วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นพ.เปรม อ้อนบิ๊กตู่ งัดม.44 เชือด เร่งปฏิรูปสื่อ

ชาวบ้านแฉซํ้า ชอบโทรหานร.

ตำรวจออกหมายเรียก “หมอเปรม” เข้ารับทราบ ข้อกล่าวหาจับแก้ผ้านักข่าววันที่ 1 ส.ค. เจ้าตัวดับ เครื่องชนโร่ร้องนายกฯใช้ ม.44 ลงดาบปฏิรูปสื่อ อ้างถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ยอมรับภาพถ่ายคู่กับเด็กสาว ม.5 เป็นตัวเอง แต่ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ซัดฝีมือคู่แข่งการเมืองหวังโค่นเก้าอี้นายกเทศมนตรี รอง ผบช.ภ.4 ให้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานเพิ่มเติม นักข่าวยันถูกหมอเปรมเข้ามาปลดหัวเข็มขัดก่อนสั่งลูกน้องรูดกางเกงลง ขณะที่อดีตพนักงานเทศบาลโวยหมอเปรมสั่งปลดไม่มีเหตุผล ทั้งที่ทำงานมานานกว่า 14 ปี ร้องเรียนศาลปกครองอยู่ระหว่างพิจารณา ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่แฉหมอเปรมชอบขอเบอร์โทรศัพท์เด็ก บอกมีอะไรเดือดร้อนจะช่วยเหลือ ยันภาพถ่ายคู่กับสาว ม.5 เป็นพิธีหมั้นและแต่งงานของชาวอีสาน

สังคมยังเฝ้าจับตาท่าทีของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังเรื่องราวบานปลายจากกรณีโลกโซเชียลแชร์กระหน่ำภาพลักษณะคล้ายเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงวัยรุ่นเป็นนักเรียนสาวชั้น ม.5 จนตกเป็นข่าวฮือฮา สร้างความไม่พอใจให้ นพ.เปรมศักดิ์ เรียกกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์ เข้าไปในห้องทำงานในสำนักงานเทศบาลฯ ปิดล็อกประตูสั่งเจ้าหน้าที่จับนายก่อสิทธิ์ กองโฉม อายุ 64 ปี ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดลินิวส์ แก้ผ้าพร้อมถ่ายคลิปจะนำไปประจาน จนนายก่อสิทธิ์ต้องเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ ให้ดำเนินคดีกับ นพ.เปรมศักดิ์ ในข้อหาข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยวคุกคามเสรีภาพ ขณะที่ นพ.เปรมศักดิ์ ก็เข้าแจ้งความกล่าวหากลุ่มสื่อมวลชนบุกรุกห้องทำงานและหน่วงเหนี่ยวบีบคั้นกดดันเพื่อขอข่าวที่ไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณชน หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว นพ.เปรมศักดิ์ยังเดินหน้าชนโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่าการกระทำของสื่อมวลชนเป็นการคุกคาม ขณะที่ ผวจ.ขอนแก่น สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องร้องเรียนตรวจสอบพฤติกรรมของ นพ.เปรม–ศักดิ์ เข้าข่ายขัดจริยธรรม 2 กรณีคือการหมั้นกับเยาวชนและการกระทำต่อผู้สื่อข่าว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ก.ค. นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ เดินทางไปที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปฏิรูปสื่อมวลชน เนื่องจากวันที่ 26 ก.ค. ได้มีสื่อมวลชนบุกรุกเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว กดดันบีบคั้นสอบถามประเด็นภาพของตนที่เป็นกระแสอยู่ในสังคมออนไลน์ ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้จะไม่ขอพูดเรื่องส่วนตัว เพราะมายื่นหนังสือถึงนายกฯให้ปฏิรูปสื่อ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่มีข่าวว่าตนกักขังสื่อมวลชนและจับแก้ผ้า ไม่เป็นความจริง ผู้ชายอายุ 64 ปีจะมีอะไรน่าดู วันที่เกิดเหตุสื่อมวลชนเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่ได้นัดหมาย อยากให้นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง และวันนั้นมีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ชัดเจน จะชี้แจงเรื่องนี้ในชั้นคณะกรรมการสอบสวนที่ ผวจ.ขอนแก่น จัดตั้งขึ้นเท่านั้น ตนทำงานให้กับประชาชนหลายอย่าง อยากให้มองตรงนั้น อย่าเห็นเป็นเหยื่อ อยากได้อะไรก็จะเอา ข่าวที่ออกมาเป็นการให้ข่าวฝ่ายเดียว ตนยังไม่ได้ชี้แจงอะไร ยังงงอยู่ว่าทำไมเขาเล่นกันแรงเหลือเกิน ไม่ได้เป็นคนโหดร้ายอะไร

ต่อข้อถามว่า ผวจ.ขอนแก่น เตรียมตรวจสอบข้าราชการที่ถูกอ้างว่าใช้กำลังบังคับถอดเสื้อผ้าผู้สื่อข่าว นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า ไม่เป็นไร หากจะตรวจสอบให้ทำตามระบบ เขาไม่ได้ทำผิด ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร ตอนนี้ตนยังทำหน้าที่ต่อเพราะในทางกฎหมายไม่ถือว่ามีอะไรเกิดขึ้น เมื่อถามว่าภาพถ่ายรูปคู่หญิงสาวที่มีเงินวางตรงหน้าเป็นรูป นพ.เปรมศักดิ์ ใช่หรือไม่ นพ.เปรมศักดิ์ตอบว่า

“ใช่ เป็นผมเอง แต่ถือเป็นเรื่องส่วนตัว” ส่วนกรณีที่ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่ยื่นหนังสือให้ปลดออกจากตำแหน่งประธานกรรมการศึกษาโรงเรียนนั้น ใครจะทำอะไรก็เชิญ จะปลดออกจากตำแหน่งอะไรก็เชิญ มันเลอะเทอะไปหน่อยหรือไม่ และคนที่ร้องให้สอบเรื่องนี้ เป็นคนที่จะมาลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีบ้านไผ่แข่งกับตน สำหรับตนจะไม่ลงสมัคร ส.ส.อีก ขอทำงานให้ประชาชนในพื้นที่และจะชี้แจงเรื่องทั้งหมดในเฟซบุ๊ก

ส่วนความคืบหน้าคดีที่ นพ.เปรมศักดิ์ จับแก้ผ้าผู้สื่อข่าวในห้องทำงาน วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมไปประกอบสำนวนคดี แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้จากภาพวงจรปิด ขณะที่การสอบปากคำพยานของ นพ.เปรมศักดิ์ มีพยาน 2 จาก 4 คนเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ส่วนอีก 2 คนยังไม่มาให้ปากคำ ส่วนการสอบปากคำพยานก่อนหน้านี้พบว่ามีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มอีก 1 คน ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกมาสอบเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำสื่อมวลชนทั้ง 5 คนอีกครั้ง เพื่อเร่งสรุปสำนวนพร้อมรวบรวมข้อมูลให้นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 ส.ค.นี้

ช่วงสายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เดินทางไป สภ.บ้านไผ่ เรียก พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก. พ.ต.ท.ชัชพงษ์ พงษ์สุวรรณ รอง ผกก. (สอบสวน) เข้าประชุม หลังตรวจสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นแล้วสั่งการให้พนักงานสอบสวนเชิญตัวนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ผู้เสียหาย และพยานในที่เกิดเหตุมีนายสุพล บุญชื่นชม ผู้สื่อข่าว นสพ.ข่าวสด นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวทีวีช่อง 3 นายปรัชญา เทพสกุล ผู้สื่อข่าวขอนแก่นเคเบิลทีวี มาสอบปากคำเพิ่มเติม นายก่อสิทธิ์ ผู้เสียหายยืนยันว่า นพ.เปรมศักดิ์ ได้เดินมาปลดหัวเข็มขัดแล้วสั่งให้ลูกน้องรูดกางเกงลง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่เพียงแต่ตกใจ แต่ยังตื่นกลัว เพราะมีลูกน้องของหมอเปรมที่ร่วมก่อเหตุยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง สามารถจดจำตำหนิรูปพรรณของผู้ก่อเหตุได้ชัดเจน นอกจากนี้ หมอเปรมยังสั่งให้ลูกน้องถ่ายรูปและคลิปวีดิโอไว้ด้วย

ต่อมาในช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับ นพ.เปรมศักดิ์ แต่ศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงไม่อนุมัติหมายจับ พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียก นพ.เปรมศักดิ์ เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ผู้เสียหายเข้าแจ้ง ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น ที่ได้รับแต่งตั้งจาก ผวจ.ขอนแก่น ให้เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเผยว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตนพร้อมคณะกรรมการจะสอบข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งสามฝ่ายได้แก่ ฝ่ายสื่อมวลชนผู้เสียหาย ฝ่าย นพ.เปรมศักดิ์ กับลูกน้อง และการสอบสวนจากฝ่ายตำรวจ หากพบว่า นพ.เปรมศักดิ์ มีความผิดจริง ให้ดำเนินการไปตามกฎหมายควบคุมการปฏิบัติหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 ระบุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับดูแล หากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระทำการไม่ถูกต้อง ขัดต่อจริยธรรม ฝ่าฝืนกฎหมาย ย่อมมีโทษสั่งให้ออกจากตำแหน่งได้ คาดว่าผลการสอบสวนจะเสร็จก่อนวันที่ 11 ส.ค.นี้ เพื่อเสนอ ผวจ.ขอนแก่น และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังทราบว่ามีพนักงานหลายคนที่เคยทำงานอยู่ในสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ถูก นพ.เปรมศักดิ์ สั่งปลดออกโดยไม่มีเหตุผล หลังจากเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีได้ไม่นาน โดย น.ส.เกษชฎา โภคาพานิชย์ หนึ่งในพนักงานหลายคนที่ถูกปลดออกจากงาน เผยว่า ทำงานที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่มานาน 14 ปี ไม่เคยมีปัญหากับนายกเทศมนตรีคนไหนเลย ใครมาเป็นก็ทำงานรับใช้เสมอ แต่พอหมอเปรมเข้ามาทำงานได้เพียง 8 เดือน ก็ถูกสั่งปลดโดยไม่มีการเรียกไปถามสักคำ คนที่โดนปลดพร้อมกันมี 3 คน ตนร้องเรียนไปยังที่ต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ทราบว่ากรมการปกครองมีคำสั่งห้ามปลดพนักงานที่ทำงานมาแล้วเกิน 3 ปี แต่หมอเปรมไม่ฟังใดๆ ทั้งสิ้น พวกตนยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่ศาล อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้วย ส่วนเรื่องภาพการสู่ขอเด็กหญิง ม.5 นั้นยืนยันเป็นเรื่องจริง เพราะตนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับเด็ก ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะหมอเปรมเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนมีเกียรติ เป็นที่นับหน้าถือตาของสังคม

ด้านนายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 62 ปี ชาวบ้านอยู่หมู่บ้านเดียวกับเด็กสาว ม.5 ที่ตกเป็นข่าวกับหมอเปรม เล่าว่า หมอเปรมเป็นคนชอบเด็ก จะขอเบอร์โทรศัพท์ไว้และให้เบอร์ของตัวเองไป บอกว่ามีความเดือดร้อนอะไรให้โทร.หา แม้กระทั่งหลานสาวของตนที่เรียนอยู่ชั้น ม.6 เคยถูกหมอเปรมขอเบอร์โทรศัพท์ แต่หลานตนให้เบอร์ของแม่ไป หลังจากนั้นไม่กี่วันหมอเปรมโทร.เข้ามาถามว่าน้องอยู่ไหน แต่แม่เป็นคนรับเลยตอบว่านี่แม่นะไม่ใช่น้อง หมอเปรมรีบวางสายทันที จนกลายเป็นเรื่องโจ๊กของชาวบ้านไป ส่วนภาพหมอเปรมที่มีการแชร์กันนั้น ใครดูก็รู้ว่าเป็นการหมั้นหมายและแต่งงานในคราวเดียวกัน คนอีสานหลายคนนิยมทำแบบนี้ การที่หมอเปรมเป็นทั้งนักการเมืองซึ่งถือเป็นตัวแทนของคนอีสาน และเป็นประธานกรรมการการศึกษาของโรงเรียนที่เด็กเรียนอยู่ด้วย จึงไม่ต่างอะไรกับสมภารกินไก่วัด ขอเรียกร้องให้ปลดออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เนื่องจากทำให้เสียชื่อเสียงของสถาบันการเมือง เทศบาลและคนบ้านไผ่ อยากให้เป็นบรรทัดฐานของบ้านเมืองเพราะไม่ใช่เรื่องตลก

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการฯตรวจสอบ นพ.เปรมศักดิ์กักขังผู้สื่อข่าวว่า ถ้าร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการขัดหลักจริยธรรมต้องรับเรื่องไว้พิจารณา แต่ถ้าร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ตรวจการฯต้องส่งให้หน่วยงานที่ผู้ถูกร้องอยู่ใต้บังคับบัญชาไปดำเนินการ ขณะนี้ต้องรอการตรวจสอบว่าเรื่องที่ร้องเรียนมามีข้อเท็จจริงอย่างไร กรณีนี้ผู้ร้องไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้เสียหายยังไม่ได้มาร้องเรียนโดยตรง ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ รวมทั้งกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจริงๆ แล้วเป็นการหมั้นหรือการมอบเงินช่วยเหลือเด็กหรือถ้าเป็นการหมั้นจริงต้องไปดูกฎหมายอีกว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่หากตรวจสอบแล้วพิสูจน์ได้ว่ากระทำผิดจริง อาจส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่ง

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงกรณีที่มีการยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบจริยธรรม นพ.เปรมศักดิ์ ว่า กรณีกักขังผู้สื่อข่าวตามที่ปรากฏน่าจะเป็นความผิดอย่างชัดเจนเพราะเป็นการกระทำที่ลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่วนกรณีต้นเหตุที่มีการเผยแพร่ภาพ นพ.เปรมศักดิ์หมั้นกับเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี นั้นถ้าดูตามอนุสัญญาสิทธิเด็กหรือ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่ให้การคุ้มครองแก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสมรสนั้น ถ้าการสมรสการหมั้นหมายเกิดจากความสมัครใจของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แม้จะเป็นเด็กอายุ 17 ปี หรือการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม แต่ถ้าเป็นการบังคับขู่เข็ญย่อมถือว่าเป็นความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายได้ หากมีการมาร้องเรียนที่ กสม. ถ้าเป็นกรณีการกักขังสื่อ กสม.ต้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง รวมทั้งตัว นพ.เปรมศักดิ์ หากร้องเรียนกรณีเด็กทำได้เช่นกัน ถ้าตัวเด็กหรือผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย กสม.ยินดีจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความคุ้มครอง