วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดยืนผู้นำการเมือง

นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ และนักวิจารณ์ชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังท่านหนึ่ง ชื่อ วอลแตร์ มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 2237 ถึง 2321 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เคยกล่าววาทะที่น่าประทับใจไว้ว่า “แม้ข้าพเจ้าจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านพูด แต่ข้าพเจ้าจะปกป้องสิทธิที่จะพูดของท่านด้วยชีวิต” เพราะเชื่อในเสรีภาพการพูด แม้จะมีความเห็นต่าง

คำประกาศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้สิทธิพูด ซึ่งอาจจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ต้องเคารพเสรีภาพในการแสดงจุดยืน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่า “ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้” เพราะมีหลักประกันสิทธิเสรีภาพน้อยกว่าฉบับ 2540 และ 2550 ไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

อีกเหตุผลหนึ่งคือ เชื่อว่าความขัดแย้งต้องแก้ไขด้วยกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย แต่การที่ให้ ส.ว. 250 คน มาจากการเลือกกันเองในบทถาวร และมาจากแต่งตั้งในบทเฉพาะกาล มีแต่จะสร้างความขัดแย้งใหม่ ส่วนการแก้ไขการทุจริตจุดเด่นของร่าง จะต้องเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่เปิด ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูล และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

วันเดียวกันแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนได้ออกแถลงการณ์ “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ด้วยเหตุผลเพราะใน 5 ปีแรก ยก อำนาจให้ คสช.คัดเลือก ส.ว.รวมกับผู้เป็นโดยตำแหน่ง 250 คน และมีคำถามพ่วงจะให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งยังเปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯ และกำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้นานถึง 20 ปี และเป็นร่างที่แก้ไขยากหรือแทบแก้ไขไม่ได้

น่าสังเกตว่าจุดยืนของนาย อภิสิทธิ์เน้นเรื่องความเป็นประชาธิปไตยทั้งในการกำหนดทิศทางของประเทศ การแก้ความขัดแย้งและการทุจริต ตามประกาศอุดมการณ์ของพรรค จุดยืนของนายอภิสิทธิ์กับพรรคเพื่อไทยตรงกันหลายเรื่อง เช่นเห็นว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยาก และจะเป็นชนวนความขัดแย้งในวันหน้า รวมทั้งที่มาของ ส.ว.ในบทเฉพาะกาล

ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะลงประชามติมีบทเฉพาะกาลใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ 2521 ที่ให้ ส.ว.จากการแต่งตั้งมีอำนาจเกือบเท่า ส.ส.สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารได้กว่า 10 ปี และคล้ายกับฉบับ 2534 ที่พยายามสืบทอดอำนาจ รสช.แต่ไปไม่รอด เพราะประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ส่วนร่างใหม่เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญ

มีเสียงวิจารณ์ว่าจากคำประกาศของนายอภิสิทธิ์ แสดงว่าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งยืนยันหลักประชาธิปไตย ตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า “ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ส่วนอีกกลุ่มไม่เกี่ยงว่าจะประชาธิปไตยหรือไม่ ขอให้มีอัศวินม้าขาวมากอบกู้ชาติก็พอใจ.