วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องไม่กลัว

โดย ฟ้าคำราม

หลายต่อหลายกีฬาในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 เดือน ส.ค.นี้ ที่บราซิล มีการจับสลากแบ่งสาย รู้ว่าจะต้องเจอใครกันไปบ้างแล้ว

อย่างแบดมินตันที่จะแข่งวันที่ 11-20 ส.ค.ประเภทเดี่ยว รอบแรก ที่ใช้ระบบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ละ 3-4 คน พบกันภายในกลุ่ม แล้วนำแชมป์แต่ละกลุ่ม ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์

ไล่ตั้งแต่รอบ 16 คนเรื่อยไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ และชิงเหรียญทองแดง

โดย “เมย์” รัชนก อินทนนท์ มือ 4 ของโลก มือ 4 รายการ รอบแรกอยู่กลุ่มแอล กับยิป ปุย ยิน มือ 34 ของโลก จากฮ่องกง และคาติ โตมอฟฟ์ มือ 71 ของโลก จากเอสโตเนีย

ถ้าเข้ารอบ 2 (16 คน) น่าจะเจออากาเนะ ยามากูชิ มือ 12 ของโลกจากญี่ปุ่น และถ้าเข้ารอบ 8 คน อาจพบโนโซมิ โอคุฮาระ มือ 6 ของโลกจากญี่ปุ่น

จากนั้นถ้าผ่านถึงรอบรองชนะเลิศ มีสิทธิ์ดวล หวัง อี้ฮาน มือ 2 ของโลก มือ 2 รายการ จากจีน หรือไท่ ซื่อ ยิง มือ 8 ของโลก จากไต้หวัน

ขณะที่เทควันโด จอมเตะของไทยที่จะลงชิงชัยวันที่ 17-18 ส.ค. ก็ทราบเส้นทางแล้วว่าเป็นอย่างไร

ในรายของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ รุ่น 49 กก.หญิง ซึ่งเป็นมือวาง 2 รายการ รอบแรก (16 คน) จะพบมาเรีย อันดราเด้ มือวาง 15 จากหมู่เกาะเคปเวิร์ด

ถ้าผ่านไปได้ มีโอกาสจะพบคิม โซ ฮุย มือวาง 7 จากเกาหลีใต้ ในรอบ 8 คน ขณะที่รอบรองชนะเลิศ มีลูซิย่า ซานิโนวิช จากโครเอเชีย รออยู่

ส่วนมือ 1 โลกอย่างหวู่ จิงหยู จากจีน อยู่คนละสายกัน จะเจอกันก็ในรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น

ที่ยกตัวอย่างมา ใครต่อใครมองกันว่าเป็นงานหนักของนักกีฬาไทย ว่ากันว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว โอกาสเริ่มไม่แน่ไม่นอน

ตรงนี้ก็มองกันได้ ไม่มีปัญหา ไม่ว่ากัน

แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า มาถึงระดับโอลิมปิก มหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกกันแล้ว ควรต้องปรับเปลี่ยนมุมมองกันเล็กน้อย เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็มีแต่มือท็อป

เรื่องจะเจองานง่าย งานอ่อน ไม่มีแน่นอน

ดังนั้นนักกีฬาไทยของเราควรต้องปรับแนวคิดกันใหม่ว่า ไหนๆก็หนีไม่ได้ ต้องเจอมือเก่งๆอยู่แล้ว จึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ก็ต้องสู้เข้าไว้

อีกอย่างเราก็ต้องมีดีเหมือนกัน ถึงผ่านมาถึงรอบสุดท้ายได้ ของอย่างนี้ก็ต้องวัดกันไป ทำใจให้แกร่ง อย่าได้กลัว อย่าได้ฝ่อ ไม่แน่คู่แข่งก็อาจกลัวเราอยู่ก็ได้

เหลือไม่อีกกี่วันแล้ว ยังเอาใจช่วยทุกคนอยู่

ทิ้งท้ายไว้อีกนิดกับการปรับตัวสำหรับเวลาของไทยกับบราซิลที่ต่างกันถึง 10 ชั่วโมง

ดร.พิชิต เมืองนาโพธิ์ นักจิตวิทยาทางการกีฬา ที่บินไปล่วงหน้าแล้ว บอกว่า ระหว่างเดินทางนักกีฬา เจ้าหน้าที่ควรดื่มน้ำให้มากๆ

เนื่องจากการเดินทางเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ หรือดีไฮเดรต การดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายปรับสมดุลกับไทม์โซนที่เปลี่ยนได้ดี

รู้แล้วช่วยบอกต่อ เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังเดินทางไป

ไม่มากก็น้อย...

ฟ้าคำราม

30 ก.ค. 2559 00:42 30 ก.ค. 2559 00:42 ไทยรัฐ