วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯเขย่าโลก

วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปดูเรื่อง การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้กันดีกว่านะครับ รับรองว่า

ส่งผลเขย่าโลกแน่นอน เมื่อนโยบายสองพรรคการเมืองใหญ่ เดโมแครต กับ รีพับลิกัน แตกต่างกันคนละขั้ว กลายเป็นการต่อสู้ระหว่าง แนวคิดฝ่ายซ้าย กับ แนวคิดฝ่ายขวา โดยมี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา พรรคเดโมแครตอยู่แล้ว โดดเข้ามาถือหาง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัคร พรรครีพับลิกัน เลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯปีนี้เลยไม่ธรรมดา

พรรคเดโมแครต เพิ่งจัดประชุมใหญ่เมื่อวันอังคาร เพื่อให้ความเห็นชอบ นางฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีเสียงค้านในพรรคจนต้องประสานกันยกใหญ่

ศึกชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกในครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พรรคเดโมแครต เลือก ผู้หญิง เป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี เป็นครั้งแรก และ พรรครีพับลิกัน ก็เลือก นักธุรกิจมหาเศรษฐี เป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี เป็นครั้งแรก เหมือนกัน แสดงว่าคนอเมริกันก็เบื่อนักการเมืองหน้าเก่าๆเต็มที นโยบายสองพรรคใหญ่ก็เปลี่ยนไปจากเดิม พรรคเดโมแครต กลายเป็น พรรคเอียงซ้าย และ พรรครีพับลิกัน กลายเป็น พรรคเอียงขวา

นิตยสารฟอร์บส์ ประเมินความร่ำรวยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 157,500 ล้านบาท รวยอันดับ 324 ของโลก และอันดับ 113 ในสหรัฐอเมริกา ธุรกิจหลักคือ สถานีโทรทัศน์ และอสังหาริมทรัพย์

ก่อนหน้านี้คะแนนนิยมของ ฮิลลารี คลินตัน เป็นต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างมาก แต่หลังจากที่มีการเผยแพร่อีเมลพรรคเดโมแครตกว่า 19,000 ฉบับ เปิดโปงผู้นำพรรคเดโมแครตลำเอียงเข้าข้าง ฮิลลารี คลินตัน เพื่อสกัด เบอร์นี แซนเดอร์ส ไม่ให้เป็นตัวแทนพรรค คะแนนนิยมของ ทรัมป์ ก็ตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ

ผมถามเพื่อนคนไทยในสหรัฐฯว่าจะเลือกใคร แปลกที่เขาตอบว่า เลือกทรัมป์

สำนักข่าว ซีเอ็นบีซี ได้สำรวจความคิดเห็นของ นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน นักเศรษฐศาสตร์ ใน ตลาดหุ้นวอลสตรีท สัปดาห์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ร้อยละ 52 เชื่อว่าคลินตันจะชนะ ลดลงมากจากการสำรวจครั้งก่อนที่เชื่อว่า คลินตันจะชนะสูงถึงร้อยละ 80 แต่ก็ยังสูงกว่า ทรัมป์ ที่ชาววอลสตรีทเชื่อว่าจะชนะเพียงร้อยละ 26

แต่ผลสำรวจ รอยเตอร์ส กลับตรงกันข้าม โดนัลด์ ทรัมป์ พลิกนำฮิลลารี คลินตัน เป็น ร้อยละ 39 ต่อ 37 ขณะที่ ร้อยละ 24 ระบุว่า จะไม่เลือกทั้งสองคน

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งให้การสนับสนุน ฮิลลารี คลินตัน แถลงว่า เอฟบีไอ กำลังสอบสวนที่มาของอีเมลหลุดกว่า 19,000 ฉบับ โอบามา บอกว่า ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นฝีมือรัสเซีย สิ่งที่เรารู้แน่ๆ คือ แฮกเกอร์รัสเซียเจาะระบบของเรา

ประธานาธิบดีโอบามา ให้สัมภาษณ์ เอบีซีนิวส์ ด้วยว่า “เรื่องการปล่อยอีเมลนั้น ผมคงพูดตรงๆไม่ได้ แต่ที่ผมรู้ก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยออกมากล่าวชื่นชม วลาดิเมียร์ ปูติน อยู่บ่อยๆ ผมเชื่อว่า รัสเซีย ก็คงจะอวย ทรัมป์ เต็มที่เหมือนกัน”

การเมืองอเมริกันวันนี้ชักจะยุ่งเหยิงเหมือนการเมืองไทยเข้าไปทุกที

ไปดู นโยบายซ้ายขวา ของ ฮิลลารี คลินตัน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ กันเสียหน่อยนะครับ

ด้านเศรษฐกิจ ฮิลลารี คลินตัน จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 7.25 เหรียญต่อชั่วโมง เป็น 12 เหรียญต่อชั่วโมง จะไม่ปล่อยให้นักธุรกิจมหาเศรษฐีเสียภาษีต่ำกว่าเลขานุการอีกต่อไป จะทุ่มงบ 275,000 ล้านดอลลาร์ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตรงข้ามไม่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะเอานักธุรกิจจากวอลสตรีทมาบริหารเศรษฐกิจจะลดภาษีให้กับชนชั้นกลาง ฯลฯ แต่ทั้งคู่ไม่เอาข้อตกลงการค้าเสรี TPP ของโอบามา

นโยบายต่างประเทศ คลินตัน ถือเป็น สายเหยี่ยว ชอบใช้กำลังทหารมากกว่าการทูตและสนับสนุนอิสราเอลเต็มที่ ส่วน ทรัมป์ ประกาศใช้นโยบาย America First อเมริกาต้องมาก่อน สองคนนี้ไม่ว่าใครเป็นผู้นำ โลกคงร้อนระอุขึ้นแน่ๆ ถ้าเป็น ทรัมป์ หลายคนบอกว่า พังทั้งสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลก

ก็เอามาให้อ่านกันเป็นน้ำจิ้มครับ สองคนนี้ใครชนะโลกเบี้ยวก็วุ่นวาย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

29 ก.ค. 2559 10:33 ไทยรัฐ