วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองไทยแห่งที่ 2 ! เปิดคู่มือเที่ยว ฮ่องกง ปักหมุดพิกัดห้ามพลาด!

ทุกวันนี้การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ ยิ่งในโซนเอเชียด้วยกันแล้ว ยิ่งไปมาได้สะดวก มีหลากหลายสายการบินที่ให้บริการ หนึ่งในประเทศที่ชาวไทยนิยมไปเยือนมากที่สุดจนเหมือนเป็นเมืองไทยอีกแห่งไปแล้ว นั่นคือ ฮ่องกง ดินแดนอารยธรรมจีนที่ผสมผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะพาไปเปิดคู่มือปักหมุดที่เที่ยว ที่กิน ที่ห้ามพลาดในฮ่องกง รวมถึงอัตราการแลกเงิน และของฝากขึ้นชื่อ มาทั้งทีต้องช็อปของดีกลับไปฝากที่บ้านด้วยนะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าไปไม่ถึงถิ่น เอาล่ะ พร้อมแล้วตามมา 5 ข้อต้องรู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง ทางนี้เลย...

1. อัตราค่าเงินฮ่องกงช่วงนี้

ใครแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกงช่วงนี้ ค่าเงินไม่แพงมาก อัตราแลกเปลี่ยน ราคาซื้ออยู่ที่ประมาณ 4.45 ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 4.54 ซึ่งเป็นค่าเงินเรตกลางจากธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนใครสะดวกไปแลกเงินที่ร้านไหน หรือธนาคารเอกชนเจ้าไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบ (ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

อ้อ! ให้ข้อมูลเบื้องต้นอีกนิด ฮ่องกงมีชื่อเต็มๆ ว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะฮ่องกง เกาะเกาลูน เกาะลันเตา เขตดินแดนใหม่ เป็นต้น

2. สถานที่ห้ามพลาด

มาถึงแหล่งท่องเที่ยวในฮ่องกงอันโด่งดัง ที่ต้องไปปักหมุดเช็กอินให้ได้ มีทั้งจุดชมวิว ย่านช็อปปิ้ง วัดดังต่างๆ มาเริ่มกันเลย...
- จุดชมวิว The Peak
ตั้งอยู่บนเขาวิกตอเรีย เป็นจุดชมเมืองที่สูงที่สุดและสวยที่สุดของฮ่องกง สามารถเห็นวิวเกาะฮ่องกงและฝั่งเกาลูนได้ชัดเจน บรรยากาศเย็นสบายสดชื่น ใกล้ๆ บริเวณนั้นจะมี Sky Terrace 428 ศูนย์การค้าบนยอดเขา มีร้านอาหาร ร้านรวงของที่ระลึกให้เดินเที่ยวชมชิลๆ

- ชมการแสดงแสงสียามค่ำคืน
หากอยากชมการแสดงแสงสี ก็มี A Symphony of Lights การแสดงมัลติมีเดียสุดตระการตา ได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นการแสดงแสงสีเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่อาคารตึกระฟ้าสำคัญต่างๆ ที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของอ่าววิกตอเรีย โชว์ความมหัศจรรย์อลังการทุกคืน เวลาประมาณ 2 ทุ่ม

- หาดรีพัลส์เบย์
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง เป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อีกทั้งเป็นย่านที่อยู่อาศัยคนมีตังค์ (บ้านแถวนี้ราคาแพง) ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะนิยมมากราบไหว้ขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่

- วัดพระใหญ่เทียนถัน เกาะลันเตา
ตั้งอยู่ที่วัดโป่หลิน เกาะลันเตา สามารถเดินทางขึ้นไปวัดบนเขาได้โดยกระเช้าในย่านนองปิง (Ngong Ping) พระพุทธรูปเทียนถันมีความสูง 34 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผา เป็นแหล่งสักการะพระพุทธศาสนาหลักของชาวฮ่องกง ส่วนใครอยากทดสอบกำลังขาก็สามารถเดินขึ้นบันได 268 ขั้น เพื่อไปยังองค์พระพุทธรูปได้เช่นกัน

- เทพเจ้าด้ายแดง วัดหวังต้าเซียน
ตั้งอยู่ที่เกาะเกาลูน เดินทางไปได้ง่ายๆ โดยรถไฟฟ้า MTR สายสีเขียว ไปลงสถานี Wong Tai Sin แล้วออกทางออก B เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้ว หาไม่ยาก เทพเจ้าด้ายแดง หรือ เทพเจ้าหยกโหลว เป็นเทพแห่งความรัก มีด้วยกัน 3 องค์ จะมีด้ายสีแดงเส้นใหญ่ๆ เชื่อมองค์เทพทั้งสามไว้ด้วยกัน สาวๆ นิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องความรักกันที่นี่

- ย่านช็อปปิ้งเอาต์เลต มงก๊ก และจิมซาจุ่ย
เริ่มต้นที่ห้าง City Gate Outlets ที่นี่มีสินค้าแบรนด์ดัง ราคาถูก ให้เลือกช็อปปิ้งมากมาย ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ากีฬา ถูกกว่าเมืองไทยมากอยู่ รับรองซื้อแล้วคุ้ม 

ต่อมาคือ ย่านจิมซาจุ่ย ตั้งอยู่ที่ถนนนาธาน เป็นย่านที่มีชื่อเสียงมากสำหรับขาช็อป มีสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง เป็นต้น มีห้างแบรนด์ดังเต็มสองฟากถนน เมื่อถึงเทศกาลเซลส์ทั้งเกาะ ทุกแบรนด์จะลดราคา 50-90% ส่วนย่านมงก๊กเน้นจำหน่ายพวกเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่น ขนมของฝาก ของกินต่างๆ สินค้า IT และไอเทมเด็ดตัวใหม่ๆ หาได้ที่ย่านนี้ วัยรุ่นฮ่องกงชอบมาเดินกันเป็นประจำ

3. อาหารอร่อยต้องไปโดน

มาถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้าง ฮ่องกงเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย โดยเฉพาะโจ๊กและติ่มซำ ส่วนร้านที่แนะนำว่าต้องไปลองลิ้มชิมรสให้ได้ ได้แก่ ร้านโจ๊กฮ่องกง ถนน Temple Street ตรงข้ามโรงแรม BP International ร้านกาแฟและเบเกอรี่อย่าง ร้าน Charlie Brown Cafe อยู่ตรงข้ามกับ Park Hotel ต่อด้วยร้าน Honeymoon Dessert ร้านแพนเค้กและน้ำมะม่วงปั่น ย่านนองปิง ติ่มซำร้าน London Restaurant นอกจากนี้ยังสามารถไปหาร้านท้องถิ่นได้ตามริมทางทั่วไป มีจำพวกร้านโจ๊ก ร้านบะหมี่ ร้านขายหมูหัน 5 ชั้น ที่ร้าน Lei Garden's เป็นต้น

4. ของฝากห้ามลืม

สำหรับของฝากที่ขึ้นชื่อของฮ่องกงมีหลากหลายอย่าง เริ่มจากหมวดความงาม ก็แนะนำพวกน้ำหอมแบรนด์ต่างๆ ถูกกว่าเมืองไทยมากอยู่ และยังมีแบรนด์ที่ไม่มีขายในเมืองไทยด้วย แล้วก็มีเครื่องสำอางพวก Mac, Shisedo, คลีนซิ่ง Bioderma ที่ราคาถูกกว่าเมืองไทยอีกเช่นกัน

ส่วนพวกเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา และกระเป๋า ก็มีแบรนด์เนมที่ลดราคามากมาย สามารถหาซื้อได้จากห้างเอาต์เลตของฮ่องกง โดยเฉพาะเสื้อผ้าแบรนด์ฮ่องกงอย่าง bossini, giordano ราคาถูกกว่าในไทยมาก ส่วนขนมขบเคี้ยวต่างๆ แนะนำทาร์ตไข่มีอยู่หลายเจ้าให้เลือก แล้วก็มีขนมกรุบกริบพวกป๊อกกี้ โคลอน เลย์ เพรส รสชาติแปลกๆ ที่เมืองไทยไม่มี เช่น รสมะม่วง รสทาร์ตไข่ รสเป๋าฮื้อ รสหูฉลาม แล้วก็บะหมี่สำเร็จรูปคิตตี้ เป็นต้น

5. เคล็ดไม่ลับเวลาเดินทาง

การเดินทางจากสนามบินฮ่องกงเข้าตัวเมือง สะดวกที่สุดให้ใช้บริการรถไฟฟ้า Airport Express นั่งจากสนามบินไปถึงจุดหมายปลายทางที่เกาะต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับระยะทาง ราคาประมาณ 100-200 เหรียญต่อเที่ยว (ถ้าซื้อตั๋วแบบไป-กลับจะถูกลงอีก)

เมื่อถึงสถานีที่ต้องการแล้ว จะมีป้ายบอกทางไป Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถบัสฟรีบริการส่งถึงโรงแรมตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ แนะนำแอพฯ สำหรับเป็นตัวช่วยในการเดินทาง เช่น MTR Tourist จะช่วยหาเส้นทางรถไฟ และแอพฯ MTR Mobile ช่วยบอกว่าเราต้องออกจากชานชาลาประตูไหน และหาอาคารที่พัก ร้านรวงต่างๆ

ควรหลีกเลี่ยงวันเดินทางที่ตรงกับช่วง World Exhibition และงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งจะจัดในช่วงระหว่างเมษายนถึงตุลาคม เพราะโรงแรมจะแพงขึ้นมากและจองยาก ส่วนสิ่งที่ห้ามลืมพกไปด้วย ได้แก่ หัวแปลงปลั๊กไฟ Universal Adapter เพราะที่ฮ่องกงใช้ปลั๊กสามขา เป็นต้น

ทุกวันนี้การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ ยิ่งในโซนเอเชียด้วยกันแล้ว ยิ่งไปมาได้สะดวก มีหลากหลายสายการบินที่ให้บริการ หนึ่งในประเทศที่ชาวไทยนิยมไปเยือนมากที่สุดจนเหมือนเป็นเมืองไทยอีกแห่งไปแล้ว นั่นคือ ฮ่องกง 29 ก.ค. 2559 16:13 ไทยรัฐ