วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“อภิสิทธิ์” เห็นต่างไม่รับรัฐธรรมนูญ

หลังจากเก็บงำท่าทีมาระยะหนึ่งที่สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ (มีชัย) ด้วยการยึดจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคที่ถือปฏิบัติ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

เหตุผลโดยสรุปก็เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ตอบโจทย์ประเทศ แก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ หนำซํ้ายังจะทำให้ความขัดแย้ง เพิ่มมากขึ้น ปราบโกงไม่ได้ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน แก้ปัญหาความยากจนของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้

ที่เห็นต่างอย่างนี้ไม่ใช่เรื่อง “นามธรรม” แต่อย่างใด

พร้อมยกตัวอย่าง เช่นว่า ส.ว. 250 คน ที่ระบุว่าให้เลือกจากตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆแล้วให้เลือกกันเองนั้นจะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

หรือการยกเลิกการถอดถอนนักการเมืองและการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินคดีนักการเมืองที่กระทำความผิดเมื่อคดีเข้าสู่กระบวน การของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถอุทธรณ์ได้นอกจากจะมีข้อมูลใหม่โดยให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาคณะหนึ่งเป็นผู้พิจารณา

คือเมื่อศาลตัดสินออกมาอย่างไรให้ถือว่าสิ้นสุด

แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่การยื่นฟ้องจะเสนอผ่านประธานสภาผู้แทนฯ และสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ด้วยการให้ประธานสภาผู้แทนฯ เป็นผู้ตัดสิน

พร้อมกับยกตัวอย่างว่าหากรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ทันทีก็คือคดีรับจำนำข้าว

ประเด็นนี้ถือว่าเป็นลีลาและวาทกรรมเพื่อโน้มน้าวให้เห็นถึงเหตุผลที่ชวนให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรจะถูกควํ่าไม่ควรนำมาใช้

ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาของประเทศควรเริ่มต้นด้วยความเป็นประชาธิปไตย มิฉะนั้นจะแก้ไขความขัดแย้งไม่ได้ จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาของประชาชนไม่ได้

หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ก็จะเกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น

จากนั้นก็บอกด้วยว่าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบก็จะเป็นโอกาสดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ด้วยตนเองพร้อมแนะนำให้นำรัฐธรรมนูญปี 50 กลับมาใช้ใหม่

ด้วยการเพิ่มเติมเนื้อหาสาระที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อการปฏิรูปประเทศและแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

รัฐธรรมนูญปี 50 นั้นมีข้อดีหลายอย่างและเหมาะสมกับประเทศไทย โดยเฉพาะการให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพและมีส่วนร่วมกระบวนการยุติธรรมที่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้

ที่สำคัญก็คือเคยผ่านประชามติมาแล้ว

ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะสร้างกติกาของประเทศ ถือเป็น “ก้าวใหม่” ของประเทศก็ว่าได้

เหตุผลของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นหลายส่วนก็พอจะรับฟังได้ แต่การเล่นลีลาและสร้างวาทกรรมอย่างเช่นนี้ “คดีจำนำข้าว” นั้นถือว่าเป็นการโน้มน้าวที่ต้องการสร้างกระแสไม่น้อย

แถมยังยกก้น “บิ๊กตู่” ให้เคลิ้มไปได้เหมือนกัน

แต่ที่ออกตัวว่าเป็นความเห็นส่วนตัวและในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ใช่เป็นมติพรรคเนื่องจากมีคำสั่งห้ามประชุมพรรค

แท้ที่จริงแล้วหากให้มีการลงมติโอกาสที่จะเกิดปัญหาขัดแย้งในพรรคได้ เนื่องจากมีความเห็นต่างอยู่ คือมีทั้งรับและไม่รับ

อีท่านี้แล้วเชื่อว่าหลังผลประชามติ “ประชาธิปัตย์” มีโอกาส ที่จะเกิดปัญหาสูง.

“สายล่อฟ้า”

28 ก.ค. 2559 09:42 ไทยรัฐ