วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้าคูหา-อย่า 'เซลฟี่' กกต.ยันผิดกม. แฉอดีตส.ส.ดัง ทําคลิปปลุกปั่น

“บิ๊กตู่” บ่นพึมพวกดึงแข้งดึงขา ตัวถ่วงชาติ ยกหัวใจทหารสีม่วงไม่พูดโกหก เหน็บนักการเมืองน้ำดีอย่าเอาแต่พูดจ้องจับผิดทั้งที่ก่อปัญหาไว้เพียบ “ประวิช” เตือนเข้าคูหาอย่าเซลฟี่ให้โลกรู้ “สมชัย” ชี้ถ้าคนไปใช้สิทธิต่ำเป้า กกต.มีปัญหา ปชป.ร้าวลึก “รังสิมา” เครียดสวมหมวกสองใบจะตามใครดี “วรงค์” รับแน่สู้ทุนสามานย์ “วัชระ” ไล่พวกศรีธนญชัยอยาก ไปอยู่พรรคทหารก็เชิญ ย้อนคำ “เทือก” ต้องรู้กตัญญูพรรค “นิพิฏฐ์” ขอเดินตามรอย 3 หัวหน้า “สุเทพ” ต้านปัดฝุ่น รธน.40 มายำใหม่ 9 อดีต ส.ส.หญิง พท.พร้อมใจโพสต์ไม่รับ “วัฒนา” จัดหนัก คสช. “น่าสมเพช” ยก “ทัศนีย์” เป็นหญิงยังแมนกว่า คุมตัว “บุญเลิศ” เข้า มทบ.11 อีกคน “ตู่” เปรียบ “บิ๊กตู่” ลองนึกถึงครอบครัวตัวเอง คสช.ยืนกรานทำตามกฎหมาย “อมร” ปูดกลุ่มอดีต ส.ส.ชื่อดัง ทำคลิปปลุกระดม ลพบุรีพบบัญชีฯถูกทิ้งใต้โรงลิเก คนสงขลาแจ้งดำเนินคดี กกต.ชี้นำ

ผลพวงจากการประกาศจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มเห็นความปริแยกทางความคิดเป็น 2 ฝ่ายภายในพรรคชัดเจนขึ้น ขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทย 9 อดีต ส.ส.และนักการเมืองหญิง พร้อมใจกันโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ปลุกแฟนคลับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน

“บิ๊กตู่” ซัดพวกดึงแข้งดึงขาตัวถ่วง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านดิจิตอลภาครัฐ และเปิดการอบรมหลักสูตรรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (รอส.) รุ่นที่ 3 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “นโยบายการเตรียมความพร้อมของบุคลากรภาครัฐเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ Digital Thailand” ว่า เวลานี้ทุกคนทำงานกันหนัก แต่ยังมีคนมาคอยดึงแข้งดึงขาทำให้เดินหน้าไปได้ช้า ขอให้วางใจเราบ้างไม่เช่นนั้นกลับไปที่เดิม บ้านเมืองยังมีความเห็นต่างอยู่มากมาย หลายคนยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ติดอยู่ที่เดิม ติดที่องค์กร ติดผลประโยชน์ นำพาให้เกิดความขัดแย้ง

ลั่นไม่ได้ใช้อำนาจบ้าบอคอแตก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความคิดต่าง ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์องค์กรตัวเอง ทำให้เกิดปัญหากับบ้านเมือง สื่อบางประเภท โซเชียลมีเดียบางช่อง ทำให้ประเทศชาติไปไม่ได้ การทำงานอยากให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 เมื่อมีรัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการต่อ ไม่ใช่พอเลือกตั้งแล้วปล่อยอยากทำอะไรก็ทำ วันข้างหน้าก็เดินต่อไม่ได้ติดกับดักอีก อย่าไปคิดทั้งหมดเป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะกลไกที่มีอยู่ไม่สามารถไปละเมิดกลไกฝ่ายบริหารได้ อย่างนี้ตนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่อย่างนั้นคงเขียนหนักกว่านี้ ตนไม่สามารถหลีกหนีพ้นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ถึงเวลาก็มี 1 สิทธิ 1 เสียงเหมือนพวกท่าน ทุกวันนี้ทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ใช้อำนาจบ้าบอคอแตกอะไร ไม่เคยไปเผด็จการกับใคร เว้นแต่พวกที่ไม่เคารพกฎหมาย “พอแล้วอำนาจของผม ใครเป็นทหาร ผบ.ทบ.เบื่อที่จะใช้อำนาจแล้ว อย่ามาอะไรกันนักหนา”

ฮึ่มรัฐวิสาหกิจก่อหวอดมีเรื่องแน่

นายกฯกล่าวอีกว่า หลายอย่างทำให้หงุดหงิดเดินหน้าไม่ได้ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ ต้องการเงิน ต้องการรายได้ ความมั่นคงในชีวิต แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกันเลย มันก็ไปไม่ได้ รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุน ถ้าไม่ร่วมมือ ทุกอย่างต้องล่ม ก็ต้องทำ แบบนี้ “รัฐวิสาหกิจอย่ามาประท้วง ถ้าใครออกมาเดินขบวนมีเรื่องกับผมแน่ ไม่ใช่อะไรก็ไม่เอา พอถามก็ตอบไม่รู้ ต้องปรับจูนเข้าหากัน อย่าไปขัดแย้งนัก เตือนไว้ก่อน คงทราบดีว่าใครบ้างที่กำลังทำอยู่ หัวหน้านั่นล่ะตัวดี ไม่ได้ขู่แต่เอาจริง ไม่เช่นนั้นเดินไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ในกระทรวง รัฐวิสาหกิจจะล้มละลายอยู่แล้ววันนี้ ฝากไปถึงทีโอทีด้วย ไม่อย่างนั้นเจ๊งหมด รัฐบาลก็ช่วยไม่ได้”

ยกหัวใจทหารสีม่วงไม่พูดโกหก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เมื่อคืนตื่นมาตี 2 ครึ่ง โมโหปวดหัวนอนไม่หลับ หาสาเหตุไม่เจอ เช้าเพิ่งคิดออก เช้าหน้ายับทุกวัน ทุกคนจะเอานี่เอานั่น ทำได้ไหมล่ะ ที่ผ่านมามันสะเปะสะปะ ที่ดีก็มี ไม่อยากจะแตะต้องผู้มีพระคุณทั้งหลาย ที่ผ่านมา 2 ปีดูบ้างว่ามีอะไรดีขึ้น ไม่ใช่มีอะไรนิดก็หาช่องตี อย่างระบบพร้อมเพย์ ทั้งที่ทำเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ก็บิดเบือนจนทำคนกลัว ถ้ามันจำเป็นเดี๋ยวตนจะสมัครให้ หรือให้รัฐมนตรีทุกคนสมัคร จะได้เชื่อมั่น อย่างหนังสือพิมพ์ในตัวหนังสือยังขัดแย้งกันเอง เข้าใจต้องนำเสนอทั้ง 2 ฝ่ายแต่มันไม่จบ กลับมาตีกัน แย่จริงๆ ตนพูดจากใจ ไม่ได้้โกหก ทหารทุกคนมีหัวใจสีม่วง เป็นหัวใจของคนที่ใกล้จะตาย มันจึงไม่โกหกหรอก โกหกก็ตกนรก ทหารต้องเป็นอย่างนั้น มันจะดีหรือไม่ดี วันหน้าตายไปแล้วก็ต้องถูกลงโทษกัน ไม่รู้สวรรค์นรกอยู่ตรงไหน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยว ตามคำสอนพระพุทธเจ้า

นักการเมืองน้ำดีอย่าเอาแต่พูด

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนไทยในชาติ ว่า อยากฝากความในใจถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกภาคส่วน ทุกอาชีพ ให้มองปัจจุบันและอนาคต โดยย้อนไปที่อดีตก่อน อย่าเพิ่งลืมสิ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่นานก่อน 22 พ.ค.57 เอามาเป็นบทเรียน หลังปี 60 ไปทุกคนต้องช่วยกัน และฝากนักการเมืองที่ดีๆ กรุณาช่วยคิดดังๆ อย่าพูดอย่างเดียว นอกจากคำว่าประชาธิปไตยที่ตนไม่ขัดแย้งกับท่าน หรือคำว่าเสียงเรียกร้องประชาชนที่ว่าร้องมาแล้วท่านจะทำอย่างไร เพื่อให้ 2 คำนั้นมีความหมายตามที่พูดออกมา ถ้ามีโอกาสเมื่อใดก็พูดสื่อสารกับประชาชน ไม่ต้องบอกตน อะไรที่จะทำให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อะไรที่จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งแบ่งฝ่าย ต้องเล่าให้ประชาชนฟัง เหมือนที่ตนเล่าอยู่ทุกวันนี้

ดีแต่จับผิดทั้งที่ก่อปัญหาไว้เพียบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ฟังปัญหาต่างๆจากประชาชนก็ยังมั่นใจการทำงานของรัฐบาลอยู่ แต่ไม่แน่ใจเป็นห่วงกับการทำงานในอนาคตของนักการเมือง ดังนั้นต้องช่วยกันทำให้เกิดความมั่นใจ ไว้เนื้อเชื่อใจกับท่าน ไม่อยากให้คอยแต่จับผิด อะไรที่กำลังแก้ไขบางอย่างท่านก็สร้างเอาไว้ นักการเมือง ทหาร รัฐบาล คสช. ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่ใช่มาขัดแย้งกันด้วยประชาธิปไตย ลงประชามติ เลือกตั้ง พูดมา 2 ปีแล้วยังไม่เห็นท่านพูดอะไรใหม่บ้างเลยว่าจะทำอะไรเมื่อเข้ามา คนเขารอฟังอยู่ ที่ผ่านมาท่านอาจไม่สนใจปล่อยปละละเลยบ้างอะไรบ้าง หรือไม่อยากไม่คิดจะทำ มองแล้วว่าไม่ใช่การติเพื่อก่อ มันมีปัญหาทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นจึงมองได้แต่เพียงเป็นความเพียรพยายามที่จะทำเรื่องผิดๆให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด อาศัยความไม่รู้เท่าทัน ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ของรัฐบาลและ คสช. ร่วมกับประชาชน คาดหวังกับคำกล่าวที่นักการเมืองพูดเสมอว่าเราจะต้องเป็นประชาธิปไตย

ถ้าไม่วุ่นวายคงไม่มีใครคิดปฏิวัติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรากำลังทำอยู่ 3 ปีเท่านั้น และต้องทำให้สำเร็จ อยากฟังว่าที่ท่านว่าประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่พูดเรื่องอื่น ต้องเล่าให้ประชาชนฟังบ้าง ผู้คนสับสนอลหม่านทำประชามติวุ่นไปหมด เพราะมันอาจทำให้ประเทศไม่มีเสถียรภาพอย่างที่ต่างประเทศเป็นห่วงกังวลได้ ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะทำให้ประชาชนสงบลงได้อย่างไร สื่อ โซเชียลมีเดีย ไม่อยากให้ทุกอย่างมันกลายเป็นว่าตนมาทำให้ท่านขัดแย้งกันมากขึ้นอีก ต้องการมาสยบความขัดแย้งแก้ไขปัญหาที่ท่านทำกันไว้ ไม่อยากกล่าวโทษใครทั้งหมด ท่านจะตำหนิติเตียนอะไรตนยอมรับได้หมด ไม่เป็นไรไม่โกรธ แต่อย่าทำให้สถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นอีกแล้วกัน หากปี 57 ประชาชนมีความสุข บริหารโปร่งใสคงไม่มีการขยายการประท้วงให้รุนแรง ใช้อาวุธสงคราม เกลียดชังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยการสร้างวาทกรรม ถ้ามันดีอยู่แล้วใครจะกล้าเข้ามาปฏิวัติรัฐประหาร ประชาชนไม่ยอมหรอก

“สมคิด” ย้ำ 7 ส.ค.ไม่ใช่วันเป็นวันตาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยเราขาดความไว้วางใจกัน อาจเป็นเพราะในอดีตการเมืองมีการแข่งขันกันมากเกินไป ไม่ค่อยเชื่อถือว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือเปล่า ไม่ว่าฝ่ายไหนเริ่มก่อน อีกฝ่ายหนึ่งจะคอยถามตลอดเวลา ต้องเริ่มกันใหม่ไว้ใจกัน อะไรที่ทำแล้วประเทศได้ดี มาช่วยกัน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ตักเตือน แนะนำ มันต้องอย่างนี้ประเทศถึงจะไปได้ และนายกฯไม่เคยลำเอียง ขอให้มั่นใจ วันที่โหวตร่างรัฐธรรมนูญเราก็ไปโหวตกัน ปล่อยให้คนไทยตัดสินกันเอง รับก็รับ ไม่รับก็แก้ไขกันไป ไม่ใช่วันที่ 7 ส.ค. จะเป็นวันเป็นวันตาย มันแค่เป็นกลไกหนึ่งเปลี่ยนผ่านทางการเมือง มันไม่ใช่บั้นปลาย

กกต.โวโค้งสุดท้ายตอบรับดีมาก

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวบรรยายเรื่องการออกเสียงประชามติ On the road to referendum กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง ว่า ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันออกเสียงการรณรงค์เชิญชวนค่อนข้างได้รับการตอบสนองดีมาก จนทำให้มั่นใจว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้จะมีผู้ใช้สิทธิมากกว่าการออกเสียงประชามติเมื่อปี 2550 ที่มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 57 แต่ กกต.ตั้งเป้าหมายว่าครั้งนี้ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ดังนั้น จะพยายามรณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

“รังสิมา” เครียดสวมหมวกสองใบ

จากนั้นนายประวิชเปิดให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น โดย น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิก กปปส. กล่าวว่า ขณะนี้หนักใจมาก ไม่ได้หลับได้นอน มีประชาชนโทรศัพท์มาถามอยู่ตลอดเวลาว่าควรจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะหัวหน้าพรรคก็บอกว่าไม่รับ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. กลับบอกให้รับ ต้องปิดเครื่องหนี ตนสวมหมวกสองใบ เป็นทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. จึงอยากให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเลิกประชามติไปเลย เพราะไม่รู้จะเสียเงิน 3,000 ล้านบาทไปทำไม ประชามติแล้วได้ผลมาก็มีปัญหาอีกไม่จบ คสช.น่าจะใช้มาตรา 44 ยกเลิกแล้วหาแนวคิดใหม่ทำอย่างไรให้ประชาชนยอมรับได้ เช่น เชิญอดีตนักการเมืองเมื่อปี 54 และตั้งคนจากหลายกลุ่มให้มาถกเถียงหาวิธีการกันให้เสร็จภายใน 6 เดือน

เตือนเข้าคูหาอย่าเซลฟี่ให้โลกรู้

จากนั้นนายประวิชกล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่ามีการส่งข้อความชี้นำให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเนื้อหาบิดเบือนทางโซเชียลมีเดีย ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีโทษทางอาญา ใครที่พบเห็นการกระทำผิด สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์ได้ และอยากเตือนประชาชนที่จะไปใช้สิทธิว่า ในวันออกเสียงเมื่อรับบัตรออกเสียงและทำเครื่องหมายกากบาทในบัตรออกเสียงแล้ว อย่านำโทรศัพท์มือถือที่พกติดตัวเข้าไปถ่ายภาพการลงคะแนนของตนเอง หรือที่เรียกว่าเซลฟี่ รวมทั้งภาพภายในหน่วยออกเสียง เพราะเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหา รธน.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ประชาชนยังไม่เข้าใจเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ แต่การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 50 ก็เชื่อว่าประชาชนไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ผลการออกเสียงที่ออกมาเหมือนกับเอาสีไประบายตามพื้นที่ต่างๆ จึงเห็นว่าไม่จำเป็นที่ประชาชนต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด แต่ควรรับทราบเนื้อหาสำคัญ และชั่งน้ำหนักเองว่าสิ่งที่ตัวเองสนใจกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ออกมา ดีหรือไม่ ถ้าดีก็รับ ไม่ดีก็ไม่ต้องรับ ดีกว่าบอกว่าไม่ต้องสนใจอะไรถ้าเชื่อผมก็กาซ้ายหมด หรือกาขวาหมด เพราะการพูดเช่นนี้เป็นการทำร้ายประเทศชาติ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผล แต่ใช้พวกมากลากไป เป็นเรื่องอันตราย

ถ้าคนใช้สิทธิต่ำเป้า กกต.มีปัญหา

นายสมชัยกล่าวต่อว่า การรณรงค์ออกเสียงประชามติต้องวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าในปี 50 ที่อยู่ที่ร้อยละ 57 แต่ถ้าต่ำกว่าร้อยละ 57 ถือว่าการทำงานของ กกต.มีปัญหา สำหรับผลการออกเสียงประชามติจะใช้เวลา 3 วันก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ผลไม่เป็นทางการจะรายงานได้หลังปิดหีบราว 4 ชั่วโมง โดยใช้การประเมินผลแบบเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชัน คือประมาณเวลา 20.00 น.ของวันที่ 7 ส.ค. น่าจะรายงานผลได้แล้ว อาจเหลือส่วนที่ยังมาไม่ถึงประมาณล้านกว่าคะแนน ดังนั้นถ้าคะแนนไม่เป็นทางการออกมาสูสี เช่น ชนะกันหลักหมื่น หรือหลักแสน รับรองว่ามีคนนอนไม่หลับไป 3 วัน เพราะต้องรอผลอย่างเป็นทางการจากทุกหน่วยที่เซ็นรับรองส่งให้เขตมายังส่วนกลาง แต่ถ้าแพ้ชนะเกินล้านขึ้นไป คงไม่มีใครสนใจ เพราะจะไม่มีพลิกแล้ว แต่ถ้าหลักหมื่นมีลุ้น

“วรงค์” รับร่าง รธน.สู้ทุนสามานย์

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จนมีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า นี่คือความงดงามของประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ห้ามการแสดงความเห็นต่าง ตนมองประโยชน์และความอยู่รอดของประเทศเป็นที่ตั้ง ขอรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะประเทศยังเผชิญภัยคุกคามจากทุนสามานย์ และพวกประชาธิปไตยจอมปลอม ยิ่งเห็นพฤติกรรมพยายามบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งสะท้อนว่าพวกทุนสามานย์และประชาธิปไตยจอมปลอมยังเป็นอันตรายต่อประเทศ ไม่สมควรไปยืนจุดเดียวกับคนพวกนี้ กังวลว่าคนเหล่านี้จะเอาผลประชามติไปสร้างความวุ่นวาย ที่สำคัญถ้าเรามีความตั้งใจจริงต่อประเทศ จะไปกลัวอะไรกับรัฐธรรมนูญ เราต้องทำให้ประเทศอยู่รอดก่อน จึงรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าต่อได้ ระหว่างทุนสามานย์กับทหาร คิดว่าทุนสามานย์อันตรายต่อชาติมากกว่า ถึงขนาดผลาญชาติ เปลี่ยนแผ่นดินได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกลไกปฏิรูป ไม่ให้ทุนสามานย์ครอบงำพรรคการเมือง ประชาธิปไตยไทยจึงจะยั่งยืน

“วัชระ” ตอกต้องรู้มารยาทการเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีมีอดีต ส.ส.บางคนแสดงความคิดเห็นสวนทางกับจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น นี่คือมติพรรคทางพฤตินัย แม้มีพวกเฉไฉว่าไม่ใช่มติพรรคเป็นพวกศรีธนญชัย ไม่มีวินัยพรรคแล้วจะมารับผิดชอบประชาชนได้อย่างไร ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ผู้ใหญ่ทุกคนต่างเห็นด้วยกับคำแถลงของนายอภิสิทธิ์เป็นเอกฉันท์ แล้วอดีต ส.ส.จะมาแสดงความคิดเห็นขัดแย้งเพื่อเอาอกเอาใจใครอีก ใครอยากจะไปอยู่พรรคของทหารก็เชิญเป็นเสรีภาพ ไม่มีใครห้าม แต่อย่าประพฤติแบบเด็กแว้น

ยกคำ “เทือก” ย้อนต้องกตัญญูพรรค

นายวัชระกล่าวต่อว่า ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) แกนนำ กปปส. ระบุว่านักการเมืองหลายคนแสดงความเห็นแก่ตัว ใจแคบ คิดเอาแต่ประโยชน์เฉพาะหน้านั้น นายสุเทพตอนเป็นเลขาธิการพรรค สอนให้ ส.ส.รู้จักบุญคุณว่าอยู่ใต้ร่มใบบุญพรรค ได้ประโยชน์จากพรรค ได้เป็น ส.ส.เพราะพรรค ต้องกตัญญูกับพระแม่ธรณีและประชาชน ทุกคนก็ประพฤติและปฏิบัติตามมาตลอด มาวันนี้ท่านประกาศเลิกเล่นการเมืองแล้วมากล่าวหาว่านักการเมือง ถ้านักการเมืองเห็นแก่ตัวใจแคบจริง ท่านจะมีวันนี้หรือ เราไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะ หน้าทางการเมือง ไม่เช่นนั้นก็รีบๆรับร่างรัฐธรรมนูญ ทำตัวให้เรียบร้อยตามที่ทหารต้องการก็พอ มีการเลือกตั้งเร็วด้วย

เหน็บก็แค่ต้องเล่นตามบททหาร

“แต่นี่คือจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศชาติ นายอภิสิทธิ์มองไกลถึงอนาคต ไม่ได้มองผลประโยชน์เฉพาะหน้า แล้วยกประเทศชาติมาบังหน้า จึงแถลงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง พร้อมเหตุผลชัดเจน แม้อาจจะขัดใจลุงกำนันหรือใครบ้างก็ตาม แต่พรรคก็ต้องปฏิบัติตามอุดมการณ์พรรค เป็นหลักให้กับบ้านเมือง จะปฏิบัติตามความต้องการของบุคคลใดเป็นส่วนตัวไม่ได้ เชื่อว่าลุงกำนันคงเข้าใจ ท่านก็ต้องพูดและเล่นไปตามบทที่เออออกับทหารบางคนไว้เท่านั้น ปากท่านก็สักแต่ว่าไป แต่หัวใจและจิตวิญญาณของลุงกำนันยังคงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ชั่วฟ้าดินสลาย ผมเชื่อเช่นนั้น” นายวัชระกล่าว

“นิพิฏฐ์” ขอเดินตามรอย 3 หัวหน้า

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ขอเดินตาม 3 หัวหน้าพรรค อย่าหาว่าไม่รักชาติรักบ้านเมือง ตนก็รักชาติรักบ้านเมือง ขณะเดียวกันก็รักพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ตั้งแต่ยุคนายควง อภัยวงศ์ ยุค ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่ประกาศตัวเป็นหัวหน้าเสรีไทย ก็ปกป้องบ้านเมืองและค้ำจุนประชาธิปไตยให้ประเทศนี้มาตลอด อาจถูกใจใครบ้าง ไม่ถูกใจใครบ้าง มันธรรมดา เพราะไม่มีใครสมบูรณ์ หรือทำถูก 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็อยู่คู่ประชาธิปไตยมา 70 ปี ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหน คนอย่างนายชวน หลีกภัย คนอย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นคนเดินดินกินข้าวแกง ไม่เคยคิดว่าได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับไหนเป็นพิเศษ ไม่คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้ต้องเสียประโยชน์อะไร เมื่ออดีตหัวหน้าพรรคคิดรอบคอบแล้ว เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและขัดกับหลักประชาธิปไตย ต่อให้ใครเชียร์อย่างไรตนก็ไม่เอาด้วย ตัดสินใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ตาม 3 หัวหน้าพรรค

“จุรินทร์” เชื่อ “อภิสิทธิ์” คิดรอบคอบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ได้ติดตามและศึกษาร่างรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้นโดยละเอียด เป็นผู้ที่มีความรอบรู้เรื่องรัฐธรรมนูญดีที่สุดคนหนึ่ง จึงสามารถจำแนกข้อดี ข้อเสีย ผลบวก ผลลบ ที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตประเทศ และประชาธิปไตยได้ชัดเจน เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ทราบดีว่าไม่ว่าจะตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่ง จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา การตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์เห็นได้ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานอุดมการณ์ของพรรค หลักการประชาธิปไตย และมองไกลไปถึงผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ บนความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง เป็นการแถลงจุดยืนในฐานะของคนที่มีสถานะเป็นหัวหน้าพรรค แต่พรรคคงไม่ไปรณรงค์ให้คนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นดุลพินิจของแต่ละบุคคลตามที่เห็นสมควร ไม่ว่าผลประชามติ จะออกมาอย่างไร พรรคก็ต้องเคารพ เพราะถือว่าการตัดสินใจของประชาชนถือเป็นที่สุด

“สุเทพ” ต้านปัดฝุ่น รธน.40 ยำใหม่

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมปท. กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า วันนี้มีร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะตั้งกรอบกติกาการเมืองประเทศไทย การ บริหารราชการแผ่นดิน เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศไทยขนานใหญ่ เป็นผลดีต่อชาติและลูกหลานในอนาคต จุดยืนของตนคือไปลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ไว้วางใจให้นักการเมืองโกง ทั้งหลาย มาเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่เขาเรียกร้อง เพื่อทำตามปณิธานของ กปปส. ที่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศและต้องทำทันที ตนเลือกอนาคตประเทศ ไม่สนใจอนาคตของพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น และจะไม่ยอมให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาบังคับใช้ตามข้อเรียกร้องของนักการเมืองบางฝ่าย เพราะเป็นที่มาของเผด็จการรัฐสภา ใช้อำนาจรัฐแสวงหาผลประโยชน์ ทุจริตคอร์รัปชัน

9 อดีต ส.ส.หญิง พท.โพสต์ไม่รับ

อีกด้านผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย จำนวน 9 คน โพสต์เฟซบุ๊กแสดงจุดยืนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ประกอบด้วยนางลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส.กทม. น.ส.ดวงรัตน์ โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.เพ็ญชิสา หงส์อุปถัมภ์ชัย อดีต ส.ส.อ่างทอง น.ส.พรพิมล ธรรมสาร อดีต ส.ส.ปทุมธานี น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. และ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยทั้งหมดเห็นตรงกันว่า ระบุว่ารัฐธรรมนูญที่ดี ต้องเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เริ่มต้น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน และต้องคงอำนาจอธิปไตยของปวงชนไว้ ทั้งอำนาจฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

“วัฒนา” จัดหนัก คสช. “น่าสมเพช”

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คสช. ที่น่าสมเพช” ไปเยี่ยม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ที่ถูกชายชาติทหารยกกำลังไปจับกุมเอามากักขังไว้ที่ มทบ. 11 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยม น.ส.ทัศนีย์ถูก กกต. แจ้งความตามกฎหมายประชามติ แต่ถูก คสช.เพิ่มข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงเพื่อจะได้ควบคุมตัวไว้ 7 วัน และนำตัวขึ้นศาลทหาร อันเป็นวิธีสร้างความหวาดกลัวให้ฝ่ายที่ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนได้อ่านข้อความที่เผยแพร่แล้วเห็นว่าไม่มีอะไรที่บิดเบือน ต่างจากที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวบรรยายว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นายกฯจะถูกขับไล่และจะเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งบิดเบือน เป็นการสร้างความหวาดกลัวเพื่อให้คนไปลงมติเห็นชอบ แต่ไม่มีใครดำเนินคดีกับนายมีชัย

ยก “ทัศนีย์” เป็นหญิงยังแมนกว่า

นายวัฒนาระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ คสช.จะอยู่ต่อ และใช้อำนาจป่าเถื่อนแบบนี้ได้อีกอย่างน้อย 18 เดือน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิมากๆ ถ้ามาเยอะแม้ถูกโกงเราก็ยังชนะ เห็นภาพ น.ส.ทัศนีย์ที่เป็นหญิงเดินไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างกล้าหาญแล้วสมเพช คสช. ที่ไปจับกุม เพราะขี้ขลาดตาขาวหลบหนีการตรวจสอบโดยใช้มาตรา 279 นิรโทษล้างผิดให้ตัวเองและสมุนบริวารทั้งหมด กระโปรงที่ น.ส.ทัศนีย์มีเลยไม่พอแจก มีใครจะบริจาคเพิ่มหรือไม่

“พิชัย” เย้ย “สมคิด” กล้าพูด ศก.ดี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจมากที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ กล้าบอกว่าทำงานมา 10 เดือน มีผลงาน มากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา 5 ปี ไม่ทราบว่าเอามาตรฐานใดเป็นเครื่องชี้วัด หากเปิดหูเปิดตารับฟังความเดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชนขณะนี้ นายสมคิดคงไม่กล้าพูดแบบนี้แน่นอน เพราะจีดีพีน่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟยังแสดงความเป็นห่วงที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก การส่งออกติดลบ การลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศก็ลดลงกว่าภาวะปกติมาก รายได้ประชาชนก็ลดลงมาก แถมการว่างงานเริ่มมากขึ้น แล้วอะไรที่บอกว่าผลงานเศรษฐกิจดี

อย่ารายงานข้อมูลผิดให้นายกฯ

นายพิชัยกล่าวว่า ถ้านายสมคิดเข้าใจผิดก็อาจรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแบบผิดๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นทหารมาทั้งชีวิตอาจไม่เข้าใจเศรษฐกิจมากนัก ถึงแม้จะอ่านเอกสารทุกหน้า แต่ถ้าผู้ที่รับผิดชอบเศรษฐกิจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ท่านก็อาจเข้าใจผิดและอารมณ์เสียได้ หากนายสมคิดมั่นใจว่าผลงานเศรษฐกิจดีจริง อยากให้นำข้อมูลออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบพร้อมกับข้อมูลของตน หากไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล และส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างแน่นอน

คุมตัว “บุญเลิศ” เข้า มทบ.11 อีกคน

วันเดียวกัน เวลา 06.17 น. เจ้าหน้าที่ทหารนำตัวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ที่ถูก คสช.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ และเป็น 1 ใน 11 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบปากคำ หลังพบหลักฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นำตัวจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อเดินทางไปที่ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นายบุญเลิศหันมายิ้มให้ก่อนตอบเป็นภาษาคำเมืองว่า “ตอนนี้ เฮายังบ่ฮู้อะหยังสักอย่างเนาะ” จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายบุญเลิศขึ้นเครื่องบินสายการบินไลออนแอร์ SL525 ออกเดินทางจากเชียงใหม่-ดอนเมือง เพื่อไปรายงานตัวที่ มทบ.11 รวมกับกลุ่มที่ถูกนำตัวไปก่อนหน้านี้

อดีต ส.ส.หญิงแห่เยี่ยม “ทัศนีย์”

ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน. ร. มทบ.11) บรรดาแกนนำและอดีต ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล อดีต ส.ส.ชัยภูมิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. ร.ท.หญิงสุนิศา เลิศภควัต สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมนายจำนงค์ ไชยมงคล ทนายความครอบครัวบูรณุปกรณ์ รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.มทบ.11 ขอเข้าเยี่ยม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ กับพวกที่ถูกควบคุมตัวฐานกระทำผิดคำสั่ง คสช. โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทั้งนี้ หนังสือระบุว่า น.ส.ทัศนีย์สุขภาพไม่ดี มีโรคประจำตัวหลายอย่าง และวันที่ถูกควบคุมตัวยังไม่มีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ แต่เป็นห่วงน้องสาวที่ถูกควบคุมตัวไว้ก่อนหน้า เลยตัดสินใจเข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อขอรับทราบข้อกล่าวหาและขอประกันตัว แต่กลับถูกทหารควบคุมตัวตามคำสั่ง คสช. ทำให้ญาติและทนายความไม่สบายใจ จึงขอเข้าเยี่ยมเพื่อรับทราบความเป็นอยู่

ทนายเห็นแย้งไม่เข้าข่าย ม.116

ด้านนายจำนงค์กล่าวว่า ทีมทนายความต้องการขอเข้าเยี่ยม น.ส.ทัศนีย์ เพราะยังไม่ทราบข้อกล่าวหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 นั้น ตามวงเล็บแรกต้องเป็นการประทุษร้าย ส่วนตัวมองว่าพฤติการณ์ยังไม่เข้าข่าย ไม่ทราบว่าทำไมจึงตั้งข้อหานี้ หากเป็นการ บิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ.ประชามติ ต้องถามว่าเอกสารที่ กกต.แจกจ่ายให้ประชาชน ระบุเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาฟรี 15 ปี ขณะที่เนื้อหาในตัวร่างรัฐธรรมนูญระบุ 12 ปี ถือเป็นการบิดเบือนหรือไม่ หากมองว่าเป็นแค่เรื่องความเห็น ก็คือความเห็น เอกสารที่กล่าวหาว่าบิดเบือนก็เป็นความเห็นเช่นกัน ยังไม่เข้ามาตรา 61 วรรคสอง ส่วนความคืบหน้าที่มีข่าวนำตัวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ มาที่ มทบ.11 นั้น ยังไม่ทราบ และยังไม่มีการพูดคุยกัน

ประสานเสียงวอนให้ปล่อยตัว

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา น.ส.ทัศนีย์ขอเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจมาตลอด คสช.ควรอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ อย่ากักเอาไว้จนครบ 7 วัน วันนี้ต่างชาติจับตาดูอยู่ จะตอบคำถามสังคมโลกยาก ฝากถึงหัวหน้า คสช. ขอให้เมตตาปล่อยตัว น.ส.ทัศนีย์ เพราะไม่ได้คิดหนีไปไหน

ขณะที่ น.ส.วิสาระดี กล่าวว่า เป็นห่วงอยากทราบว่า น.ส.ทัศนีย์เป็นอย่างไรบ้าง เพราะมีปัญหาสุขภาพ แต่ก็มีความกล้า แข็งแกร่งที่จะเรียกร้องประชาธิปไตย

ร.ท.หญิงสุณิศากล่าวว่า อยากให้นายกฯออกมายืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับ น.ส.ทัศนีย์ และปฏิบัติอย่างไร้อคติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นทนายความและแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ประสานทหารประจำการเพื่อขอเข้าพบ ผบ.มทบ.11 แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดจึงฝากยาประจำตัวเอาไว้เพื่อมอบให้กับ น.ส.ทัศนีย์ พร้อมระบุว่าจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยทยอยเดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง

“ตู่” ให้ “บิ๊กตู่” นึกถึงครอบครัวตัวเอง

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมแกนนำ นปช. อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ และนายอารีย์ ไกรนรา นำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ขนมครก มาฝากให้เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.11 ไปมอบกับ น.ส.ทัศนีย์ และผู้ที่ถูกควบคุมตัวที่ มทบ.11 โดยนายจตุพรได้โทรศัพท์หา พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ขอพูดคุยกับ น.ส.ทัศนีย์ ผ่านโทรศัพท์มือถือครู่หนึ่ง จากนั้นนายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.ทัศนีย์บอกว่าเริ่มปรับตัวได้แล้ว ฟังจากน้ำเสียงดูเหนื่อยๆบ้าง แต่รู้สึกว่ามีกำลังใจมากขึ้น ส่วนคนอื่นที่ถูกควบคุมตัวนั้น ทราบว่าไม่ได้เจอกัน เพราะถูกจับแยก ขอส่งเสียงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯว่า ทั้งหมดเป็นอดีตนักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่น ที่เป็นคนของประชาชน บางคนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพื่อบรรยากาศที่ดีไม่ควรควบคุมตัวคนทั้งหมดไว้ถึง 7 วัน ควรให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ลองทบทวนดูว่าวันไหนที่ท่านไม่มีอำนาจแล้ว มีคนจับท่าน และครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย จะรู้สึกอย่างไร

ควรเหลือความยุติธรรมไว้บ้าง

นายจตุพรกล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ควรมีหลงเหลืออยู่บ้างคือความยุติธรรม ขอให้ไปถามตระกูลทรราชรุ่นพี่ๆดูว่า สุดท้ายต้องใช้ชีวิตอย่างไร วันนี้พรรคการเมืองใหญ่อย่างเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ถ้าไม่มีการโกงกันอย่างมโหฬาร ผลประชามติออกมาคงแพ้ราบคาบ ส่วนตัวตอนนี้ยังมอง 50/50 ว่าวันที่ 7 ส.ค.จะมีประชามติหรือไม่ เพราะการที่สองพรรคการเมืองใหญ่ประกาศชัดเจนแบบนี้ เท่ากับชัยชนะเป็นศูนย์ เวลาที่เหลืออยู่ 7-8 วัน ประชามติอาจไม่เกิดก็ได้ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ขอให้ คสช.คืนอำนาจให้ประชาชน ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 เปิดให้มีการเลือก ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่า คสช.หมดความชอบธรรมที่จะเขียนรัฐธรรมนูญต่อไป

“อ๋อย” จวกผู้นำเผด็จการตัวเอ้

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่นายกฯระบุว่า ไม่เคยเผด็จการกับใคร เว้นแต่พวกไม่เคารพกฎหมาย ไม่ได้อยากใช้อำนาจบ้าบอคอแตก ไม่คิดสืบทอดอำนาจนั้น เป็นการพูดได้ขึงขังดี แต่เนื้อหาเป็นเท็จทั้งนั้น ไม่ใช่เผด็จการได้อย่างไร ท่านคือเผด็จการตัวเอ้ เพราะยึดอำนาจมาและยังมีอำนาจพิเศษ ทั้งทางบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ในตัวคนเดียว ใช้อำนาจเหล่านี้อยู่บ่อยๆ ที่บอกเผด็จการกับพวกที่ไม่เคารพกฎหมายเท่านั้น ไม่จริง คนไม่ได้ทำผิดกฎหมายจำนวนมากถูกท่านใช้อำนาจเผด็จการ โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาทำผิด พอความเห็นไม่ตรงกับท่านหรือไปขัดใจเข้า ก็เลยใช้ความเป็นเผด็จการเข้าใส่ใช้คำสั่ง คสช.เป็นว่าเล่น ข้อหาผิดกฎหมายประชามติ กลายเป็นผิดต่อความมั่นคง

“สายหยุด” เพ้อชง คสช.รื้อ ม.8

ที่อาคารเพรสิเด้นท์เพลส สี่แยกราชประสงค์ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานคณะรัฐบุคคลและคณะ แถลงเสนอแนวคิดแก่สังคม และ คสช. เพื่อไม่ให้กลับมาเกิดวิกฤติอีก โดยเสนอให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 8 โดยเพิ่มเนื้อหาว่า หากเกิดวิกฤติไม่สามารถหาทางออกได้ ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมือง ประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วเชิญสถาบันหลัก และคนที่มีความรู้ความสามารถพิจารณาหาทางออกที่ดีที่สุดที่สามารถปฏิบัติได้ทันที แล้วให้ผู้บังคับการตามกฎอัยการศึก ร่างพระบรมราชโองการเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงวินิจฉัยลงพระปรมาภิไธย พร้อมทั้งเสนอให้ตัดเนื้อหาในบทเฉพาะกาลที่ถูกสังคมมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช.ออกไป โดยให้ดำเนินการภายใน 7 วัน ก่อนที่จะมีการลงประชามติ แต่หาก คสช.ไม่รับข้อเสนอ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อถามว่าในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 5 มีทางออกกรณีเกิดวิกฤติประเทศแล้ว พล.อ.สายหยุดตอบว่า ทางออกที่เขียนไว้ ไม่สามารถแก้วิกฤติได้ จึงต้องแก้ปัญหาตามแนวทางที่เสนอไปนี้

“อมร” ปูดกลุ่มอดีต ส.ส.ดังทำคลิปป่วน

ที่รัฐสภา นายอมร วานิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ได้พูดคุยกับเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบข้อมูลว่ามีกลุ่มอดีต ส.ส.ชื่อดัง ทำคลิปเสียงและข้อความภาพปลุกระดมให้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะทำให้ศาสนาพุทธยิ่งใหญ่กว่าศาสนาอื่น ทำให้ศาสนาอิสลามได้รับผลกระทบในเชิงการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งที่ข้อเท็จจริงในมาตรา 67 กำหนดให้รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น จึงเชื่อว่าเนื้อหาดังกล่าวเข้าข่ายการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญชัดเจน และมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นการปลุกระดมด้วยประเด็นศาสนา อาจเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงด้วย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินการแจ้งความเอาผิดต่อไป กรธ.จะไม่เข้าไปแทรกแซงเพราะถือว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย และหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พวกเขาจะเป็นพวกกบฏในราชอาณาจักร โทษคือประหารชีวิต

คสช.ยืนกรานทำตามกฎหมาย

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การควบคุมตัว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ พร้อมผู้ต้องหาอื่นรวม 6 คน เพราะพบมีความเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่เอกสารบิดเบือน จนนำมาสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำ การจัดส่ง ขบวนการต่างๆ ยืนยันว่าเป็นไปตามกรอบกฎหมาย คสช.สามารถควบคุมตัวได้ 7 วัน ระหว่างควบคุมตัว เราอำนวยความสะดวกให้ด้วย ทีมกฎหมาย คสช. กำลังพิจารณาว่าพฤติกรรม น.ส.ทัศนีย์และพวกเข้าข่ายความผิดมาตรา 116 รวมถึงข้อหาซ่องโจรตามมาตรา 210 หรือไม่ หากพบว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ต้องไปขึ้นศาลทหาร พฤติกรรมดังกล่าวคิดว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติมาตรา 61 วรรค 2 หากปล่อยไปอาจเคลื่อนไหวต่อ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

คนสงขลาแจ้งดำเนินคดี กกต.ชี้นำ

ที่ สภ.จะนะ จ.สงขลา นายเฝาซี บิลโอ ประธานเครือข่ายสังเกตการณ์ประชามติชายแดนใต้ จ.สงขลา กับพวก ยื่นหนังสือถึง ผบก.ภ.จ.สงขลา ผ่าน พ.ต.อ.สกนธ์ อานนท์รัตน์ ผกก.สภ.จะนะ ให้ดำเนินคดีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชาติร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากจัดทำจุลสารการออกเสียงประชามติ โดยในส่วนที่ 2 เรื่องเด่นๆในร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นเท็จ ส่อกระทำผิดกฎหมาย เช่น เกี่ยวกับการศึกษา การบริการสาธารณสุข ซึ่งผิดไปจากข้อเท็จจริง และเสนอแต่เนื้อหาที่ดีๆ เสมือนต้องการให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่จัดทำคำอธิบายสาระสำคัญและเหตุผลที่ตีความเคร่งครัด ตามลายลักษณ์อักษรของร่างรัฐธรรมนูญแต่ละมาตรา เป็นการชี้แนะหรือแนะนำผิดไปจากข้อเท็จจริง

ลพบุรีพบบัญชีฯถูกทิ้งใต้โรงลิเก

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี สั่งการให้นายธีรพล สกุลรักษ์ นอภ.ท่าวุ้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต. และตำรวจ ตรวจสอบหน่วยลงประชามติที่ 4 ศาลาประชาคม หมู่ 10 เขตเทศบาล ต.ท่าโขลง หลังได้รับรายงานว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติหายไป พบว่าบัญชีถูกนำไปวางไว้ใต้บันได โรงลิเก ห่างศาลาประชาคมราว 150 เมตร โดย ร.ต.ท. สมเดช พุ่มลำเจียก รอง สวป.สภ.ท่าโขลง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายบัญชา ผาสุก อายุ 25 ปี หนุ่มใบ้ แจ้งว่านายสุดใจ โอนอ่อน อายุ 65 ปี เป็นคนนำไปทิ้งใต้บันไดโรงลิเก ขณะที่นายสุดใจอ้างว่าทางวัดใช้ให้ไปทำความสะอาดห้องน้ำ พบบัญชีรายชื่อฯถูกทิ้งในห้องน้ำ จึงนำมาไว้ใต้บันไดโรงลิเก ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาตัวคนดึงบัญชีรายชื่อฯออกจากบอร์ด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ระดม ตร. 2 แสนคุมประชามติ

วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ส่วนการรักษาความปลอดภัย ในวันลงประชามติ 7 ส.ค. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้กำกับดูแลจุดออกเสียงทั้ง 94,000 จุด ระดมกำลังพลกว่า 200,000 นายดูแลความสงบเรียบร้อย ยึดการดำเนินการตามกฎหมายเป็นหลัก มั่นใจว่าขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มต่อต้านที่เชื่อมโยงกับการเมืองแน่นอน

บช.น.กวดขันเข้มโค้งสุดท้าย

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงโค้งสุดท้ายการทำประชามติ ว่า สั่งการให้เพิ่มความเข้มระมัดระวัง และตรวจสอบจุดต่างๆ ทั้งทางตรงทางอ้อม เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เน้นย้ำว่าเราต้องสอบสวนแยกแยะให้ชัดเจน ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ถ้าเข้าองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ ต้องดำเนินการ รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา บช.น.ยืนยันความพร้อมการดูแลความสงบเรียบร้อยวันลงคะแนน จะใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ประจำหน่วย ทั้งเจ้าหน้าที่ในและนอกเครื่องแบบ สนธิกำลังกับทหาร เจ้าหน้าที่ กทม. เจ้าหน้าที่ กกต.

จับกุมมือดีลักบัญชีรายชื่อ 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการลงประชามติ บช.น. สรุปสถานการณ์และผลการปฏิบัติด้านการข่าว พบเกิดเหตุ 8 ครั้ง โดยในวันที่ 21 ก.ค. ตำรวจ สน.เตาปูนตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบและจับกุมนางสุกัญญา ธนะคุปต์ อายุ 58 ปี เป็นผู้เอารายชื่อลงประชามติหน่วยที่ 101 ไป วันที่ 25 ก.ค. ตำรวจ สน.ธรรมศาลาจับกุมนายอนันตศักดิ์ ศรีสรรพางค์ อายุ 63 ปี พร้อมหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิฯของหน่วยที่ 71-72 ส่วน สน.โคกคราม พบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิฯหน่วยที่ 20 เปียกน้ำและถูกทิ้งในถุงขยะ สันนิษฐานว่าเกิดจากภัยธรรมชาติ และ สน.บางซื่อพบรายชื่อหน่วยที่ 9 ใบแรก ชำรุดหลุดขาดเกินครึ่งแผ่นตรวจกล้องวงจรปิดไม่พบผู้ทำลาย

ส่วนอีก 4 สน.ที่พบเหตุ อยู่ระหว่างการสอบสวน หาพยานหลักฐาน หาตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. สน.ดุสิตพบการกระทำผิดอาญาเป็นจดหมายบิดเบือนทางภาคเหนือ ส่งผ่านที่ทำการไปรษณีย์สาขาดุสิต

มท.สั่ง ผวจ.คุมเข้มแอลกอฮอล์

อีกด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บูรณาการภาคส่วนต่างๆ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และควบคุมไม่ให้มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายประชามติ และให้ทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน สถานบริการโรงแรม ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตออกเสียง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. จนสิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนด

“บิ๊กตู่” บ่นพึมพวกดึงแข้งดึงขา ตัวถ่วงชาติ ยกหัวใจทหารสีม่วงไม่พูดโกหก เหน็บนักการเมืองน้ำดีอย่าเอาแต่พูดจ้องจับผิดทั้งที่ก่อปัญหาไว้เพียบ “ประวิช” เตือนเข้าคูหาอย่าเซลฟี่ให้โลกรู้ “สมชัย” ชี้ถ้าคนไปใช้สิทธิต่ำเป้า 30 ก.ค. 2559 04:58 30 ก.ค. 2559 04:59 ไทยรัฐ