วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระผู้ใหญ่ หนุนพระเมธี จัดสวดมนต์ให้สมเด็จช่วง

ทนายวัดปากน้ำโต้ดีเอสไอ ยืนยัน “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” เป็นเพียงผู้รับบริจาค รถเบนซ์โบราณ หากผิดกฎหมาย กรมสรรพสามิตก็มีแค่โทษปรับ ไม่มีจำคุก พร้อมนัดแถลงข่าวชี้แจง 1 ส.ค.นี้ ขณะที่ดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียก “หลวงพี่แป๊ะ” มาสอบอาทิตย์หน้า หลังเป็นผู้นำเอกสารจดประกอบทะเบียนกรมการขนส่งฯให้สมเด็จช่วงเซ็น ด้านรองโฆษก พศ. เผยพระชั้นผู้ใหญ่ในคณะสงฆ์ไม่คัดค้าน “เจ้าคุณประสาร” ระดมพลจัดสวดมนต์ครั้งใหญ่ เพื่อปกป้องพุทธศาสนา

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ หลังคณะพนักงานสอบสวนประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับคดีรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่าเป็นรถที่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน และกลุ่มผู้ครอบครองมีความผิดฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน” ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ มาตรา 161 (1) เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 ก.ค. นายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ เปิดเผยว่า ตนได้รับข้อมูลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้เข้าไปกราบพร้อมถวายรายงานเรื่องนี้ต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์แล้ว อีกทั้งยังไม่มีหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากดีเอสไอมาที่วัดปากน้ำ เท่าที่ทราบกฎหมายสรรพสามิต กรณีชำระภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน จะมีแค่โทษปรับเท่านั้น ส่วนโทษจำคุกไม่มี ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวในเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ส.ค.นี้ ที่ชั้น 2 พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ ยืนยันว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เกี่ยวข้องกับรถเบนซ์โบราณไม่มากนัก และเป็นเพียงผู้รับบริจาครถเท่านั้น

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอดูท่าทีของดีเอสไอก่อน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องคดีรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หากมีการดำเนินการที่ไม่ยุติธรรม และย่ำยีพระมหาเถระ คณะสงฆ์ ตนและองค์กรเครือข่ายพร้อมที่จะเดินหน้าสวดมนต์ครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

วันเดียวกัน ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วาระปกติ โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นประธานการประชุม หลังการประชุม นายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษก พศ. กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือและไม่ได้มีความเห็นใดๆกรณีข่าวรถเบนซ์โบราณ คาดว่าจะนำเข้าหารือในที่ประชุม มส.วันที่ 19 ส.ค. ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ส่งหนังสือมาถึง พศ.เพื่อขอเข้าพบผู้แทน มส. เพื่อสอบถามเกี่ยวกับพระธรรมวินัย แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าอยากทราบกรณีใด ส่วนเรื่องพระเมธีธรรมาจารย์จะจัดสวดมนต์ครั้งใหญ่เกี่ยวกับกรณีการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น พระผู้ใหญ่หลายรูปในคณะสงฆ์ไม่ได้คัดค้าน พร้อมทั้งระบุว่า การที่พระเมธีธรรมาจารย์ออกมาเคลื่อนไหว เป็นการออกมาเพื่อปกป้องคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา เมื่อไฟไหม้กำลังจะไหม้บ้าน เราก็ต้องออกมาปกป้องก่อน จะให้คนอื่นมาปกป้องได้อย่างไร แต่อยากให้เคลื่อนไหวหลังจากมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันที่ 7 ส.ค.นี้ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกโยงว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง

ด้านแหล่งข่าวจากดีเอสไอระบุว่า ประมาณอาทิตย์หน้า พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกพระมหาศาสนมุนี (พระธนกิจ สุภาโว) หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ มาสอบปากคำ กรณีเป็นผู้นำเอกสารการยื่นจดทะเบียนกับกรมการขนส่งมาให้สมเด็จช่วงเซ็น เพื่อดูว่าท่านมีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือไม่ นอกจากนี้ ดีเอสไอกำลังรอกรมสรรพสามิตทำหนังสือยืนยันว่ารถเบนซ์โบราณ มีมูลค่าที่แท้จริงประมาณเท่าไหร่ หลังจากนั้นจะออกหมายเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครองรถมารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนพิจารณาตามความผิด พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ มาตรา 161 (1) มีโทษปรับตั้งแต่ 2-10 เท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสีย

ส่วนคดีความของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่อัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเรียกพระระดับสูงวัดพระธรรมกาย 5 รูป ประกอบ 1.พระราชภาวนาจารย์ หรือพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 2.พระถวัลย์ศักดิ์ ยติสักโก รอง ผอ.สำนักพัฒนาทรัพยากร วัดพระธรรมกาย 3.พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 4.พระครูใบฎีกาอำนวยศักดิ์ มุนิสโก ผอ.สำนักองค์ประธาน วัดพระธรรมกาย และ 5.พระสุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ในเรื่องการจัดการด้านการเงินและการบริหารภายในวัด โดยเมื่อเวลา 12.30 น. พระถวัลย์ศักดิ์เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมงหลังการสอบปากคำพระถวัลย์ศักดิ์ เปิดเผยว่า มาให้ปากคำตามหมายเรียกของดีเอสไอ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และยืนยันว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อภายในวัดพระธรรมกาย แต่ตนไม่ได้เข้าพบเป็นการส่วนตัว

ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ กล่าวว่า เชิญมาสอบปากคำในเรื่องเส้นทางการเงินของวัดตามที่อัยการร้องขอ เพราะพระถวัลย์ศักดิ์ เป็นผู้ดูแลและมีอำนาจสั่งจ่ายเงิน ที่เป็นค่าใช้จ่ายของวัดพระธรรมกาย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องลงลายเซ็นในการสั่งจ่ายเงิน แต่รายละเอียดอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะกระทบต่อสำนวนคดี โดยยืนยันว่าการสอบปากคำวันนี้ครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อสำนวนคดี หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกพระมหาบุญชัย ผู้รับผิดชอบด้านการเงินของวัดที่มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค เข้าให้ปากคำในวันที่ 2 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. และเรียกพระสุธรรมเข้ามาให้ปากคำในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 13.30 น.