่อสาร ยกเว้นตนที่สามารถสื่อสารกับลูกชายได้ ในขณะที่ ด.ช.ธนากร กล่าวผ่านล่ามว่า ดีใจที่ได้กลับบ้านเกิด แต่ยังพอจำภาพในอดีตได้ ตอนอยู่ที่อียิปต์ลำบากมาก พ่อทิ้งให้อยู่กับแม่เลี้ยงนานหลายปี ถูกแม่เลี้ยงใจโหดกักขังเฆี่ยนตี ทนไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้านไปหางานทำตามร้านอาหาร เก็บโต๊ะเก้าอี้ ได้เงินค่าจ้างเลี้ยงชีพไปวันๆ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ ตอนนี้มีบัตรประชาชนเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า เมื่อเช้านี้ทราบว่านายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี นำคณะลงพื้นที่ไปเยี่ยม ด.ช.ธนากร บิลาล กับครอบครัว สอบถามเบื้องต้น ทราบว่านางหลิวมีลูก 2 คน โดยคนโตเป็นผู้หญิงเกิดกับสามีเก่าได้แต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่ที่อื่นแล้ว ส่วน ด.ช.ธนากร เป็นลูกคนเล็กเกิดกับสามีชาวอียิปต์ ตนได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งช่วยเหลือผ่านทาง พม.จ.อุดรธานี ส่วนหน่วยงาน พม.จ.อุดรธานี มอบเงินสงเคราะห์ 2,000 บาท ถุงยังชีพ พร้อมทั้งประสานสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ดูแลเรื่องการเข้าศึกษาต่อของ ด.ช.ธนากร ประสานโรงพยาบาลอุดรธานีตรวจสุขภาพ รวมทั้งพิจารณาช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า นางหลิวผู้เป็นแม่และพ่อเลี้ยงมีความพร้อมที่จะดูแลเลี้ยงดู ด.ช.ธนากรได้เป็นอย่างดี

ด้าน น.ส.อัมพร งามพิทักษ์โชค เลขานุการตรี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายกงสุลในขณะนั้น เผยว่า เมื่อประมาณเดือน พ.ค.2559 ด.ช.ธนากรเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ตามลำพัง แจ้งว่าอยากจะเดินทางกลับประเทศไทยไปหามารดา ด.ช.ธนากรไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ พูดภาษาไทยได้เพียงคำเดียวคือ “หลิว” จากการสัมภาษณ์ทราบว่ามีสัญชาติไทย แม่เป็นคนไทยชื่อ นางหลิว บิลาล พ่อเป็นชาวอียิปต์ น้องเกิดและเติบโตในประเทศไทย จนอายุได้เกือบ 8 ขวบ พ่อจ้างให้ทนายความพา ด.ช.ธนากรเดินทางไปอียิปต์ โดยพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย ให้เหตุผลกับแม่ ด.ช.ธนากรว่า จะพาไปเยี่ยมย่าที่อียิปต์ในช่วงสั้นๆ หลังจากนั้น ด.ช.ธนากร ก็ไม่ได้เดินทางกลับไทยอีกเลย พักอาศัยกับแม่เลี้ยงที่จังหวัดคาฟร์ เอล ธีค (Kafr-Elsheikh) ห่างจากกรุงไคโร ประมาณ 3-4 ชั่วโมง หากเดินทางโดยรถยนต์

น.ส.อัมพรเผยอีกว่า ด.ช.ธนากรเล่าว่าช่วงแรกพ่อโทรศัพท์ไปหาบ้าง น้องพยายามไถ่ถามถึงแม่ บอกอยากกลับประเทศไทยไปหาแม่ แต่พ่อตอบว่าแม่สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง จากนั้นก็ไม่มีโอกาสติดต่อแม่อีกเลยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงชาวอียิปต์ ไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี อีกทั้งยังถูกขัดขวางไม่ให้ไปโรงเรียน ต้องแอบหนีไปสอบเป็นบางครั้ง ทำให้การเรียนไม่สม่ำเสมอ จนท้ายที่สุดก็ไม่ได้ไปเรียนอีก ต้องไปทำงานที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้านเพื่อหาเลี้ยงชีพ มีรายได้วันละ 30 ปอนด์อียิปต์ หรือประมาณ 120 บาท ต่อมาพ่อเดินทางไปอียิปต์เพื่อจดทะเบียนหย่ากับแม่เลี้ยงชาวอียิปต์และขายบ้านที่อาศัยอยู่ แม่เลี้ยงและลูกชายชาวอียิปต์ย้ายออกไปหมด ทิ้งให้ ด.ช.ธนากรใช้ชีวิตตามลำพัง ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องไปขออาศัยบ้านเพื่อน ไม่มีเอกสารประจำตัวหลงเหลือ เพราะพ่อเผาทำลายหนังสือเดินทางและเอกสารสำคัญอื่นๆ รวมถึงรูปถ่ายของแม่ที่พกติดตัวไว้ แต่ต่อมาได้รับการติดต่อจากเพื่อนว่าพ่อฝากเอกสารสำคัญ 1 ชุด คือ สำเนาหนังสือเดินทางและสำเนาทะเบียนบ้าน ด.ช.ธนากร จึงขอให้เพื่อนช่วยหาที่อยู่ของสถานทูตไทย

“ในวันที่น้องแซมมาถึงนั้นทราบว่าโดยสารรถประจำทางมาตามลำพัง ถือกระดาษจดที่อยู่ของสถานทูต และเอกสารสำคัญ 1 ชุดมาด้วย นอกจากนี้น้องบอกว่าอยากให้ช่วยตามหาแม่ ยังบอกอีกว่าแม้จะไม่ได้เจอแม่มานานกว่า 7 ปี แต่ยังจำแม่ได้ดีเสมอมา ส่วนพ่อเคยมีภรรยาชาวไทยอีกคนหนึ่งอยู่ที่พัทยา คาดว่าขณะนี้พ่อก็ยังอยู่ที่พัทยา สถานทูตจึงได้ประสานกองคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ กระทั่งได้รับการติดต่อกลับมาว่าเจอแม่ของน้องแซมแล้ว จึงดำเนินการตามขั้นตอนของทางการอียิปต์เพื่อพาน้องแซมกลับประเทศไทย” น.ส.อัมพรกล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้