ถ้าไม่แรง ก็ปกครองดาเวาไม่ได้

ข่าว

    ถ้าไม่แรง ก็ปกครองดาเวาไม่ได้

    คุณนิติ นวรัตน์

      1 ส.ค. 2559 05:01 น.

      นายรตนภูมิ โนสุ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2 เชิญ ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การศึกษาสร้างคน สร้างงาน วางพื้นฐานสู่อาชีพ” รับใช้ผู้บริหารโรงเรียนดีประจำภาคเหนือตอนบน 400 คน ที่โรงแรมคุ้มภูคำ จ.เชียงใหม่ 09.00-12.00 น. ของจันทร์วันนี้

      ผู้อ่านท่านหนึ่งมีอีเมลมาบอกว่า อยากให้ผมเขียนถึงดาเวาของฟิลิปปินส์ เมืองที่นายดูเตอร์เตเคยเป็นนายกเทศมนตรีมาก่อน ขอรับใช้เลยครับ ว่าเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์เรียงตามลำดับได้แก่ มะนิลา เซบู อีโลอีโล ซัมบวนกา ดาเวา โจโล เลกัสปี และอาปาร์รี ดาเวาเป็นเมืองท่าใหญ่อันดับ 5 มีพื้นที่ใหญ่โตเป็นอันดับ 4 ของฟิลิปปินส์

      มีท่าเรือเล็กๆ ล้อมเมืองดาเวาอยู่ประมาณ 50 แห่ง ตัวเมืองดาเวาเองตั้งอยู่บนปากแม่น้ำดาเวา ใกล้ปากอ่าวดาเวา อยู่ตอนใต้ของเกาะมินดาเนาซึ่งเป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 รองจากเกาะลูซอน

      มินดาเนาเป็นอีกเกาะหนึ่งซึ่งคนไทยน่าเข้าไปทำมาค้าขาย ที่นี่มีที่ราบโกตาบาโต พวก ข้าว มะพร้าว ต้นป่าน ปลูกได้ดีและที่ดีที่สุดก็คือ ทุเรียน แต่การปลูกทุเรียนยังเป็นแบบโบราณ ถ้ามีความรู้อย่างชาวสวนทุเรียนไทย ผมว่าทุเรียนฟิลิปปินส์น่าจะไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ คนบนเกาะมินดาเนาชอบทุเรียนมากนะครับ ขนาดเรียกทุเรียนว่า ผลไม้แห่งเทพเจ้า

      เกาะมินดาเนามีภูเขาอาโปที่สูงที่สุดในฟิลิปปินส์ แถวเทือกเขาเป็นป่าดงดิบที่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เพราะความอุดมสมบูรณ์นี่ล่ะครับ ทำให้คนจีนและญี่ปุ่นมาตั้งถิ่นฐานที่ดาเวามากกว่าเมืองอื่นในฟิลิปปินส์

      คนญี่ปุ่นเข้ามาเยอะ ดาเวาจึงเป็นฐานอิทธิพลของญี่ปุ่นก่อนที่สเปนและสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาเป็นเจ้าอาณานิคม สหรัฐฯ เคยไล่คนญี่ปุ่นในดาเวาและบนเกาะมินดาเนาอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้าย เมื่อ พ.ศ.2446 สหรัฐฯ ก็กลับต้องนำกรรมกรจากญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในฟิลิปปินส์ มาทำงานตัดถนนหนทาง เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจากเกาะอื่นแล้ว ผู้ใช้แรงงานชาวญี่ปุ่นเหล่านี้ก็มักจะมาลงหลักปักฐานอยู่ที่เกาะดาเวา ตอนหลัง ดาเวาจึงกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเส้นใยป่านและอุตสาหกรรมสิ่งทอของฟิลิปปินส์ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็มาจากการลงทุนและแรงงานของชาวญี่ปุ่นในเมืองดาเวาที่มีมากกว่า 18,000 คนนี่เองครับ

      อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ทุกคนมักจะมาจากครอบครัวคนชั้นสูงและส่วนใหญ่จะมาจากเมืองในเกาะอื่น ซึ่งเกาะพวกนั้นได้รับอิทธิพลของสเปน เมื่อสเปนแพ้สหรัฐฯ ที่คิวบา สเปนก็จึงต้องเสียฟิลิปปินส์ให้สหรัฐฯ การพัฒนาของผู้คนในเกาะอื่นๆ มักจะได้รับอิทธิพลจากตะวันตกสองประเทศนี้ แต่ผู้คนที่เมืองดาเวาไม่ใช่ นิสัยใจคอและการใช้ชีวิตของคนที่นี่ยังเป็นแบบเดิม ปลอดอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการพัฒนาแบบตะวันตกในทุกด้าน

      พฤติกรรมสมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีนครดาเวาของนายดูเตอร์เตอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับจากคนฟิลิปปินส์ในตอนแรก แต่เพราะปัญหาฟิลิปปินส์มีมากและยากเกินกว่าที่จะแก้ไข ทำให้คนเริ่มหันมาชอบพฤติกรรมของนายดูเตอร์เตที่ตรงไปตรงมา จริงใจ รุนแรง ใจนักเลงแบบคนดาเวาของแท้และดั้งเดิม และเชื่อว่าพฤติกรรมของแกแก้ไขปัญหาของชาติได้

      เมืองดาเวาแห่งเกาะมินดาเนายังเป็นพื้นที่ของพวกโมโร หรือมุสลิมที่มีประวัติความเป็นมาและปัญหาพื้นฐานต่างจากพื้นที่ของมุสลิมที่อื่น นายดูเตอร์เตจึงเข้าใจอิสลามและมุสลิมได้ดีกว่าอดีตประธานาธิบดีคนอื่น ทั้งมุสลิมบนเกาะมินดาเนา และบนเกาะซูลู ซึ่งมีลักษณะนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างมาก

      ร้อยละ 10 ของประชากรเมืองดาเวานับถือศาสนาอิสลาม แต่มุสลิมในเมืองนี้ก็แบ่งออกเป็นอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มตาซุก กลุ่มซันจิล ฯลฯ แต่ละกลุ่มก็มีภาษาของตนเอง แม้นับถือศาสนาเดียวกัน ก็ยังเข้ากันไม่ค่อยได้ และต่างคนต่างอยู่

      ความที่ต้องทำงานกับผู้คนหลากหลายมากมายหลายกลุ่มหลายศาสนาหลายเชื้อชาติ ทำให้ดูเตอร์เตใช้นิสัยคนดาเวามาบริหาร คือนิสัยที่มีความเด็ดขาด

      ซึ่งบุคลิกอย่างที่ว่า คนไทยหลายคนรับไม่ได้

      แต่คนฟิลิปปินส์บอกว่า “พวกเรารับได้”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 13:42 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์