วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"คิดนอกกรอบ" แผนปฎิรูปการศึกษา เปิดทางสร้างเด็กไทย 4.0

"คิดนอกกรอบ" แผนปฎิรูปการศึกษา เปิดทางสร้างเด็กไทย 4.0

  • Share:

ความพยายามจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศไทย ถือเป็นความท้าทายสำคัญของการปฏิรูปประเทศภายใต้อุดมคติของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างแท้จริง

เพราะมาตรฐานการศึกษาที่ดี คือ การสร้าง “คน” ให้มีคุณภาพ มีวินัย มีจริยธรรม และมีขีดความสามารถมากพอในการแข่งขันกับประเทศต่างๆบนเวทีโลกได้

หนึ่งในความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในโครงการสานพลังประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็คือ โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนโดยทีมงานที่มีชื่อเรียกสั้นๆว่า E5

ทีมงาน E5 มี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และมี นายศุภชัย เจียรวนนท์ CEO จากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมในฝ่ายของภาคเอกชน 12 องค์กรประกอบไปด้วย...กลุ่มน้ำตาลมิตรผล, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น, ซีพีออลล์, เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, กลุ่มเซ็นทรัล, ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป, ปตท., ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงเทพ, ปูนซิเมนต์ไทย (SCG), ไทยเบฟเวอเรจ และเบอร์ลี่ยุคเกอร์

E5 นำเสนอโมเดลการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ที่เรียกว่า CONNEXTED ที่คิดกันจนหัวทะลุก่อนจะออกมาเป็น Gimmick ที่ให้ความหมายชัดเจนว่า CON=CONNECT, NEXT=NEXT GENERATI ON และ ED=EDUCATION ที่มีพื้นฐานมาจากคำว่า CON-NEXT ED LEA-DER SHIP PRO- GRAM FOR SUS- TAINABLE EDUCA TION

โมเดลนี้ เจาะทะลุถึง แก่นแท้ของโครงสร้างการศึกษาไทยอย่างตรงเป้า และครอบคลุมถึงการปฏิรูปประเทศในทุกๆด้าน เมื่อต้องใช้ “คน” เป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศไทยประสบความสำเร็จ

ถ้าคนไทยยังคงเวียนว่ายอยู่ใน Version 1.0 คุณภาพต่ำกว่าประชากรในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันแล้วล่ะก็ แนวคิดดีๆของรัฐบาลที่จะผลักดันให้คนไทยเข้าสู่ความเป็นประเทศที่มีประชากรเป็นเลิศในด้านต่างๆ ตามคอนเซปต์ “ประเทศไทย 4.0” ของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์

ก็คงจะเป็นเรื่องยากส์ และอาจต้องใช้เวลานานเกินกว่าคนรุ่นลูก และลูกหลานในเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการนำพาประเทศข้ามผ่านความล้าหลังไปได้

ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน นายศุภชัยหยิบเอายุทธศาสตร์ 10 ด้านของการยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลมานำเสนอเป็นเข็มทิศที่รัฐบาล และ กระทรวงศึกษาธิการ สามารถนำไปใช้เป็น “แผนแม่บทการศึกษาของชาติ” ได้ทันทีในรูปแบบที่เบ็ดเสร็จ

10 ยุทธศาสตร์ที่จะยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลตามแนวทางของโครงการสานพลังประชารัฐของ ทีม E5 นี้ ประกอบด้วย

1.สร้างฐานระบบข้อมูลของสถานศึกษาให้เกิดความโปร่งใส (Transparency) การพัฒนา ระบบแสดงผลข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนให้เป็นที่เปิดเผยสู่สาธารณะ จะเป็นการจูงใจให้ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคเอกชน สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ฐานข้อมูลนี้ต้องแล้วเสร็จใน 4 เดือน

2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระบบดิจิตอลของสถานศึกษา (Digital Infra) ให้สามารถเข้าถึงการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต และแหล่งสาระความรู้ต่างๆในโลกกว้างเพื่อพัฒนามาตรฐานการศึกษาเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้โรงเรียนในเป้าหมายแรก 3,300 แห่ง สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ 100% ภายใน 6 เดือน และใน 3 ปี โรงเรียนที่มีความพร้อมและเข้าร่วมโครงการรวม 7,420 แห่ง จะสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ 100% ตามมา

3.ใช้กลไกการตลาด และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Market Mechanism) เพื่อเป็นตัวหลักในการจัดตั้งกองทุนโรงเรียนที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และพัฒนาโรงเรียน

4.ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Curriculum Teaching) โดยจัดให้มีการเรียนแบบ Child Centric อย่างน้อย 30 ชั่วโมงต่อภาคเรียน และพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ครูมีบทบาทในการดึงศักยภาพเด็กให้มีความมั่นใจ รักที่จะตั้งคำถาม ค้นคว้า คิดวิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตนเอง

5.พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน (High Quality Principals) ให้มีคุณลักษณะ และสมรรถนะความเป็นผู้นำในการ บริหารจัดการสถานศึกษา รวมถึงพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะ และกระบวนการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ เป็น Action earning Program 12 เดือน สำหรับครู 3,342 คน

6.ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะให้นักเรียน (Health & Heart) ด้วยการส่งเสริม และพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้ปัญหาสังคม กับการมีส่วนร่วมในการแก้ไข (Community Service) โดยกำหนดให้กิจกรรมนี้ต้องทำอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อภาคเรียน

7.สร้างมาตรฐานจูงใจด้านสิทธิประโยชน์ และการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาทั้งใน และต่างประเทศ (Tax Incentive for Local & International Professor) เป็นการผลักดันให้เกิดมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้ให้กับสถานศึกษาของไทยสามารถเทียบเท่ามาตรฐานสากลได้

8.ยกระดับทักษะความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ (English Language Capability) โดยการเรียนรู้จากเจ้าของโดยตรง และสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้ากับรายวิชาต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยให้มีครูต่างชาติ 1 คนต่อ 1 โรงเรียน และ 100% เป็นโปรแกรม English online Learning

9.สร้างศูนย์กลางการศึกษาเทคโนโลยีแห่งอนาคตในระดับภูมิภาค (Technology Hub R&D) ซึ่งจะทำหน้าที่วิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคตในประเทศสู่ระดับภูมิภาค (Education Hubs) เช่น Bio Digital Robotics และ Nano เพื่อสนับสนุนงานค้นคว้า และ วิจัยของไทยสู่ระดับโลก สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศไทย มี 4 มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ภายในระยะเวลา 5 ปี

10.พัฒนา และส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่ (Young Leadership Development) รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา และครู พร้อมส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาสู่การเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในอนาคตด้วยทุนการศึกษาสำหรับเด็กเก่งสู่ถิ่นฐาน 3,000 ทุน

“เราจะคัดเลือกผู้บริหารโรงเรียนที่มีความพร้อมจะเข้าร่วมยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาไทยทั้ง 10 ด้านนี้ โดยมีอาสาสมัครและ ตัวแทนจากท้องถิ่นช่วยคัดเลือก จากโรงเรียนระดับประถมปีที่ 1-ประถมปีที่ 6 และมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งจะเริ่มคัดสรรจากโรงเรียนเล็กๆ และด้อยโอกาสในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศก่อน และจะสร้างผู้นำทั้งในส่วนของผู้บริหารสถานศึกษา ครู ไปจนถึงนักเรียน...

เมื่อก่อนจะเห็นว่า เราจะมีกฎ Do and Don’t อะไรควรทำ และอะไรไม่ควรทำสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ต่อไปนี้ เราจะต้องทำกฎ Do and Don’t นี้สำหรับผู้ใหญ่ คือ ครู ผู้ปกครอง และคนที่โตๆกันแล้วด้วยว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ”

นายศุภชัยกล่าวถึงความพร้อมของเขากับบริษัทที่เขาดูแลอยู่โดยเฉพาะ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ 4G ไปทั่วประเทศ ด้วยการวางไฟเบอร์ออฟติกใหม่เพื่อให้ทุกโรงเรียนในเป้าหมายมีเครื่องมือการเรียนการสอนที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของดิจิตอลอย่างครบครัน ขณะที่ทรูวิชั่นส์มีคอนเทนต์มากมาย โดยเฉพาะคอนเทนต์จากรายการ “ทรู ปลูกปัญญา” ซึ่งทุกวันนี้มีการติวข้อสอบเข้า Entrance จากทุกมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเหลือ

“เรายังขอคอนเทนต์ดีๆจากสถานศึกษาชื่อดังในกรุงเทพฯที่มีความเป็นเลิศในแต่ละทางนำไปเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย เช่น หลักสูตรจาก สาธิตจุฬาลงกรณ์ หลักสูตรจากโรงเรียนทอสี ยุวสถิรกุล หรือแม้แต่หลักสูตรที่ดีของโรงเรียนนานาชาติอย่าง RSB หรือบางกอกพัฒนา เป็นต้น”

CEO จากทรู คอร์ป ยังตอกย้ำกับ ทีมเศรษฐกิจ ว่า ทีมงานของ E5 ยังอยากได้ Professor จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกอย่าง ฮาร์วาร์ด MIT หรือ Dean จากมหาวิทยาลัยมีชื่อในต่างประเทศเข้ามาให้คำแนะนำในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อจะทำ Work Shop ในทุกไตรมาส พร้อมกับการวัดดัชนี KPI หรือ Key Performance Index อย่างต่อเนื่อง

“ผมและทีมงานของเรา รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเชื่อมั่นว่า ถ้าเราสามารถดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยใน 10 ประการที่ว่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะเห็นผลสำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 5-15 ปี...

ถึงวันนั้น เราจะสามารถแก้ไขความอ่อนแอของระบบเศรษฐกิจประเทศได้ทั้งหมด ในขณะที่ภาคเอกชนจะกลับมามีความแข็งแกร่งอีกครั้ง...จินตนาการนั้น ยิ่งใหญ่เสมอครับ ถ้าเรามุ่งมั่นทำมันให้สำเร็จ”

ความสำเร็จของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทั้ง 10 ประการนี้จะอยู่ภายใต้ PLAT FORM ของ CONNEXTED STRUCTURE & RESPONSIBILITIES หรือโครงสร้างการทำงาน และความรับผิดชอบ (ตามตารางข้างท้าย) ดังนี้

CONNEXT ED Sponcers ผู้บริหารระดับสูงของ 12 บริษัทเอกชนในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ ซึ่งจะเป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษาทางด้านยุทธศาสตร์ การชี้แนะแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งจำเป็นต้องมี School Partner กระทั่งถึงการให้การสนับสนุนทางการเงิน และงบประมาณเริ่มต้นแต่ละสถานศึกษาควรต้องใช้เงินราว 500,000-1,200,000 บาท ขณะที่โรงเรียนหุ้นส่วนควรมาจากสถานศึกษาชื่อดังในกรุงเทพฯอย่างที่พูดไว้ในตอนต้น

ตามด้วยผู้ร่วมก่อตั้ง CONNEXT ED Facilitator จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของ School Partner ที่ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติการ สร้างแรงจูงใจ และผลักดันศักยภาพของ School Partner ตลอดจนรวบรวมประเด็นปัญหา และการทำงานร่วมกับ Full Time Officer ในการพัฒนาโครงการให้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่อีกซีกด้านหนึ่ง CONNEXT ED Full Time Officer จะช่วยประสานงานโครงการ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ School Partner ตลอดจนประสานงานระหว่างบริษัทเอกชน และภาครัฐ ในโครงการต่างๆ รวมถึงวิเคราะห์ผลข้อมูล และรวบรวมรายงานของโครงการ 

School Partner หรือผู้ผ่านโครงการคัดเลือกให้เป็นผู้นำรุ่นใหม่ของภาคเอกชนจะต้องเปี่ยมไปด้วยความสามารถ มีอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นในการเข้าร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาพื้นฐานของประเทศ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ด้วยการทำงานร่วมกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาในการวางแผนเพื่อพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ ตามแนวทางของโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

CEO ของ ทรู คอร์ป บอกกับ ทีมเศรษฐกิจ อีกครั้งว่า ทีมงาน E5 ของเขาเปิดโอกาสให้กับคนที่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาไทย มีอายุระหว่าง 25-35 ปี มี Inspiration and Passion : มุ่งมั่น และมีวิสัยทัศน์, มี Leadership:ความเป็นผู้นำ, มี Communication & Motivation : ทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจ, มี Commitment : มุ่งมั่น และอดทน รวมถึงมี Critical Thinking : กระบวนการคิดเชิงวิพากษ์อย่างมีเหตุผล

ตลอดจนถึงมี Modesty & Empathy : อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น และมี Self Reflection : มีกระบวนการคิดไตร่ตรอง และพร้อมจะปรับเปลี่ยนตัวเอง

ขึ้นอยู่กับว่า พวกเขาพร้อมหรือไม่ ถ้าพร้อม ก็สามารถจะเข้ามา Join to CHANGE THAILAND’S EDUCATION WITH CONNEXT ED ได้ทันที

คุณๆล่ะ พร้อมหรือยัง?!

"ทีมเศรษฐกิจ"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้