วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วสท. ตรวจเมเจอร์ปิ่นเกล้า ยัน โครงสร้างยังแข็งแรง ไม่ทรุดตัว

วสท. ร่วมฝ่ายโยธา กทม. ตรวจพื้นที่ไฟไหม้เมเจอร์ปิ่นเกล้า หวังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ยัน ยังแข็งแรงดี ไม่มีการทรุดตัว ย้ำ ก.ม.ควบคุมและดูแลความปลอดภัยโครงสร้างอาคารของไทย ทันสมัย จ่อชงเพิ่มความปลอดภัยใน ก.ม.ใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ก.ค. 59 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และ รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร และผู้บริหารอาคารเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขาปิ่นเกล้า ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ร่วมกัน โดยมีการระดมกำลัง รปภ. และพนักงานดับเพลิงของทางห้างกั้นรั้วกันสื่อมวลชน และวางแนวห้ามจอดรถบริเวณรอบๆ ห้างและบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดความโกลาหลพอสมควร เนื่องจากผู้สื่อข่าวหลายสำนักต้องพากันไปรวมตัวบนบาทวิถีนอกแนวกั้น ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาต้องลงไปเดินบนท้องถนนเสี่ยงอันตรายต่อการถูกรถชน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวก่อนพาคณะเข้าไปตรวจสอบด้านในจุดเกิดเหตุว่า วันนี้ได้ประสานเจ้าของอาคาร พร้อมฝ่ายโยธากรุงเทพมหานคร เข้าตรวจสอบพื้นที่เพลิงไหม้ร่วมกัน โดยจุดประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางวิชาการ นำไปเป็นกรณีศึกษาในการออกแบบก่อสร้าง วางมาตรการเพื่อความปลอดภัย และออกกฎหมายบังคับใช้ด้านโครงสร้างอาคารเพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต ส่วนผลการตรวจสอบนั้น หากทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีต้องการนำไปประกอบในสำนวน ก็สามารถร้องขอเข้ามาได้ ทาง วสท. ยินดีให้ความร่วมมือ

ต่อมาเวลา 10.20 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยภายหลังตรวจสอบโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ว่า โครงสร้างอาคารตั้งแต่ชั้นที่ 1-3 ยังแข็งแรงดี ทุกอย่างค่อนข้างสมบูรณ์ มีเพียงร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากน้ำตอนเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงเท่านั้น แต่บริเวณทางขึ้นโรงภาพยนตร์ชั้นที่ 3 ต่อเนื่องไปบนชั้นที่ 4 ได้รับความเสียหายมาก ส่วนเนื้อที่บนชั้นที่ 4 ได้รับความเสียหายทั้งหมด คาดว่าเป็นเรื่องของไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันข้อสันนิษฐานอีกครั้ง

จากการตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง พบว่าทางโรงภาพยนตร์ก็มีตามกฎหมาย พบถังเคมีและอุปกรณ์ที่พนักงานพยายามนำเข้าไปควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นแต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วเพราะสภาพเพดานโรงภาพยนตร์ติดกันตลอดแนว ประกอบกับพื้นโรงภาพยนตร์เป็นพรมทำให้ไฟลุกลามไว ซึ่งข้อสังเกตที่มีข่าวว่าอาคารทรุดตัวนั้น ยืนยันไม่ใช่การทรุดตัว แต่โครงสร้างเหล็กบนชั้นที่ 4 ที่ถูกเพลิงไหม้นานถึง 2 ชั่วโมง เกิดการแปรสภาพหล่นลงมา และจะต้องรื้อถอนออกทั้งหมด ซึ่งเจ้าของอาคารจะต้องประสานทางกรุงเทพมหานคร ก่อนดำเนินการ เชื่อว่าผู้บริหารคงไม่ปล่อยไว้นาน และคงจะดำเนินการรื้อถอนเพื่อปรับปรุงกันใหม่ให้รวดเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจว่า อาคารของเมเจอร์ปิ่นเกล้า ส่วนแรกซีกซ้ายสร้างขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 อีกส่วนบริเวณซีกขวาสร้างประมาณ พ.ศ.2538 แต่กฎหมายควบคุมโครงสร้างอาคารเพิ่งกำหนดให้มีการใช้ ทำให้ไม่ครอบคลุมไปถึงอาคารที่สร้างขึ้นในอดีต แต่ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร กวดขันให้ผู้บริหารอาคารเหล่านี้รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของสาธารณะอยู่แล้ว และพยายามรณรงค์ให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องหามาตรการพูดคุยกับเจ้าของอาคารอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่สร้างก่อนที่กฎหมายกำหนดให้ช่วยดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย และมีสำนึกที่จะดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารอย่างเข้มข้น หลักๆ ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยคือ หากเกิดเหตุเพลิงไหม้คนในอาคารต้องมีช่องทางหนีให้ได้ หนีให้ทัน และโครงสร้างอาคารต้องทนความร้อนให้ได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

“ขอยืนยัน กฎหมายการควบคุมและดูแลความปลอดภัยโครงสร้างอาคารของประเทศไทย มีความทันสมัยไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยสร้างก่อน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยและกำหนดข้อปฏิบัติร่วมกันเพื่อยกระดับความเป็นมาตรฐานสากล เจ้าของอาคารต้องรับผิดชอบในทุกๆ ระบบที่จะสร้างความปลอดภัย และคาดว่าหลังจากนี้น่าจะมีการกำหนดมาตรการความปลอดภัยในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยให้สมบูรณ์ในกฎหมายฉบับนี้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไทยทุกคน” นายก วสท. กล่าว.