วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คอร์รัปชัน" ทัศนคติที่เปลี่ยนไป

"ซูเปอร์โพล" โดยนายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการ เพื่อวิจัยความสุขชุมชนและผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศจำนวน 1,452 คน ระหว่าง 10–29 ก.ค. 2559

“ทัศนคติอันตรายที่เปลี่ยนไปของสาธารณชน ยอมรับรัฐบาลคอร์รัปชัน ถ้าตนเองได้ประโยชน์ด้วย”

นั่นคือหัวข้อที่ถามความเห็นของประชาชน

ปรากฏพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 63.0 ไม่ยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน แม้จะนำผลประโยชน์มาแบ่งให้หรือที่พูดกันว่า “คอร์รัปชันไม่เป็นไร ถ้านำมาแบ่งปันกัน” ทำนองนั้น

ร้อยละ 37.0 ระบุว่ายอมรับได้ ถ้าคอร์รัปชันและนำผลประโยชน์มาแบ่งให้

แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลสำรวจช่วงก่อนที่ คสช.จะเข้ามาควบคุมการปกครองประเทศ ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.8 ยอมรับรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันเมื่อเอาผลประโยชน์มาแบ่งให้

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมนักการเมือง
ด้วยความเห็นเหล่านี้ระหว่างที่ คสช.และรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่นี้ พบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนดีขึ้น

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีของสังคมประเทศ ที่แม้ว่าเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าหากรัฐบาลไม่ว่าชุดไหนก็ตาม หากมองเห็นปัญหานี้ด้วยความเข้าใจ และสามารถดำเนินการด้วยมาตรการต่างๆ

ทั้งการป้องกัน การแก้ไขปัญหาที่สอดรับกับความเป็นจริง ก็สามารถที่จะแก้ไขได้หรืออย่างน้อยก็ทำให้ความเลวร้ายลดลงได้

“คอร์รัปชัน” นั้นถือว่าเป็นมะเร็งร้ายของประเทศ ที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายจนไม่สามารถที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้

ที่เห็นชัดเจนอย่างจีน ซึ่งแม้จะเป็นประเทศระดับอภิมหาอำนาจ มีเศรษฐกิจโตเป็นอันดับ 2 ของโลก มีประชากรมากที่สุดในโลก

แม้เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประชาชนอยู่ดีกินดีมากกว่าที่ผ่านมา แต่ปัญหาใหญ่คงยังไม่พ้นเรื่องนี้

“สี เจิ้น ผิง” ประธานาธิบดีของจีน ก็มองเห็นเรื่องนี้เช่นเดียวกันการประกาศนโยบายที่จะขจัดคอร์รัปชัน จึงเป็นเรื่องใหญ่และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเขาเล็งเห็นว่าหากแก้ปัญหาทุจริตไม่ได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตไปได้อย่างที่ควรจะเป็น

ไม่สามารถลดความเหลื่อมลํ้าในสังคมได้ จะเกิดช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวยที่แตกต่างกันมากขึ้น

ที่สุดประเทศก็ไปไม่รอด ไม่สามารถสู้หรือแข่งขันกับประเทศอื่นได้

รัฐบาล คสช.ได้มุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

แม้จะไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ได้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง

ที่สำคัญก็คือ ทำให้การทุจริตลดน้อยลงจนทำให้โครงการต่างๆของรัฐบาลเดินหน้าไปได้ค่อนข้างรวดเร็ว เพราะไม่มีใครกล้าที่จะกระทำอย่างที่ผ่านๆมา

ดีที่สุดก็คือการทำให้ประชาชนได้เปลี่ยนทัศนคติมองเห็นว่าเป็นสิ่งที่เลวร้าย ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

เพราะถ้าประชาชนไม่ร่วมมือด้วยก็เป็นเรื่องยากที่จะประสบผลสำเร็จได้.

"สายล่อฟ้า"

31 ก.ค. 2559 11:22 31 ก.ค. 2559 11:22 ไทยรัฐ