วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก๊ง "คอลเซ็นเตอร์" คืนชีพ คนถูกหลอกพุ่ง-ธปท.เตือนอย่าหลงเชื่อ!

ธปท.ประกาศเตือน ระวัง!แก๊งคอลเซ็นเตอร์คืนชีพ หลังเดือน ก.ค.เดือนเดียวรับแจ้งถูกโทร.หลอกลวงกว่า 100 ราย ขอให้ประชาชนอย่างหลงเชื่อ ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง หรือโทร. 1213 ถาม ศคง.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ออกประกาศเตือนภัยการหลอกลวงแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยได้มีการประกาศเตือนผ่านหน้าเว็บไซต์ของ ธปท.ให้ประชาชนระวังแก๊งคอลเซนเตอร์โทร.มาแอบอ้างว่า บัญชีเงินฝากของท่านถูกอายัดหรือพัวพันกับการฟอกเงิน เตือนอย่าหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัวไปโดยเด็ดขาด

โดยศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ระบุว่า การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ของแก๊งคอลเซนเตอร์ได้กลับมาอีกครั้งหลังจากที่หายไปช่วงหนึ่ง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนโทร.มาแจ้งเรื่องการถูกหลอกลวงมากกว่า 100 ราย ดังนั้น ธปท.ขอให้ประชาชนควรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง หรือ สอบถามศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร.1213 ก่อนเพื่อไม่ให้กลายเป็นเหยื่อถูกหลอกลวง

จากข้อมูลของ ศคง.พบว่า มิจฉาชีพจะสุ่มเบอร์เพื่อโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ โดยข้ออ้างที่ใช้จะมี 6 กรณี ดังนี้ 1.บัญชีเงินฝากถูกอายัด ซึ่งข้ออ้างนี้นิยมใช้มากที่สุด โดยมิจฉาชีพจะใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติแจ้งว่าจะอายัดบัญชีเงินฝาก ในกรณีเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือทำผิดกฎหมาย เช่น “คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตกับทางธนาคาร กด 0 เพื่อติดต่อพนักงาน” เมื่อเหยื่อตกใจจะรีบคุยกับมิจฉาชีพ จากนั้นจะหลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ

กรณีที่ 2 ระบุว่าบัญชีเงินฝากพัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือการฟอกเงิน โดยหลอกเหยื่อต่อว่า บัญชีนั้นๆ พัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือติดปัญหาการฟอกเงิน จึงขอให้เหยื่อโอนเงินทั้งหมด หรือบางส่วนมาเพื่อการตรวจสอบ

กรณีที่ 3 หลอกเงินคืนภาษี โดยมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรแจ้งว่า เหยื่อได้รับภาษีคืนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องยืนยันรายการตามคำบอกที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งจริงๆ ขั้นตอนที่มิจฉาชีพให้เหยื่อทำเป็นการโอนเงิน

4.อ้างว่าโชคดีรับรางวัลใหญ่ โดยมิจฉาชีพจะอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทหรือตัวแทนองค์กรต่างๆ แจ้งข่าวดีแก่เหยื่อว่า เหยื่อได้รับเงินรางวัลหรือของรางวัลที่มีมูลค่าสูง เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะหลอกเหยื่อให้โอนเงินค่าภาษีให้

กรณีที่ 5 ข้อมูลส่วนตัวหาย โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลของลูกค้าสูญหาย เช่น น้ำท่วม ขอให้เหยื่อแจ้งข้อมูลส่วนตัว เช่น วัน/เดือน/ปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน เพื่อนำข้อมูลไปใช้

กรณีสุดท้าย กรณีที่ 6 อ้างว่าโอนเงินผิด โดยเมื่อมิจฉาชีพมีข้อมูลของเหยื่อแล้ว จะโทรศัพท์ไปยังสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อได้รับอนุมัติ สถาบันการเงินจะโอนเงินเข้าบัญชีของเหยื่อ มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่ออ้างว่า โอนเงินผิดเข้าบัญชี เมื่อเหยื่อตรวจสอบและพบว่ามีเงินโอนเข้ามาจริง จึงรีบโอนเงินนั้นไปให้มิจฉาชีพ โดยที่ไม่รู้ว่าเงินนั้นเป็นเงินสินเชื่อของตัวเอง.

ธปท.ประกาศเตือน ระวัง!แก๊งคอลเซ็นเตอร์คืนชีพ หลังเดือน ก.ค.เดือนเดียวรับแจ้งถูกโทร.หลอกลวงกว่า 100 ราย ขอให้ประชาชนอย่างหลงเชื่อ ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง หรือโทร. 1213 ถาม ศคง. 1 ส.ค. 2559 01:32 ไทยรัฐ