วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.ยี้เวทีดีเบต ห้ามนักการเมืองร่วมแจม เชื่อคว่ำร่างฯ ลต.เร็วกว่าเดิม

"สาธิต" ติงเวทีดีเบต กกต.ห้ามนักการเมืองร่วม ปิดโอกาสแสดงความเห็นฝ่ายเห็นต่าง ด้าน "นิพิฏฐ์" หยัน กลัวฝ่ายเห็นต่างชี้แจงดีกว่า ชี้อย่าปลุกปั่นบิดเบือนสาระ รธน. เชื่อร่างฯ ถูกคว่ำ ลต.เร็วกว่าเดิม วอนแฟนคลับเข้าใจพรรคไม่ใช่สำนักสงฆ์

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.59 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดเวทีดีเบต ให้ข้อมูลในการทำประชามติ ในจังหวัดต่างๆ โดย กกต.จังหวัด ซึ่งมีการตัดชื่อ อดีต ส.ส.หรือนักการเมืองออกจากผู้เข้าร่วมดีเบตว่า เป็นการตอกย้ำว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น คือ ไม่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นโดยเสรี หรือเท่าเทียมกัน และยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายรับ เอาเปรียบฝ่ายไม่รับ เพราะมีการส่งครู ก ข ค ลงพื้นที่ชี้แจงข้อดีของร่างรัฐธรรมรูญ ขณะที่คนเห็นต่างไม่กล้าแสดงออกเพาะความกลัว ส่งผลให้กลไกการทำประชามติไม่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนได้ที่ควรจะเป็น ที่สำคัญจะยิ่งทำให้เกิดความสับสน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ต่อการทำประชามติครั้งนี้ และอาจจะเข้าทางของฝ่ายที่ประกาศว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแต่ต้น ทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อหาสาระ

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลอาจจะถูกกดดันจากหลายฝ่ายในเรื่องความเป็นอิสระ ในการแสดงความคิดเห็นว่า มีการปิดกั้นการแสดงความเห็นต่าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมต่อร่างรัฐธรรมนูญ จึงมีการสั่งให้เปิดเวทีจัดดีเบตขึ้นใจทุกจังหวัดทั่วประเทศ แบบปิด คือไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อ ส่วนสาเหตุการสั่งห้ามอดีต ส.ส.หรือนักการเมืองร่วมเวทีดีเบตนั้น ตนคิดว่า ผู้มีอำนาจคงเพิ่งจะคิดว่า ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ล้วนมีอดีต ส.ส.ที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะสองพรรคใหญ่ คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ หากให้ขึ้นเวทีชี้แจงเหตุและผล ให้ประชาชนที่ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่า จะรับหรือไม่รับ ได้ดีกว่า แม้ว่าทั้งสองพรรคนี้จะมีมุมมองว่า ไม่รับ โดยที่มีเหตุผลต่างกัน ซึ่งวิทยากรฝ่ายรับคงมีเหตุผล ประสบการณ์การตีความข้อกฎหมายน้อยกว่าอดีต ส.ส. ที่สำคัญ คนที่จะขึ้นดีเบตถามว่า ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจเนื้อหาครบถ้วนดีแล้วหรือไม่ อย่างไร

นายนิพิฏฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอมร วานิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.ระบุว่า มีอดีต ส.ส.กลุ่มวาดะห์ ทำข้อความบิดเบือนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนยังไม่เห็นจดหมายหรือข้อความดังกล่าว ว่ามีการบิดเบือนในลักษณะไหน อย่างไร แต่มีอดีต ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ โทรมาสอบถามตนและบอกว่ามีผล เพราะมีการปลุกปั่นในกลุ่มพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม และเมื่อข้อความเหล่านี้ออกไป พี่น้องมุสลิมหลายคนก็ดูเหมือนว่า จะไม่รับรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าการปลุกปั่นแบบนี้ผิดไปจากความเป็นจริง และการดำเนินการในลักษณะนี้ไม่ควรที่จะกระทำอย่างยิ่ง เสียงของประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจ เรื่องการลงประชามติมีอยู่มากพอสมควร การปลุกปั่นหรือการบิดเบือนในช่วงนี้จึงมีความสำคัญมาก ดังนั้นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องเข้าไปดูแลอย่างเข้มงวด ส่วนคนที่จะไปลงประชามติเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เขาก็ควรจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง คนรับก็อย่าไปโกรธคนไม่รับ ส่วนคนที่ไม่รับก็อย่าไปโกรธคนที่รับ ขอให้ทุกคนมีข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น

นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึงกรณีหลายฝ่าย ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องรับผิดชอบว่า นายกฯ คงไม่ต้องไปรับผิดชอบ เพราะไม่ได้เป็นคนร่างเอง บางเรื่อง นายกฯ เคยส่งความเห็นไปบอก กรธ.ว่าไม่ตรงกัน เช่นเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ กรธ.ไม่ทำตาม ยังยึดตามธงเดิม แสดงว่าหลายมาตราไม่ตรงใจนายกฯ ดังนั้นจะให้นายกฯ มาเป็นหนังหน้าไฟรับผิดชอบผู้เดียวไม่ถูกต้องนัก รัฐบาลมีทางออกไว้เเล้ว แต่ตนเชื่อว่าหากร่างฯ ไม่ผ่าน อาจจะมีการเลือกตั้งเร็วกว่าเดิม เพราะไม่ต้องมานั่งร่างฯ กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีก

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผลตอบรับหลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจมีแฟนคลับที่ยังไม่เข้าใจนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายจากที่คาดการณ์เอาไว้ จึงอยากชี้แจง เราเป็นพรรคการเมือง ต้องมีหลักมีอุดมการณ์ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหลักการใหญ่ของประเทศ พรรคจะไม่ประกาศหรือแสดงจุดยืนใดมันไม่ได้ ถ้าเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ หรือศาลเจ้าจะไม่ประกาศคงไม่เป็นไร อยากให้แฟนคลับเข้าใจด้วย เพราะเราไม่ได้บังคับว่าใครจะเห็นตามหรือไม่เห็นตามทั้งหมดจึงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องไปตัดสินใจกันเอาเอง.