วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถ้าไม่ผ่านผลประชามติ ร่างใหม่!

‘บิ๊กตู่’ยืนยันชัด แกนพท.-นปช. วืดเยี่ยมทัศนีย์

“บิ๊กตู่” ยักไหล่ไม่ยี่หระ นักการเมืองรุมสกรัมไม่ รับร่าง รธน.เชื่อประชาชนไม่คล้อยตาม ย้ำประชามติไม่ผ่านก็ยกร่างใหม่ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น “บิ๊กป้อม” เชื่อสาวก ปชป.ไม่ได้คิดแบบ “อภิสิทธิ์” ทั้งหมด “วิษณุ” โต้ “มาร์ค” ปมให้มีอุทธรณ์ในศาลการเมือง ยึดหลักสากลคิดถึงสิทธิมนุษยชน ส่งผลดีต่อการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรธ.เต้นผางออกโรงเคลียร์ทุกประเด็น พร้อมย้ำความจำเป็น ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน “สมชัย” ฟันธงเปรี้ยง ประชามติเดือดชิงธงนำระหว่างฝ่ายการเมือง-ทหาร ใครแพ้ก็พัง “ชวน” หนุน “มาร์ค”เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจอ่านร่าง รธน.แตกฉานก่อนประกาศจุดยืน ลูกหาบเตรียมจัดแถวเดินตามหัวหน้าพรรค ส่วน กปปส.ขอแยกกันเดินอย่างไว้ไมตรี กรณีจับแก๊งป่วนประชามติ “ประวิตร” ปัดจ้องราวีเครือข่ายพรรคเพื่อไทย แกนนำ พท.-นปช. ตบเท้าขอเยี่ยม “หนูกุ้ง-ทัศนีย์” กับพวก แต่วืดยังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาแน่นต่อการแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งผลให้ยากต่อการคาดเดามากขึ้นไปอีกว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. จะผ่านหรือไม่ ล่าสุดผู้มีอำนาจในรัฐบาลและ คสช.ยังเชื่อว่าความเห็นของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ทำให้คนในพรรค รวมทั้งสมาชิกต้องคล้อยตาม

“บิ๊กตู่” ย้ำประชามติแป้กยกร่างใหม่

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักการเมืองออกมาแถลงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ต้องเตรียมแผนอะไร หากประชามติไม่ผ่านก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เลือกตั้งได้ ส่วนกลไกจะดำเนินการก็ว่ามา แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เองก็เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งหลายคนก็ออกมาแถลง โดยบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวก็เป็นของส่วนตัวไป ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ตนก็ให้ทุกคนพูด และพูดอะไรก็ได้แบบนี้เรียกว่าเปิดเวทีหรือยัง เปิดแล้วยังมาบอกว่าตนไม่ได้เปิด ถ้าไม่เปิดก็จับหมดไปแล้ว ไม่ต้องไปอนุญาตก็ทำกันอยู่แล้ว วันหลังสื่อลองไปตามดูนักการเมือง ไปเจอกันที่ไหนบ้าง แล้วถามว่าประชุมกันหรือเปล่า ไม่ไปที่พรรคแต่ไปที่อื่นหรือเปล่าต้องไปถาม

ไม่เชื่อนักการเมืองชักจูงคนได้

“ผมยืนยันง่ายๆแค่นี้จะไปยากตรงไหน ไม่ต้องมีแผนอะไร เพราะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว การเลือกตั้งต้องมีรัฐธรรมนูญมาก่อน และก็ยังไม่ทำประชามติเลย ไปตีตนก่อนไข้อะไรนักหนา ถ้าไม่ดีก็ร่างใหม่ แต่จะร่างใหม่อย่างไรก็ว่ากันอีกที เข้าใจหรือยัง อย่าเอาทุกคนมาถาม ผมไม่ตอบ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่า นักการเมืองออกมาพูดว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลกับประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะก่อนตอบว่า “มันก็เรื่องของท่านแล้วคนพวกนี้มีกี่คน 20-30-10 แล้วคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งอายุ 18 ปีขึ้นไปมีกี่คน เกือบ 30 ล้านคน ประชาชนจะให้เขานำผิดนำถูกก็แล้วแต่ ประชาชนเป็นคนเลือกต้องเรียนรู้ เอาอย่างนี้ผมพูดอะไรไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นล็อกนู่นนี่อีก ขอให้ไปดูว่าก่อน 22 พ.ค.2557 มันมีอะไรอยู่ แล้วจะต้องการให้เกิดขึ้นในเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ไปคิดเอา นั่นล่ะคือคำตอบของผม”

“บิ๊กป้อม” ชี้สาวก ปชป.ไม่ตาม “มาร์ค”

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีหลายกลุ่มแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่มีหลายกลุ่ม เท่าที่ ทราบเป็นเรื่องส่วนตัว จะเหมารวมเป็นเรื่องของกลุ่ม และพรรคพวกไม่ได้ รวมทั้งจะไปแนะนำบุคคลอื่นให้คิดคล้อยตามตนเองก็ไม่ได้เช่นกัน การแสดงจุดยืนของนายอภิสิทธิ์เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวไม่ใช่ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่มองว่าคนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อาจเห็นคล้อยตามแนวคิดนายอภิสิทธิ์นั้น ตนคิดว่าจะมีคนรักพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่ได้คิดแบบนายอภิสิทธิ์ทั้งหมด เพราะเรื่องเหล่านี้ไปบังคับใครไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเพราะอยากให้ คสช.อยู่ต่อ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้มองได้หลายแบบ และมีหลายคนคิดแบบนี้ แต่บางคนอยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว อย่างไรก็ตาม ประชาชนอยากได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ส่วนจะดีหรือไม่ดี ช่วงนี้อยู่ในระยะ เปลี่ยนผ่านคงจำเป็นต้องใช้บทเฉพาะกาล 5 ปี เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบ เป็นไปตามที่นายกฯวางรากฐานไว้

“วิษณุ” โต้ “ มาร์ค” ชี้ข้อดีให้มีอุทธรณ์

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะมีการเปิดช่องให้อุทธรณ์คดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จะเป็นประโยชน์ต่อคดีจำนำข้าวว่า เรื่องคดีจำนำข้าวไม่ขอให้ความเห็น แต่การให้อุทธรณ์ได้นั้น ผู้ร่างอธิบายไว้แต่ต้นว่าการเปิดโอกาสให้พิจารณาคดีสองศาล เป็นไปตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชนแห่งสห– ประชาชาติ ส่วนจะมีผลถึงคดีก่อนหน้านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกฎหมายลูก เพราะตามรัฐธรรมนูญเดิมการจะอุทธรณ์คดี ต้องมีหลักฐานใหม่ โดยให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะรับหรือไม่ก็ได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่เรามีปัญหาเกี่ยวกับการพิจารณาโดยศาลชั้นเดียว คือกรณีจำเลยหลบหนีไปต่างประเทศ เมื่อขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เขาตอบกลับมาว่าการพิจารณาโดยศาลชั้นเดียวไม่มีหลักประกัน และไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน จึงไม่ยอมส่งตัวให้ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์เสนอให้นายกฯร่างรัฐธรรมนูญใหม่เองหากประชามติไม่ผ่านนั้น เท่าที่ฟังนายอภิสิทธิ์คงไม่ได้ต้องการให้นายกฯร่างเอง คงต้องการให้เป็นผู้รับผิดชอบมากกว่าการร่างที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาไม่ได้เป็นถึงขั้นนั้น นายกฯขออะไรไปยังผู้ร่างก็ไม่ได้รับการตอบสนองตั้งหลายข้อ

“สมคิด” ยัน “บิ๊กตู่” ไม่สืบทอดอำนาจ

ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างเมกะ–โปรเจกต์ขับเคลื่อนประเทศ ครบรอบ 63 ปี สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงในเมืองไทยไม่ใช่แบบตุรกี อย่าซี้ซั้วพูด คนพูดควรมีสติและรับผิดชอบให้มากกว่านี้ วันนี้นายกฯทำงานหนัก และไม่เคยเห็น พล.อ.ประยุทธ์แสดงให้เห็นว่าจะสืบทอดอำนาจ คนที่มาจากทหารไม่คุ้นเคยการถูกเสียดสีทางการเมือง การดิสเครดิต เลยเครียด โกรธ โมโหบ้าง ต้องให้อภัย ลองไล่ย้อนกลับไป 5 ปี กับที่รัฐบาลทำ 10 เดือนที่ผ่านมามีอะไรออกมาบ้าง ที่ยึดหลักการช่วยประชาชนไม่ทำให้เขาเสียนิสัย ไม่ใช่ช่วยเพื่อจับจองเสียงในการเลือกตั้ง อย่างนั้นเรียกว่าประชานิยม ล่อลวงเอาเสียง วันที่ 7 ส.ค. รัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ใช่ไปคิดแล้วจะแตกหัก แล้วประเทศอยู่ไม่ได้ อยากให้ใช้สติ ขอบ้านเมืองมาก่อน

กรธ.เต้นผางโต้ “มาร์ค” ทุกประเด็น

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงของ สนช. พร้อมให้เหตุผล 3 ข้อ ว่า ช่วงใกล้ถึงเวลาออกเสียงประชามติ กรธ.ต้องชี้แจง โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์และความคิดเห็นจากฝ่ายการเมือง ที่แสดงความเห็นที่ไม่ตรงกับความถูกต้อง ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญลดทอนสิทธิและเสรีภาพ ยืนยันว่า สิทธิการรักษาพยาบาล เบี้ยยังชีพคนชรา และสิทธิการศึกษายังคงอยู่เช่นเดิม แม้จะมีรายละเอียดแตกต่างไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ปี 40 และ 50 ก็ไม่เคยบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้บังคับโดยตรงเช่นกัน ส่วนที่บอกว่ารัฐธรรมนูญไม่มีประสิทธิภาพ ในการปราบโกง ยืนยันว่าการปราบโกงเป็นนโยบายที่ชัดเจนของ กรธ. โดยเฉพาะการทุจริตจากการใช้อำนาจรัฐ และการ กลั่นกรองคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหลักการเหล่านี้อย่างชัดเจน

มีแนวทางอุทธรณ์เพื่อสิทธิมนุษยชน

นายอุดมกล่าวว่า ส่วนที่ กรธ.เปิดช่องให้จำเลยสามารถอุทธรณ์ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นั้น เราเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามหลักสิทธิมนุษยชน ศาลยุติธรรมก็เห็นชอบแนวทางนี้ ไม่ใช่เป็นช่องโหว่หรือช่วยเหลือกลุ่มการเมืองใด อีกทั้งกระบวนการเหล่านี้ของศาล ฎีกาฯยังครอบคลุมไปถึงการตรวจสอบองค์กรอิสระอีกด้วย สำหรับกรณีที่จะตรวจสอบการทุจริตคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า หากกรรมการ ป.ป.ช.ถูกตรวจสอบเรื่องทุจริตหรือจริยธรรม จะเป็นกระบวน การที่เปิดเผย ไม่ปิดลับ หากเป็นห่วงว่าประธานรัฐสภาจะช่วยเหลือกรรมการ ป.ป.ช. ตัวประธานรัฐสภาก็ต้องระวังถูกผู้ที่พบเห็นและร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยเช่นกัน

ส.ว.สรรหาจำเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน

โฆษก กรธ.กล่าวอีกว่า ทิศทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งในข้อเท็จจริงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทิศทางการปฏิรูปกำหนดไว้ รวมทั้งยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนที่กำหนดให้ ส.ว.มาควบคุมการปฏิรูป อาจมีการวิจารณ์ว่า ส.ว.ที่เข้ามาไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะมาจากการแต่งตั้ง กรธ.ยืนยันว่าเป็นเพียงระยะเปลี่ยนผ่าน และเข้ามาปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง แตกต่างจาก คปป. ที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากในสังคม อีกทั้งก็ไม่เห็นด้วยว่า ส.ว.สรรหาจะเพิ่มความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้น เพราะในทางการเมืองในเรื่องความขัดแย้งหรือการเห็นต่างถือเป็นเรื่องธรรมดาของระบบประชาธิปไตย การสรรหา ส.ว. 250 คน ก็ต้องเปิดเผย ไม่ได้แอบทำและยังมี ส.ส.500 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การเมืองอย่ามองแค่คณิตศาสตร์แต่ต้องมองที่ประโยชน์ของประชาชนด้วย ทั้งนี้เราไม่กังวลใจที่นายอภิสิทธิ์ออกมาชี้นำเช่นนี้ ใครจะคิดอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละคน

“สมชัย” ชี้การเมืองเดือดหลังประชามติ

เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค สำนักงานงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการออกเสียงประชามติ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า วันนี้ ประชามติถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ดุเดือด รุนแรงและตื่นเต้น ประชามติรับหรือไม่รับ กลายเป็นคนสองซีกในสังคม ซีกหนึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค รวมทั้ง นปช. นักวิชาการและเอ็นจีโอกลุ่มหนึ่งอีกซีกหนึ่ง กปปส. กลุ่มนิยมลุงตู่และรัฐบาล ถ้าผลออกมาว่ารับ นั่นคือการพิสูจน์ความชอบธรรมของรัฐบาลทหาร แม้สองพรรคใหญ่จะรวมตัวกันหนักแน่นขนาดไหนก็ยังไม่ชนะ ย่อมมีผลกระทบทางการเมืองสูงมาก ถ้าผลออกมาไม่รับคือรัฐบาลทหารหมดความชอบธรรม ดังนั้นประชามติจะจบลงด้วยการเดินเรื่องทางการเมือง ฝ่ายใดเข้มแข็งจะได้เปรียบทางการเมืองในอนาคต ถ้าผลออกมาชนะเกินล้าน กกต.เก็บของไปปิกนิกได้ไปพักร้อนได้ แต่ถ้าไม่ถึงล้านก็ต้องรอฟังผลเป็นทางการในอีก 3 วัน

เฉยๆมาร์คแสดงจุดยืนไม่รับร่าง

นายสมชัยกล่าวอีกว่า การลงประชามติของประชาชนอยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ วันนี้มีแพะสองตัว ตัวหนึ่งคือ กกต. ตัวที่สองคือ กรธ. โดยเฉพาะกรณีการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญที่วิจารณ์ว่าไม่ครบทุกบ้าน คำถามคือแจกครบทุกบ้านประชาชนจะรู้เรื่องมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งในปี 2550 แจกครบทุกบ้าน แต่เกิดวาทกรรมว่า “แจกให้ไปรองขาตู้กับข้าว” ซึ่งเชื่อว่าการแจกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจเพียงพอ และยังไปสร้างให้ประชาชนเชื่อไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความเห็นส่วนตัวว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นหรือจุดยืน ไม่เห็นว่าเป็นปัญหาอะไร และไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น

ปชป.อวยพร 78 ปี “นายหัวชวน”

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ บรรดาแกนนำพรรค สมาชิกพรรค ต่างทยอยเดินทางเข้าอวยพรนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 78 ปี นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค โดยนายชวนได้กล่าวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่มาร่วมอวยพรตอนหนึ่งว่า วันนี้ไม่ขอพูดเรื่องการเมือง แต่จะเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ตนประสบมาเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน ที่มีทุกวันนี้เพราะเป็นหนี้บุญคุณประชาชน ไม่มีหนี้บุญคุณใดที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าคนที่เลือกเราเป็น ส.ส. มาถึงวัยนี้ มีสิ่งใดที่สามารถตอบแทนประชาชนได้ต้องรีบทำ แม้วันนี้ไม่ได้อยู่ในสภา เราก็ทำหน้าที่ได้ช่วยเป็นปากเสียงให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น เราถูกกลั่นแกล้งในยุครัฐบาลนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ให้งบปรับปรุงถนนสายใต้นานนับสิบปี ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะที่อาสามาทำงานการเมือง

เชื่อ “อภิสิทธิ์” ตีบทแตกร่าง รธน.

นายชวนกล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ หลังประกาศแนวคิดไม่รับร่างธรรมนูญ เชื่อว่าหัวหน้าพรรคอ่านรอบคอบแน่ ทำให้รู้จุดอ่อนจุดแข็งว่ามาตราไหนเป็นอย่างไร ออกกฎหมายเอื้อคนผิดอย่างไร และบังคับใช้ระบอบรัฐสภาไม่มีประสิทธิภาพอย่างไร พรรคเราต้องเป็นหลักให้บ้านเมือง ต้องยึดหลักความถูกต้อง ไม่โกงเพื่อชัยชนะ แพ้ก็คือแพ้ ไม่มีสิ่งใดดีเท่ากับพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่าบ้านเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดี ต้องส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง หากผู้แทนเลวหมดก็ไม่ควรมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เมื่อมีใครให้ร้ายระบบการเลือกตั้งก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ โดยไม่ต้องไปทะเลาะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยปกป้องสถาบันการเมือง เราไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีอะไรทำ แต่เลือกที่จะมาทำงานในเส้นทางนี้ การที่ประชาชนมีความคิดเห็นไม่ตรงกับเราเป็นเรื่องธรรมดา ขอให้ทำความเข้าใจ และอดทนทำงานให้หนัก

7 ปชป.โพสต์หนุนจุดยืน “มาร์ค”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลร่างรัฐธรรมนูญไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาประเทศและยึดหลักการพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาชาติ ปรากฏว่าวันนี้มีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนจุดยืนและประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตามนายอภิสิทธิ์ คือ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นางรัชฎาพรณ์ แก้วสนิท นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน นางอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โดยให้เหตุผลเดียวกับนายอภิสิทธิ์ ทั้งประเด็นการลดเงื่อนไขให้อุทธรณ์คดีทุจริตของนักการเมืองทำง่ายขึ้น รวมถึงสิทธิเสรีภาพที่อ่อนแอลง และการให้น้ำหนักบทบาท ส.ว.จากการคัดเลือก

จัดแถว ปชป.เดินตามหัวหน้า

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าจบข่าวแล้ว ถึงทิศทางของพรรคที่ชัดเจน อดีต ส.ส.ของพรรคตกลงกันก่อนหน้านี้แล้วว่า หากหัวหน้าพรรคแถลงท่าทีอย่างไร ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามนั้น เปรียบเสมือนกองทัพต้องมีวินัย และยึดในอุดมการณ์ของพรรค คณะรัฐประหารจะกี่ชุดผ่านไปก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ดำรงอยู่มา 70 ปี ยังต้องเป็นหลักให้กับบ้านเมือง หากใครจะมาสวนหัวหน้าพรรคในเรื่องนี้ก็ควรพิจารณาตัวเอง เพราะธงนำของพรรคชัดเจนไม่มีกั๊ก

“พิเชษฐ” สุดภูมิใจในตัว “มาร์ค”

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่ประกาศอำลาการเมือง เมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 ได้หยุดพูดเรื่องการเมืองมาตลอด หายไปจากหน้าเฟซบุ๊ก เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องพูดถึงการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันน่าอัปยศขณะนี้ แต่สิ่งที่ค้างคาอยู่ในหัวใจคือ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตนเป็นคนแรกๆที่ออกมาคัดค้านรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งแต่ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จนมาถึงร่างชุดของ กรธ. สำหรับการประกาศจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ ทำให้ตนมีความสุขและภูมิใจตัวหัวหน้าพรรค

“ถาวร” เห็นต่างขอรับร่าง รธน.

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และรองประธานกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) หรือกลุ่ม กปปส.เดิม กล่าวว่า ตนต่อสู้เผด็จการรัฐสภามา 204 วัน จนมีคดีติดตัวรวม 20 คดี อุดมการณ์ประชาธิปไตยของแต่ละพรรคการเมืองต้องทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง อุดมการณ์ของประชาธิปัตย์เช่นกัน แต่มุมมอง ความเห็นต่างกันได้ ขณะนี้ไม่มีมติพรรค คนที่เห็นต่างจากหัวหน้าพรรคจึงถือว่าไม่ขัดมติพรรค และพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญโดยถี่ถ้วนแล้ว จึงประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ เพราะมั่นใจจะแก้ไขข้ออ้างความเป็นประชาธิปไตยในความหมายระบอบทักษิณได้ และที่เห็นต่างอีกคือหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ขอให้นายกฯตั้งสมัชชาประชาชนเพื่อร่วมร่างรัฐธรรมนูญใหม่

“บิ๊กป้อม” ปัดจ้องฟันเครือข่าย พท.

ส่วนการควบคุมตัวนักการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ที่มีข่าวพัวพันปั่นป่วนการทำประชามตินั้น วันเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ทหารควบคุมตัว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมพวก 6 คน ไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 ว่าต้องขึ้นศาลทหาร หรือไม่ว่า “แล้วเขาผิดอะไรที่ผ่านมามีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษใช่ไหมว่าเขาผิดมาตรา 116 ดังนั้นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ตอนนี้ใช้อำนาจ คสช.ควบคุมตัวก่อน 7 วัน โดยจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นคดีความ” เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่รัฐจ้องจัดการกับตระกูลดังใน จ.เชียงใหม่ หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่ใช่ ไม่ได้ไปจัด การใคร ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหาร ร่วมกันดำเนินการ ขอย้ำว่าทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่ากรณีนี้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ใครจะไปทราบว่ามีเหตุเกิดที่ จ.เชียงใหม่ ใครทำอะไร ถ้าจับได้ก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใครหรือจังหวัดใด

ผบ.ตร.ยังขยายผลต่อที่เชียงใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงโค้งสุดท้ายการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนได้สั่งการผู้บัญชาการทุกภาค ตั้งแต่ 1-9 ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ลงประชามติ ดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อความวุ่นวายแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จับตาทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุแต่อย่างใด เมื่อถามว่า ที่ จ.เชียงใหม่ จะขยายผลต่อหรือไม่ ผบ.ตร.ตอบว่า ต้องขยายผลแน่นอน และดำเนินการแล้ว ส่วนจะพบผู้กระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ เมื่อถามว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้นักการเมืองออกมาประกาศท่าทีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ตอบว่า ไม่กังวล หน้าที่ใครหน้าที่มัน หากมีสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมายทางตำรวจก็ดำเนินการ

มท.สั่งจัดชุดลาดตระเวนคุมพื้นที่

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้สนับสนุนการออกเสียงประชามติ โดยให้จังหวัด อำเภอดำเนินการดังนี้ 1.เพิ่มความเข้มข้น และความถี่ในการเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามเพิ่มเติมให้ประชาชนทุกครัวเรือนทราบ 2.แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความสงบเรียบร้อยจัดเวรยาม ออกตรวจลาดตระเวน สร้างเครือข่ายการข่าวในพื้นที่ และให้ใช้เครือข่ายของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นผู้ช่วยเหลือ หากพบการกระทำผิดให้ประสานกับศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด อำเภอทันที

สแกนกลุ่มป่วนบิดเบือนชี้นำ ปชช.

หนังสือระบุว่า 3.แจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปท. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยสังเกต เฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้า หรือกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณหน่วยออกเสียง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง บิดเบือนร่าง ชี้นำประชาชนและหากพบการกระทำผิดโดยมีพฤติการณ์น่าสงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายทันทีและ 4.การดำเนินการให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกกต.จังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ หากเกิดความไม่สงบขึ้นให้บูรณาการร่วมกัน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แกนนำ พท.แห่เยี่ยม–ซัดลิดรอนสิทธิ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 11 แกนนำเพื่อไทยประกอบด้วยนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา พร้อมทีมทนายความ เดินทางขอเข้าเยี่ยม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมผู้ต้องหาคนอื่นๆรวม 6 คน ที่ถูกควบคุมตัวฐานกระทำความผิดขัดคำสั่ง คสช. โดยนายจาตุรนต์ระบุว่า การควบคุมตัวครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจคุกคามประชาชน เพราะหากกระทำผิดจริง ก็ควรใช้กระบวนการกฎหมายตาม พ.ร.บ.ประชามติในการดำเนินคดี ไม่ใช่นำตัวขึ้นศาลทหาร และอ้างความผิด ว่ากระทบต่อความมั่นคงตามมาตรา 116 การดำเนินการของ คสช.ครั้งนี้ถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งอาจเกิดจากความกังวลของ คสช.ที่เกรงว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านการลงประชามติ จึงอยากเรียกร้องให้ คสช.ยุติการคุกคามประชาชน และเปิดให้ ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ผู้ต้องหามีสิทธิได้สู้คดี

ทนายจี้ถามข้อหา–ขอประกันตัว

นายจำนงค์ ไชยมงคล ทนายความของครอบครัวบูรณุปกรณ์ กล่าวว่า ต้องการรับทราบข้อหาที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ทัศนีย์ รวมถึงจะขอประกันตัวตามขั้นตอนการต่อสู้ เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งข้อหาที่ชัดเจนและไม่ทราบถึงเหตุผลของการควบคุมตัวในครั้งนี้ นอกจากนี้ น.ส.ทัศนีย์มีโรคประจำตัว ทั้งภาวะโรคเครียด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และโรคไทรอยด์ ที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดต่ำลงเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.มทบ.11 ไม่อนุญาตให้ทนายความ และแกนนำของพรรคเพื่อไทยเข้าเยี่ยม โดยทนายเตรียมทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการอีกครั้งส่งถึง ผบ. มทบ. 11 ในวันที่ 29 ก.ค.นี้

นปช.ชี้จุดชนวนคนแสดงพลัง

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมคณะ นำอาหาร และผลไม้ มาฝากให้ น.ส.ทัศนีย์ โดยประธาน นปช.ได้โทรศัพท์หา พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ที่ควบคุมตัวและสอบปากคำทั้ง 6 คน อยู่ใน มทบ.11 ปรากฏว่าได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับ น.ส.ทัศนีย์ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ พ.อ.บุรินทร์ เดินทางออกมารับของฝากของ นปช. เพื่อไปมอบให้ น.ส.ทัศนีย์ ด้วยตัวเอง นายจตุพรให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ทหารที่ควบคุมตัว น.ส.ทัศนีย์ ได้เร่งส่งสำนวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี เพื่อให้ทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และสามารถใช้สิทธิในการประกันตัว เนื่องจากไม่มีเจตนาหลบหนี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การขังคน 7-8 คนจะเป็นการเคาะประตูบ้านคนทั้งประเทศให้ตื่นขึ้น เพื่อออกมาแสดงความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ในวันที่ 7 ส.ค. ทราบว่าหน่วยงานการข่าว และความมั่นคงของรัฐ ได้ลงพื้นที่ประเมินผลการคะแนนประชามติออกมาแล้วว่า ตรงข้ามกับที่ผู้มีอำนาจต้องการ ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่ ขอให้รักษาความชอบธรรมเอาไว้ด้วยการงดเว้นการใช้อำนาจกับคนที่เห็นต่างตั้งแต่บัดนี้

คุมขวัญชัยสืบพยานก่อการร้าย

วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีแกนนำ นปช. ก่อการร้าย ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช.กับพวกแกนนำ นปช.ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-24 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถาน– การณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีร่วมชุมนุมต่อเนื่องตั้งวันที่ 28 ก.พ.-20 พ.ค.53 เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯขณะนั้น ยุบสภา นัดนี้โจทก์มีพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพยานที่เป็นแม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เข้าเบิกความ หลังเสร็จสิ้น ศาลนัดสืบพยานนัดต่อไปภายในปี 2560 เนื่องจากคู่ความว่างไม่ตรงกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นัดนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ในชุดนักโทษเด็ดขาด มาจากเรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี ร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย หลังนายขวัญชัยเคยหลบหนีไม่มาฟังแล้ว 1 นัด ทั้งนี้ภายหลังเข้ามอบตัว ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ ในคดีทำร้ายร่างกายกลุ่มพันธมิตรฯ โดยนายขวัญชัยถูกหิ้วลงจากรถห้องขังอย่างทุลักทุเล เพราะมีอาการบาดเจ็บที่ขาจากการถูกยิง

“พิชัย” อัดร่าง รธน.ทำแผนพัฒนาพัง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 กำหนดให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ทุกปี แต่จะเป็นไปไม่ได้เลยภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ เพราะต้องสร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศในเรื่องการลงทุนและการส่งออก แต่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ถูกประชาคมโลกทักท้วงอย่างมาก โดยไรฟิทช์ เรทติ้งส์ ก็ประกาศปรับลดอันดับของประเทศไทยแล้ว อีกทั้งหลายข้อในรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยก็จะทำได้ยากมากเช่นกัน การกระจายรายได้ก็จะล้มเหลว ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ประเทศพัฒนาตามแผนดังกล่าว จะล้มเหลวอย่างแน่นอน ทั้งนี้ สองปีที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช. บริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้ เพียง 0.7 และ 2.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“สุรพงษ์” แจ้งความเอาคืน กกต.

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล หมอกกลั่น สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. แจ้งความดำเนินคดีกรรมการ กกต. ทั้ง 5 คน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีกล่าวหาตนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหาเสียงเมื่อปี 2557 นายสุรพงษ์กล่าวว่า ได้นำหลักฐานเป็นจดหมายที่ กกต.ส่งมาระบุว่าตัวเองออกรายการสดที่สถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557 เวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ กกต. ประกาศห้ามหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง 1 วัน ทั้งนี้ตนได้เดินทางกลับเชียงใหม่เตรียมลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปออกรายการสดดังกล่าว และจากการตรวจสอบไปสถานีโทรทัศน์พบว่าทางรายการได้นำเทปเก่ามาออกอากาศใหม่อีกครั้ง สาเหตุที่ต้องมาแจ้งความ เพราะกรณีนี้ไม่ได้มีการสอบปากคำแต่อย่างใด แต่กลับลงความเห็นให้ตนมีความผิด

“บิ๊กป้อม” ฉุนเซ้าซี้ถามโผทหาร

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวอย่างมีอารมณ์ หลังผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อการโยกย้ายนายทหารประจำปี 60 ว่า “คุณยังไม่รู้เลยว่าวิธีการโยกย้ายของกลาโหมเป็นยังไง ถามเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย คุณเคยเข้าไหมสภากลาโหม รู้ไหมเขาโยกย้ายกันอย่างไร” เมื่อถามว่า ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เสร็จหรือไม่เสร็จ ตอบไม่ได้ ยังไม่รู้”

ต่อมาที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ยังไม่ได้ทำ ต้องประชุมบอร์ดคณะกรรมการปรับย้ายก่อน ทุกอย่างว่าตามเกณฑ์ ไม่ได้รักใครเป็นพิเศษ รักทุกคน สำหรับคนที่จะเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ยังมองไม่เห็น เมื่อถามว่า แคนดิเดต ผบ.ทบ.มี 2 คน พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ทราบ” เมื่อถามย้ำอีกว่า ผบ.ทบ.คนต่อไป คือ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก หรือไม่ รมว.กลาโหมตอบว่า ต้องไปถาม พล.อ.ธีรชัย นาค–วานิช ผบ.ทบ.เอง ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวสนับสนุนแคนดิเดต ผบ.ทบ.คนละคนกับนายกฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ทุกคนเป็นลูกน้องของนายกฯ ตนก็เช่นกัน และการแต่งตั้งโยกย้ายไม่จำเป็นต้องหารือกับนายกฯให้ตกผลึก พิจารณาคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ดูการทำงานในอดีตที่ผ่านมา

สนช.เปิดฟลอร์ถอดถอน “ประชา”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์พอจิต รองประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงเปิดสำนวนถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กรณีใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการองค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ สนช.พิจารณา ทั้งนี้ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงเปิดสำนวนว่า ในเดือน มิ.ย.55 มีการร้องเรียนนายธีธัช สุขสะอาด ผอ.องค์การตลาด (อต.) ขณะนั้น ตามความผิด พ.ร.บ.เสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 กรณีสมยอมราคา การปรับปรุงอาคารทรงไทย สำนักงานองค์การตลาด จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่ง อต.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสรุปผลสอบสวน นำเรื่องเข้าสู่ที่ ประชุมคณะกรรมการ อต. วันที่ 2 พ.ย.55 เพื่อพิจารณาเลิกจ้างนายธีธัช แต่ปรากฏว่า ในวันที่ 1 พ.ย.55 นายประชาโทรศัพท์ไปหารองประธาน อต. ขณะนั้น สั่งการให้ชะลอการประชุม อต.วันที่ 2 พ.ย.ออกไป ทำให้นายสำคัญ ธรรมรัต ประธาน อต.ขณะนั้น ต้องเลื่อนการประชุมออกไป แม้ต่อมานายสำคัญจะนัดประชุม อต. เพื่อพิจารณาลงโทษนายธีธัชอีกครั้งในวันที่ 12 พ.ย.55 แต่มีหนังสือลงนามจากนายประชาสั่งให้ชะลอการประชุมออกไปอีกจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ป.ป.ช.ชี้ใช้อำนาจก้าวก่ายบอร์ด อต.

น.ส.สุภากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อต. นัดประชุมครั้งที่ 3 วันที่ 15 พ.ย. 55 และมีมติปลดนายธีธัชออกจากตำแหน่ง ทำให้นายประชาโทรศัพท์ไปต่อว่านายสำคัญที่นัดประชุม โดยฝ่าฝืนคำสั่งของนายประชา ขณะเดียวกัน นายประชาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า คำสั่งเลิกจ้างนายธีธัชเป็นการประชุมโดยมิชอบ ไม่มีผลผูกพัน จากนั้นนาย ประชามีคำสั่งปลดคณะกรรมการ อต. 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการปลดนายธีธัช ซึ่ง ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์นายประชาเข้าข่ายก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานคณะกรรมการ อต. แม้จะเป็น รมช.มหาดไทยที่รับผิดชอบดูแลองค์การตลาด แต่มีอำนาจกำกับเฉพาะเรื่องนโยบาย ไม่สามารถก้าวก่ายการเลื่อนประชุม การพิจารณาลงโทษ ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการ อต.ได้ จึงเป็นการแทรกแซง อต. เข้าข่ายถูกถอดถอน ตามมาตรา 6 รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และมาตรา 64 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จึงส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการถอดถอน

“ประชา” โต้แหลกมีอำนาจทำได้

ขณะที่นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย แถลงคัดค้านว่า ป.ป.ช.เข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน เรื่องนี้มีความเห็นทางกฎหมายจากหลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันว่า ตนมีอำนาจบริหารจัดการหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ ซึ่งการสั่งการเลื่อนการประชุม อต. ไม่มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซง แต่ขอให้รอตนเข้าไปมอบนโยบายก่อน โดยทำหนังสือแจ้ง อต.ทราบอย่างเปิดเผย และเป็นทางการ เพราะเข้าใจโดยสุจริตว่า รมช.มหาดไทยมีอำนาจทำได้ ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า ความเป็น รมช.มหาดไทย สามารถใช้อำนาจหน้าที่ดังกล่าว และมีผลตามกฎหมายด้วย จึงไม่ใช่การก้าวก่ายตามที่กล่าวหา อีกทั้งไม่มีเหตุผลใดที่จะช่วยเหลือนายธีธัช ไม่ให้ถูกดำเนินการทางวินัยและอาญา เพราะกระบวนการดำเนินคดีนายธีธัชดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาของนายธีธัชตกไป และผลสอบทางวินัยนายธีธัชได้ข้อยุติว่า นายธีธัชไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนอำนาจการแต่งตั้งและถอดคณะกรรมการ อต.นั้น เป็นอำนาจของ ครม. การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทำเป็นประจำในทุกรัฐบาล ตนมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งใคร จึงขอความเป็นธรรมด้วย จากนั้นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม จำนวน 7 คน ก่อนนัดประชุมเพื่อให้คณะกรรมาธิการซักถามคู่กรณีอีกครั้ง ในวันที่ 11 ส.ค. เวลา 10.00 น.

“บิ๊กตู่” ยักไหล่ไม่ยี่หระ นักการเมืองรุมสกรัมไม่ รับร่าง รธน.เชื่อประชาชนไม่คล้อยตาม ย้ำประชามติไม่ผ่านก็ยกร่างใหม่ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น “บิ๊กป้อม” เชื่อสาวก ปชป.ไม่ได้คิดแบบ “อภิสิทธิ์” ทั้งหมด 29 ก.ค. 2559 05:28 29 ก.ค. 2559 05:29 ไทยรัฐ