วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแก๊งเงินกู้โหด ปล่อยทั่วกรุง-ปริมณฑล เงินหมุนเวียน 20 ล้านต่อเดือน

น.1 นำทีมแถลงผลจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่พื้นที่กทม.-ปริมณฑล เก็บดอกโหดร้อยละ 20 ต่อเดือน ทั้งข่มขู่บังคับ ได้ผู้ต้องหา 7 คน ของกลาง จยย.ที่ใช้ทวงหนี้ เงินสดและบัญชีลูกหนี้เพียบ ซัดทอดนักการเมืองท้องถิ่นเมืองนนท์หนุนหลัง เงินหมุนเวียนมากกว่า 250 ล้านต่อปี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมคิด ประเชิญสุข สว.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 และเจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน 2 รอ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นายไพรโรจน์ นพรัตน์ อายุ 44 ปี หรือฉายาโรจน์ เงินกู้ (หัวหน้าแก๊ง) นายวโร เกษสุวรรณ อายุ 32 ปี นายสุวิชา แก้วกันภัย อายุ 29 ปี นายคำรณ สวนโสม อายุ 30 ปี นายพิเชษฐ์ ชมพัฒน์ อายุ 29 ปี นายติณณ์ ลพเมฆ อายุ 22 ปี และนายนิพนธ์ พูลผล อายุ 21 ปี พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 580,000 บาท รถจักรยานยนต์จำนวน 17 คัน ใบสัญญาเงินกู้จำนวน 70 ฉบับ สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ 116 ใบ แฟ้มบัญชีลูกค้า 8 เล่ม สมุดจ่ายเงินเดือนพนักงาน 1 เล่ม เอกสารการเบิกจ่ายเงินของพนักงานแต่ละสายอีกจำนวนหนึ่ง 

ภายหลังจับกุมได้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ซ.นิมิตใหม่ 22 ถนนนิมิตใหม่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะสำนักงานชั้นเดียวปลูกสร้างอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ มีรั้วรอบขอบชิด ภายในมีอาคารสำนักงาน 1 หลัง บ้านพักอีก 2 หลัง อีกทั้งยังมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่จำนวนมาก

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้กวาดล้างผู้มีอิทธิพล จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดนครบาล ร่วมกันสืบสวนติดตามแก๊งเงินกู้ทวงหนี้นอกระบบรายใหญ่ โดยนายทุนกลุ่มนี้จะหากินกับคนรากหญ้า พ่อค้า แม่ค้า หรือชาวบ้านโดยทั่วไป วิธีการจะไปปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งกลุ่มนี้จะมีเงินหมุนเวียนต่อเดือนประมาณ 20 ล้านบาท โดยจะมีการแบ่งเป็นสายร่วมกันเก็บเงินกู้รวม 21 สาย ประกอบด้วย ลาดพร้าว, มีนบุรี, ศรีนครินทร์, จูน จูน, สุขุมวิท, นิมิตใหม่, เทพารักษ์, พหลโยธิน, บางบัวทอง, เอกชัย, คลองเตย 2 สาย, เสือใหญ่ 2 สาย, โก๋, โชคชัย, รามอินทรา, ลาดกระบัง, สายไหม และนครทอง ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า กลุ่มดังกล่าวจะมีการบังคับลูกหนี้ให้ใช้หนี้ เพื่อนำเงินไปปล่อยต่ออีกทอด และวันนี้ก็สามารถยึดของกลางได้หลายรายการตามที่ปรากฏ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการไปทวงหนี้จำนวน 17 คัน โดยจะต้องดำเนินคดีและขยายผลให้ถึงที่สุด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีนายทุนอยู่เบื้องหลังอีก ไม่ใช่มีแค่นี้ รวมไปถึงการตรวจสอบว่าที่ตั้งของสำนักงานเป็นของผู้ใด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย 

อย่างไรก็ตามอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้กำลังทำมาหากินบนหลังคนเหล่านี้ ซึ่งท่านนายกฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยจะพยายามสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมทุกแก๊งให้หมดไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 7 รายว่า ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี ดำเนินคดี พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ ปปง. เข้ามาตรวจสอบ เพื่อยึดทรัพย์สินที่มาจากการกระทำความผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแก๊งเงินกู้นอกระบบที่ทำการจับกุมได้นั้น ผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่าเงินทุนดังกล่าวมีนายทุนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับ ส.จ.คนหนึ่ง และถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและกว้างขวางในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยมีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 250 ล้านบาทต่อปี.

น.1 นำทีมแถลงผลจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่พื้นที่กทม.-ปริมณฑล เก็บดอกโหดร้อยละ 20 ต่อเดือน ทั้งข่มขู่บังคับ ได้ผู้ต้องหา 7 คน ของกลาง จยย.ที่ใช้ทวงหนี้ เงินสดและบัญชีลูกหนี้เพียบ ซัดทอดนักการเมืองท้องถิ่นเมืองนนท์หนุนหลัง 29 ก.ค. 2559 19:03 ไทยรัฐ