วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยื่นสอบจริยธรรม นพ.เปรมศักดิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก จวกนักข่าวยับ

เสนอผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบพฤติกรรม “หมอเปรม” ที่ฝ่าฝืนทั้งกฎหมายอาญาและขัดต่อจริยธรรมข้าราชการการเมืองท้องถิ่น ทั้งเรื่องแต่งงานกับเด็ก ม.5 และสั่งถอดกางเกงนักข่าว ขณะที่หมอคนดังแฉในเฟซบุ๊กโต้สื่ออ้างที่ผ่านมาอดทนกับสื่อมาตลอด แต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวยืนยันจะปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองพร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปสื่อ เผยไม่แคร์ที่ สนช.ระงับการมอบรางวัล “คนจิตอาสาตามรอยพ่อของ แผ่นดิน” ส่วนเรื่องคดีสอบปากคำพยานฝ่ายหมอ 2 คน

จากเรื่องราวของรูปช็อตเด็ดผ่านโลกโซเชียล “แต่งสาว ม.5” ของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายก– เทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น บานปลายกลายเป็นชนวนเหตุให้ นพ.เปรมศักดิ์ไม่พอใจที่สื่อนำเสนอข่าวถึงขั้นสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่จับตัวนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ นสพ.เดลินิวส์ ประจำ จ.ขอนแก่น แก้ผ้าในห้องทำงานขณะเดินทางไปสัมภาษณ์อดีต ส.ส.คนดังที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่กับกลุ่มผู้สื่อข่าวอีกหลายสำนักกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของอดีต ส.ส.ว่าเหมาะสมหรือไม่กับตำแหน่งนายกเทศมนตรีและอดีต ส.ส.

ภายหลังนายก่อสิทธิ์เข้าแจ้งความ สภ.บ้านไผ่ เพื่อดำเนินคดีกับ นพ.เปรมศักดิ์ ข้อหาข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว คุกคามเสรีภาพในร่างกาย โดยมีนักข่าว 4 คนแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและร่วมเป็นพยาน ขณะเดียวกัน นพ.เปรมศักดิ์ได้เข้าแจ้งความเช่นกันโดยกล่าวหาว่าสื่อมวลชนกลุ่มดังกล่าวบุกรุกห้องทำงานและหน่วงเหนี่ยวบีบคั้นกดดันเพื่อขอข่าวที่ไม่มีสาระประโยชน์ต่อสาธารณชนนั้น

ต่อมาสายวันที่ 28 ก.ค. พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ หลังการประชุม พ.ต.อ.วิทยาเปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อกำหนดประเด็นในการสอบปากคำพยาน และเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เชิญพยานฝ่ายผู้เสียหายคือนายก่อสิทธิ์มาสอบปากคำและชี้จุดที่เกิดเหตุภายในห้องทำงานนายก– เทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ สำหรับลูกน้องหมอเปรม 4-5 คนที่เป็นผู้ล็อกตัว นายก่อสิทธิ์ยังไม่เรียกสอบในฐานะผู้ต้องหา เนื่องจากนายก่อสิทธิ์แจ้งความเอาผิดเฉพาะหมอเปรมศักดิ์เพียงคนเดียว แต่หากผลการสอบสวนพบว่ามีเจตนาที่ร่วมกันก่อเหตุสามารถเอาผิดได้เช่นกัน

จากนั้นเวลา 13.30 น. นายบัวทอง โลขันธ์ เลขานุการ นพ.เปรมศักดิ์และผู้อยู่ในเหตุการณ์อีก 1 คนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยานของ นพ.เปรมศักดิ์ โดยมี พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ พ.ต.ท.ชัชพงษ์ พงษ์สุวรรณ รอง ผกก. (สอบสวน) ร่วมกันสอบปากคำ หลังสอบสวนเสร็จ นายบัวทองกล่าวว่า ให้ปากคำในฐานะพยานขอยันยืนว่าไม่มีเหตุการณ์จับนักข่าวถอดกางเกงตามที่เป็นข่าว ตนเป็นลูกผู้ชายพูดแต่ความจริง ส่วนรายละเอียดต่างๆให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไว้หมดแล้ว

ต่อมา พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ และพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น แต่พนักงานสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยผลการสอบปากคำได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี ส่วน นพ.เปรมศักดิ์ พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวมาสอบสวนรายต่อไป

กลุ่มผู้ปกครองและตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่เข้ายื่นหนังสื่อต่อนายวทัญญู ภูชาดา ผอ.โรงเรียนบ้านไผ่เพื่อให้พิจารณาปลด นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ออกจากประธานกรรมการศึกษาโรงเรียน โดยตัวแทนของผู้ปกครองและศิษย์เก่าโรงเรียนบ้าน–ไผ่ ได้รับทราบข่าวสารจากสื่อมวลชนทางช่องต่างๆ ว่า นพ.เปรมศักดิ์มีภาพสมรสกับเด็ก ม.5 และสั่งให้ถอดกางเกงนักข่าวจึงเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมจึงอยากโรงเรียนพักหน้าที่หรือสั่งระงับบทบาทของการเป็นประธานกรรมการศึกษาโรงเรียนของ นพ.เปรมศักดิ์ ซึ่งนายวทัญญูรับเรื่องไว้เพื่อเสนอไปที่สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25 ดำเนินการต่อไป

ขณะเดียวกัน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายก– เทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ” ถึงเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นว่า “ผมคุกคามสื่อหรือสื่อคุกคามผม” ตนเป็นนักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะมายาวนาน รู้ดีว่าต้องมีสัมพันธไมตรีและปฏิสัมพันธ์กับสื่ออย่างไร ต้องวางระยะใกล้ ระยะห่างอย่างใดจึงจะเหมาะสมและเคารพในการทำงานของสื่อมวลชนมาตลอด ในฐานะเป็นแหล่งข่าวและสื่อนั้นต้องการนำเสนอข่าว ตนกับพี่น้องสื่อสารมวลชนดำรงความสัมพันธ์กันมาแบบนี้ หนักนิดเบาหน่อยต้องทนกันไป ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดแล้วเป็นตนที่ต้องอดทน หลายครั้ง บางทีก็หวานอมขมกลืนแต่มาล่าสุดนี่สุดจะทนจริงๆ

“สื่อเล่นงานผม หนล่าสุดนี่ ไม่ต่างไปจากการจับผมแก้ผ้าประจานให้อับอายต่อหน้าธารกำนัล ดังนั้นต่อมาเมื่อสื่อคณะหนึ่งบุกรุกเข้ามาพบผมในห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ก็อยากขอเรียนให้ทราบว่า ในฐานะรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับสื่อทุกท่านที่มาหาผมในวันนั้น ผมก็อดที่จะรู้สึกอยากขออุทธรณ์วิงวอนไม่ได้เลยว่า ทุกท่านก็รู้จักกับผมเป็นอย่างดี ไปมาหาสู่สะดวกทุกช่องทาง ก่อนนำเสนอข่าวเผยแพร่ไปในทางที่เกิดความเสียหายแก่ผม ทำไมจึงไม่มาสอบถามข้อเท็จจริงเสียก่อน แล้วค่อยไปเผยแพร่ให้ครบถ้วนทุกด้านจึงจะได้ชื่อว่าสื่อได้กระทำตามอาชีวปฏิญาณ”

“แต่นี่กลับกลายเป็นว่าสื่อมวลชนไปเห็นภาพจากไหนไม่ทราบ ก็ได้นำเสนอภาพและข่าวในทางเสียหายให้กับผมไปก่อนแล้ว จากนั้นจึงค่อยมาตามหาตัว ให้ผมไปแก้ข่าวในภายหลัง กระทำเสมือนให้ผมตกเป็นจำเลยสังคมเสียก่อน แล้วก็ตามมาสอบสวนกดดันรีดเค้น เสมือนว่าเพื่อหวังประจานผม เป็นเรื่องไร้แก่นสารไม่มีสารประโยชน์อันใดต่อสาธารณชนเลย บุคคลสาธารณะในแวดวงต่างๆ ตลอดจนประชาชนพลเมืองโดยทั่วไปก็ตกอยู่ในสภาพเป็นเบี้ยล่างของสื่อมาตลอด เพราะท่านมีปากกาในมือ มีสื่อทุกแขนง ทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์”

“ในขณะที่เราไม่มีอะไรจะไปสู้รบปรบมือกับท่านได้ ท่านจึงกลายเป็นอภิสิทธิ์ชน จะกระทำการสิ่งใดก็ได้ตามอำเภอใจของท่าน เพราะท่านรู้ว่ามีแต่คนยอม มีหลังๆมานี้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมขึ้นมาคนหนึ่งก็ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประชาชนคนไทยผมจะไม่ยอมทนอีกซักรายก็จะเป็นไปไร” นอกจากนี้ นพ.เปรมศักดิ์ยังกล่าวตำหนิสื่ออีกหลายประเด็นและยืนยันที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองอ้างเป็นเบี้ยล่างของสื่อและบอกด้วยว่าหมดเวลาที่จะหงอใต้อำนาจอธรรมของสื่อและได้เวลานับหนึ่งในการปฏิรูปสื่อแล้ว

ต่อมาที่ บช.ศ. นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ เปิดเผยอีกครั้งขณะมาอบรมหลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่ 3 ว่า ไม่ขอให้ข้อมูลข้างถนนหรือตามอำเภอใจที่นักข่าวอยากได้ เพราะมีเวลาน้อยในการทำงานในแต่ละวัน ต้องทุ่มเทให้กับประชาชนยังมีหลายเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่เทศบาลบ้านไผ่ ต้องประสานงานกับทางส่วนกลาง ตนขอให้ข้อมูลและต่อสู้ตามกระบวนการเท่านั้นคือ ถ้าหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือจังหวัด ติดต่อมาตนพร้อมที่จะให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีหน่วยงานใดติดต่อมาเพื่อให้ปากคำ ส่วนเรื่องการยกเลิกการมอบรางวัลคนจิตอาสาตามรอยพ่อของแผ่นดินนั้น ตนไม่เดือดร้อนอะไรเพราะถือว่าได้รับเกียรติแล้ว ไม่ได้รางวัลก็ไม่มีปัญหา

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้นายธาวิน อินทร์จำนง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระที่เข้าข่ายฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญาและฝ่าฝืนหรือขัดต่อจริยธรรมข้าราชการการเมืองท้องถิ่นฝ่ายบริหารอย่างร้ายแรง ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้สื่อข่าวทั้งยังหมั้นหรือแต่งงานกับเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งยังศึกษาอยู่ในโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ชั้น ม.5 ทั้งที่เป็นผู้บริหารเทศบาลเมืองดังกล่าวถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของโรงเรียนดังกล่าวด้วย

ด้านนายธาวินกล่าวหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า เรื่องนี้ถือว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯสามารถตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ในเรื่องจริยธรรมซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือการหมั้นกับเยาวชนและการกระทำต่อผู้สื่อข่าว เพราะ นพ.เปรมศักดิ์ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรวมทั้งอาจให้ ผวจ.ขอนแก่นในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วย ส่วนที่ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นคนละส่วนกัน ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ผวจ.ขอนแก่น ตั้งกรรมการสอบสวน นพ.เปรมศักดิ์ว่า กระทรวงมหาดไทยยังไม่รายงานมาต้องให้กระทรวง มหาดไทยว่ากันไปเอง

เสนอผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบพฤติกรรม “หมอเปรม” ที่ฝ่าฝืนทั้งกฎหมายอาญาและขัดต่อจริยธรรมข้าราชการการเมืองท้องถิ่น ทั้งเรื่องแต่งงานกับเด็ก ม.5 และสั่งถอดกางเกงนักข่าว ขณะที่หมอคนดังแฉในเฟซบุ๊กโต้สื่อ 29 ก.ค. 2559 05:31 ไทยรัฐ