วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าใหม่ เอาเหล้าปลอมใส่ขวดแท้ มีโทษหนัก!

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ฉบับปรับปรุงใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ (28 ก.ค.) เพิ่มโทษหนักผู้เอาสินค้าปลอมมาใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายการค้า ตะลึง! พบเหล้า น้ำมันเครื่อง แชมพูสระผม สินค้าปลอมยอดฮิต พร้อมให้จดทะเบียนเครื่องหมาย "เสียง" ได้แล้ว...

วันที่ 28 ก.ค.59 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2559 ได้มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ (28 ก.ค.59) โดยได้กำหนดบทลงโทษ สำหรับการนำหีบห่อ หรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้ มาใช้สำหรับสินค้าของตนเอง หรือบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถยอมความได้ ถือเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ให้ได้รับอันตรายจากการบริโภคสินค้าปลอม และคุ้มครองเจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ให้ถูกละเมิด จากเดิมที่การเอาผิด จะใช้กฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยอมความได้

สำหรับการเพิ่มโทษดังกล่าว เป็นเพราะในปัจจุบัน มักมีพ่อค้าหัวใสนำหีบห่อ หรือภาชนะสินค้าที่มีแบรนด์ มาบรรจุสินค้าปลอม ไม่มีมาตรฐาน และไม่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค โดยสินค้าที่พบการละเมิดลักษณะนี้มากที่สุด คือ เหล้า และไวน์แบรนด์ดัง เช่น แบล็ค เลเบิ้ล, เรด เลเบิ้ล และไวน์บิน 389 เป็นต้น โดยจะนำเหล้าวิสกี้นำเข้าราคาถูกขวดละ 100 กว่าบาทมาแต่งกลิ่นใหม่แล้วใส่ในขวดเหล้าแบรนด์ดัง หรือนำเอาเอทิลแอลกอฮอล์มาผสมแต่งสี แต่งกลิ่นใหม่ให้ใกล้เคียงกับเหล้าแบรนด์ดัง แล้วใส่ลงไปในขวดเหล้าแบรนด์ดังกล่าว หรือนำเอาไวน์บิน 2 มาใส่ในขวดไวน์บิน 389 ที่มีราคาแพงกว่า ซึ่งส่วนมากพบในสถานบันเทิงทั่วไป และมักจะนำมาเสิร์ฟเป็นขวดที่ 2 นอกจากนี้ ยังมีสินค้าน้ำมันเครื่อง แชมพูสระผม อีกด้วย

"ของปลอมเหล่านี้ มักไม่มีคุณภาพมาตรฐาน ราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์นั้นจริงๆ และหาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป หากผู้บริโภคพบเห็นการกระทำเช่นนี้ สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสายด่วนกรมฯ 1368"

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าว ยังได้ขยายการให้ความคุ้มครองไปยังเครื่องหมายเสียง เพื่อให้สามารถรับจดทะเบียนเสียงเป็นเครื่องหมายการค้าได้ เช่น เสียงดนตรีจากการขายไอศกรีม, เสียงเริ่มต้นรายการโทรทัศน์, เสียงเริ่มต้นรายการข่าว เป็นต้น พร้อมกันนั้น ยังลดขั้นตอนการวินิจฉัยอุทธรณ์จาก 90 วัน เหลือ 60 วัน และการปรับปรุงค่าธรรมเนียมท้าย พ.ร.บ. ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวทุกรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมคำคัดค้านเดิมฉบับละ 1,000 บาท เป็นฉบับละ 2,000 บาท รวมถึงเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกไทยในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่กรมฯ เพียงที่เดียวแต่ได้รับความคุ้มครองใน 97 ประเทศสมาชิก.