วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงินฝากดี๊ดีไม่ต้องเสียภาษี

คุณณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุม ครม. วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม ว่า ครม.เห็นชอบให้ “ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” แก่ “ผู้ฝากเงินประเภทสงเคราะห์ชีวิต” ไว้กับ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีระยะเวลาการฝาก 10 ปีขึ้นไป ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โดยรวมกับเงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแล้ว ให้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2559 นี้ทันที

การยกเว้นภาษีนี้ จะให้ในลักษณะเดียวกับ สิทธิประโยชน์ทางภาษีในกรณีประกันชีวิต เพื่อช่วย ส่งเสริมการออม เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองชีวิต

เรื่องนี้ กระทรวงการคลัง ได้รายงาน ครม.ว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความเห็นว่า การฝากเงินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตของเกษตรกรและครอบครัว ไม่ใช่การฝากเงินโดยทั่วไป แต่เป็นการฝากเงินเพื่อสงเคราะห์ชีวิต โดยมีข้อตกลงว่า จะจ่ายเงินทุนสงเคราะห์หรือเงินครบกำหนดสัญญา ก็ต่อเมื่อผู้ฝากเสียชีวิต หรือครบกำหนดสัญญา โดยแบ่งเป็น ประเภทบุคคล และ กลุ่มบุคคล

เงินฝากแบบนี้มีลักษณะเดียวกับ “การประกันชีวิต” เป็นผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตและออมทรัพย์ ประเภทออมทรัพย์ระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี ระยะเวลาการส่งเงิน 10 ปี ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ เมื่อครบกำหนดมีเงินคืนพร้อมเงินสมนาคุณ 8 เท่าของจำนวนเงินที่ส่งฝากรายเดือน ซึ่งเลือกฝากได้ตั้งแต่ 300-1,000 บาทต่อเดือน ล่าสุด ธ.ก.ส.มียอดรับฝากประมาณ 270,500 กรมธรรม์

มาตรการนี้จะช่วย ส่งเสริมให้เกษตรกรและครอบครัว มีการ “ออม” เพื่อเป็น หลักประกันในการคุ้มครองชีวิต ช่วยบรรเทาภาระภาษี และ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของเกษตรกรให้มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น

ผมอ่านแล้วก็ได้แต่ชื่นชม ธ.ก.ส. ที่คิดผลิตภัณฑ์เงินฝากนี้ขึ้นมา เป็นความคิดที่ดี๊ดี เป็นความคิดที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมและมนุษยธรรม ขอบคุณ กระทรวงการคลัง และ กระทรวงพาณิชย์ ที่ช่วยกันสนับสนุนมาตรการนี้ออกมา

ผมเข้าไปดูใน เว็บไซต์ ธ.ก.ส. ก็พบว่า ธ.ก.ส.เรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า “ธกส เพิ่มรัก 12/10 กรมธรรม์แบบออมทรัพย์รายบุคคล” เป็นกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์เพื่อการคุ้มครองชีวิตและออมทรัพย์แบบมีระยะเวลา มีระยะเวลาการฝาก 10 ปี คุ้มครอง 12 ปี เงินทุนสงเคราะห์สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย

มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นเกษตรกร หรือ ครอบครัวของเกษตรกร อายุ 20-60 ปีบริบูรณ์ มีสุขภาพแข็งแรง ร่างกายไม่มีส่วนใดพิการ จะเลือกฝากเป็น รายเดือน รายไตรมาส ราย 6 เดือน รายปี ก็ได้ สามารถเลือกฝากได้ตั้งแต่ 300-1,000 บาทต่อเดือน

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ กรณีมีชีวิตอยู่ เมื่อครบกำหนดจะได้รับเงิน 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ พร้อมเงินสมนาคุณ 8 เท่าของจำนวนเงินที่ส่งฝากรายเดือน กรณีเสียชีวิต จากการเจ็บป่วยรับ 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ จากอุบัติเหตุรับเพิ่ม 100% ของเงินทุนสงเคราะห์ กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ไม่ต้องส่งเงินฝาก แต่ยังได้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์เดิม กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุนอนโรงพยาบาล ชดเชยรายได้ไม่เกิน 30 วันต่อปี ตามจำนวนเงินที่ส่งฝากรายเดือน

เมืองไทยวันนี้ยังมี “คนจนเมือง” อีกมากมาย กระทรวงการคลัง กำลังเปิดให้ คนจนที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี ไปลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการรัฐ ผมคิดว่ามาตรการนี้ควรเผื่อแผ่ไปถึง “คนจนทุกคน” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย รู้จักการออมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่รอรับสวัสดิการจากรัฐบาลอย่างเดียว

โครงการดีๆอย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนครับ ดีกว่าเอาเงินภาษี 36,000 ล้านบาท ไป ซื้อเรือดำน้ำจีน ที่ยังไม่เคยใช้ ไม่รู้จะไปรบกับใครในอ่าวไทย ดีกว่าเอาเงินภาษี 180,000 ล้านบาท ไป สร้างรถไฟความเร็วสูงจีน เพื่อซื้อรถและเทคโนโลยีจากจีนโดยไม่ต้องประมูล ซึ่งไม่ได้ช่วยให้คนไทยที่ยากจนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

28 ก.ค. 2559 09:49