วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.รวบสาวแก๊งตกทอง เจ้าตัวรับทำนานแล้ว ตอนนี้กลับใจยึดอาชีพสุจริต

ตำรวจกองปราบจับกุมหญิงแสบ หนึ่งในแก๊งตกทอง ฐานร่วมกันฉ้อโกงในแหล่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน หลังตั้งแก๊งรวมหัวตระเวนหลอกเหยื่อที่สวมเครื่องประดับมีค่า ทำทีออกอุบายก่อนฉกทรัพย์หลบหนี สารภาพก่อเหตุมาโชกโชน เพิ่งพ้นโทษเมื่อ 3 ปี ก่อน ขณะจนท.ตรวจสอบประวัติ พบมีหมายจับ 6 หมายในพื้นที่นครบาล

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.ฉัตรชัย เหมวิลัย รอง สว.กก.1 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม น.ส.กนกพร ใจการุณ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 5 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงตลิ่งชัน ที่ 84/2550 ลงวันที่ 24 มกราคม 2550 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ที่องค์การเภสัชกรรม ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 

พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ที่มอบหมายให้ บก.ป.เร่งสืบสวนจับกุมแก๊งสารพัดโกง ที่สร้างผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป โดยคดีนี้สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก รวม 4 คน มีนางพิศ (ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล) เป็นหัวหน้าแก๊ง ก่อเหตุหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายโดยอาศัยความโลภของเหยื่อในลักษณะของแก๊งตกทอง มีพฤติการณ์ออกตระเวนหาเหยื่อตามตลาดนัดหรือสถานที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน เลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงมีเครื่องประดับมีค่า เดินทางมาตามลำพัง จากนั้นจะทำทีเข้าไปสอบถามเหยื่อ ว่าพบเห็นกระเป๋าสตางค์ที่ตกหล่นบริเวณนั้นหรือไม่ ก่อนจะเดินหายไป ไม่นานคนร้ายอีกรายจะเข้ามาพูดคุยกับเหยื่อ ว่าเห็นกระเป๋าสตางค์อยู่กับคนร้ายรายที่ 3 แล้วจึงชักชวนกันไปโดยทำทีว่าได้เจอกระเป๋าดังกล่าวพร้อมกัน จากนั้นจะตกลงกันว่าจะเปิดกระเป๋าสตางค์ดูทรัพย์สินมีค่าที่อยู่ภายใน 

พ.ต.อ.มนตรี กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่เปิดดูทรัพย์สินในกระเป๋าสตางค์ คนร้ายรายที่ 3 จะเสนอให้นำทรัพย์สินมาแบ่งกัน แต่จะอ้างว่าต้องไปกดเงินสด ครั้นจะทิ้งกระเป๋าดังกล่าวไว้ก่อนก็กลัวจะถูกหยิบฉวย จึงขอให้เหยื่อและคนร้ายอีก 2 คน ที่เป็นพวกเดียวกัน นำทรัพย์สินมีค่ามาวางไว้เป็นประกันกับคนร้ายรายที่ 3 เมื่อเหยื่อหลงเชื่อถอดสร้อยคอทองคำหรือทองรูปพรรณมาให้แล้ว ทั้งหมดจะพากันหลบหนีไป โดยมีคนร้ายรายที่ 4 เป็นผู้รับหน้าที่ขับรถพาหลบหนี โดยทั้งหมดลงมือก่อเหตุมาแล้วในหลายท้องที่ ได้แก่ สน.บางนา , สน.มีนบุรี , สน.พระโขนง และ สน.หลักสอง เป็นระยะเวลานานเกือบ 10 ปี 

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกก่อเหตุจริงแต่นานมาแล้ว เนื่องจากได้รับการชักชวนจากนางพิศ รู้จักกันระหว่างที่ขายของในตลาดแห่งหนึ่ง โดยนางพิศ ขอให้ช่วยหลอกลวงเหยื่อ แต่ปัจจุบันตนได้กลับตัวกลับใจแล้ว หลังจากเคยถูกจับกุมและพ้นโทษออกมาได้ 3 ปี ก่อนจะมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายขนมปังที่องค์กรเภสัชกรรม จึงอยากฝากเตือนคนทั่วไปว่าอย่าโลภมากอยากได้ 

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า มีหมายจับติดตัวอยู่ทั้งหมด 6 หมาย ใน 4 ท้องที่ ประกอบด้วย สน.บางนา 4 หมาย , สน.มีนบุรี และ สน.พระโขนง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง รับไว้ดำเนินคดี ก่อนจะเร่งขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายที่ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป.