วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รบ.สั่ง มท.เร่งรัดให้สัญชาติเด็ก ไร้สัญชาติ รับสิทธิรัฐตาม ก.ม.

"โฆษก รบ." เผย นายกฯ ห่วง ปชช.ไร้สัญชาติ สั่งเร่งรัดให้สัญชาติเด็กที่เข้าข่ายตาม ก.ม. ลดความเหลื่อมล้ำ ดึงเข้าสู่สิทธิสวัสดิการรัฐ สั่งขันนอต ผจว.และนายอำเภอ หลังพบปัญหาล่าช้า ด้าน มท.ปรับเปลี่ยนการทำงานเชิงรุกระดับพื้นที่ 

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาติ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาให้ได้รับการรับรองสิทธิความเป็นคนสัญชาติไทยอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อเข้าสู่สิทธิในสวัสดิการของรัฐได้อย่างเสมอภาคเช่นเดียวกับคนไทยอื่นๆ ซึ่งจะทำให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นกำลังของสังคม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังมหาดไทย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในจังหวัดที่มีกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 1,000 ราย เช่น จ.กาฬสินธุ์ จ.กำแพงเพชร และ จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ส.ค.59 ส่วนจังหวัดที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก เช่น จ.ระนอง จ.กาญจนบุรี จ.ตราด ให้ผู้ว่าฯ กำกับดูแลด้วยตนเอง 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานจะเป็นเครื่องบ่งชี้ความสามารถในการบริหารงานของ ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนกลางได้ส่งรายชื่อนักเรียนให้แก่นายอำเภอ เพื่อแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นไปยื่นคำร้องต่อนายอำเภอหรือฝ่ายทะเบียนเพื่อขอสัญชาติไทยตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ยังพบปัญหาความล่าช้า ละเลย หรือมีขั้นตอนการปฏิบัติที่เกินจำเป็น อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ณ วันที่ 7 ก.ค.59 พบว่า มีนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีสัญชาติไทย 78,175 ราย เข้าข่ายได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายสัญชาติ 20,337 ราย มีผู้ยื่นขอสัญชาติไทยแล้ว 9,272 ราย และได้รับอนุมัติสัญชาติไทยแล้ว 5,728 ราย ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่แล้ว ตัวนักเรียนและผู้ปกครองเองยังไม่ทราบข้อมูลของโครงการ นักเรียนย้ายไปเรียนต่างอำเภอ เอกสารของผู้ร้องมีรายการไม่ตรงกัน เป็นต้น ซึ่งมหาดไทยได้ปรับเปลี่ยนการทำงานเชิงรุก โดยจัดส่งชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่จากส่วนกลางลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารหารทะเบียน รับคำร้องการขอสัญชาติไทยในพื้นที่ทุรกันดารและห่างไกล และนำระบบไอทีเข้ามาช่วยจัดเก็บเอกสาร เพื่อความสะดวกและป้องกันการทุจริต โดยนายกฯ เป็นห่วงประชาชนที่ยังไม่มีสัญชาติ เพราะถือเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม และอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาการกดขี่ เอารัดเอาเปรียบ หรือการค้ามนุษย์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศด้วย.