วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นกันที่ฐานกำลังจัดตั้ง

แนวร่วมทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกขณะ

จากปรากฏการณ์กระโดดเกาะขบวนรถไฟประชาธิปไตยเที่ยวสุดท้ายของ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้เวลากระโดดออกจากหลังฉาก ประกาศเซย์โนร่างรัฐธรรมนูญของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

และไม่รับคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ทีมนักเลือกตั้งอาชีพเทแต้มไปทางเดียวกัน ขอเหยียบเบรกร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งอดีตแม่ทัพหญิงพรรคเพื่อไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จับมือ “แม่ทัพประชาธิปัตย์” ลงเรือลำเดียวกัน

ตรงตามคอนเซปต์ธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆ แม้ต่างพรรค ต่างจุดยืน และต่างอุดมการณ์ แต่ถ้าถึงคราวผลประโยชน์ลงตัวเมื่อไร ก็สามารถจับมือเป็นพันธมิตรชั่วคราวได้

แต้มประชามติช่วงเข้าทางตรง ก่อนถึงจุดหมายสำคัญ วันที่ 7 ส.ค.นี้ เริ่มไหลไปทางเดียวกัน ฐานเสียงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเริ่มดีวันดีคืน ฉีกห่างจากเสียงรับร่าง

“คนหน้าหล่อ” ความหวังที่เหลืออยู่ของซีกอำนาจพิเศษ ที่จะใช้เป็นตัวจูงใจเหล่าสาวกประชาธิปัตย์ให้มาถ่วงดุลคะแนนฝ่ายตรงข้าม ดันตีตัวออกห่างในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

เหลือพึ่งได้แค่กองเชียร์ชาว กปปส. ที่ยังไม่รู้ว่า พลังเสียงยังแน่นปึ้กเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะถูกแชร์แต้มไปจากแฟนคลับของประชาธิปัตย์

บนรูปการณ์ที่ คสช.ก็พอตีโจทย์แตก ประเมินเกมออกว่า สถานการณ์ประชามติระยะหลังชักไม่เป็นใจกับฝ่ายอำนาจพิเศษอีกต่อไป

ไม้แข็งมาตรา 44 ที่งัดออกมาใช้ล่าสุด พักงาน “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และการจับกุม “หนูกุ้ง” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ฐานต้องสงสัยอยู่เบื้องหลังแจกเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

ทำได้แค่สยบแรงกระเพื่อมเป็นพักๆ แต่ไม่มีผลต่อการปั่นแต้มรับร่างรัฐธรรมนูญให้เพิ่มขึ้น

ไปๆมาๆยังสุ่มเสี่ยงเจอแรงกระเพื่อมจากเครือข่าย อปท.ที่แสดงความไม่พอใจการพักงานขาใหญ่เมืองเชียงใหม่ ที่สวมหมวกอีกใบเป็นนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย

หมิ่นเหม่เพิ่มแรงเสียดทาน ชวนทะเลาะกับบรรดาหัวคะแนนที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้าน ดูยังไงก็ไม่เป็นผลดีต่อ คสช.ในช่วงการทำประชามติแน่ๆ

สบจังหวะทีมงานนายใหญ่ใช้เป็นหัวเชื้อเรียกแขก กระหน่ำการใช้อำนาจคุกคามฝ่ายตรงข้าม

ยกเคส “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปรียบเทียบให้เห็นความต่าง ทั้งที่มีเรื่องถูกกล่าวหามากมาย แต่ยังเกาะเก้าอี้ได้เหนียวหนึบ ไม่ถูกกระบองยักษ์ตีให้ระคายผิว

โหมกระแสเรื่องสองมาตรฐานมาดิสเครดิต คสช. พร้อมขอคะแนน เพิ่มยอดไลค์ให้ฝ่ายตัวเอง

แต้มประชามติชักแกว่ง ไม่ก้ำกึ่งสูสีเหมือนเก่า นักเลือกตั้งอาชีพ นักวิชาการ กลุ่มนักศึกษา ร่วมชักธงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ รุมกินโต๊ะ คสช. และ กรธ.

แม้เสียงไม่รับร่างเริ่มพลิกกลับมาเป็นต่อ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่า จะสามารถรักษาระยะห่างไปถึงวันที่ 7 ส.ค.

ตราบใดยังไม่ถึงเวลาปิดหีบ ก็ยังมีเวลาให้ฝ่ายอำนาจพิเศษปล่อยของ เสกคะแนนกลับมา

ยิ่งตามรูปการณ์บรรยากาศประชามติโค้งสุดท้ายที่ยังไม่คึกคัก สวนทางปรากฏการณ์ลงคะแนนโหวตครั้งสำคัญของประเทศ จนคาดการณ์กันว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิไม่มาก

อาจต้องไปลุ้นวัดดวงถึงฐานคะแนนจัดตั้งของแต่ละฝ่ายว่า ใครจะแน่นกว่ากัน

กลายเป็นไฟต์บังคับที่มีความสง่างามของ คสช.เป็นเดิมพันสำคัญ

หากฝ่ายอำนาจพิเศษพลาดท่าพ่ายเสียงโหวตขึ้นมา ซ้ำรอยที่เคยเสียหน้าตอนลงมติโหวตร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก ในชั้น สปช.ก่อนหน้านี้

ก็ต้องถูกทวงถามหาความชอบธรรมถึงการนั่งแท่นทำงานต่อไป

สุ่มเสี่ยงตกเป็นเป้าล่อ เปิดช่องให้เกิดแรงกระเพื่อม ไล่เขย่าศรัทธารัฐบาลท็อปบูต

ถึงเวลานั้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะยังคอนโทรลสถานการณ์ไหวหรือไม่.


ทีมข่าวการเมือง