วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกฟ้อง 'ไทยรัฐ' คดีหมิ่น ตีข่าวตร.ถูกแจ้งฉ้อโกง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง นสพ.ไทยรัฐ กรณีเสนอข่าว สว.ตชด.งานเข้า ถูกนายดาบแจ้งจับฉ้อโกงกลั่นแกล้งจนต้องปิดบริษัท ฉบับวันที่ 19 มิ.ย. ปี 55 ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นสพ.ไทยรัฐได้เสนอข่าวตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงความคิดเห็น หรือข้อความโดยสุจริตติชมด้วยความเป็นธรรม พิพากษายกฟ้องยืนตามศาลชั้นต้น

ที่ศาลอาญาวันที่ 27 ก.ค.ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ พ.ต.ท.พิทักษ์ วาฤทธิ์ สว.ตชด. กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ค่ายพระพุทธยอดฟ้า เป็นโจทก์ฟ้อง ด.ต.ศิลปชัย สว่างโรจน์นายก อบต.คลองขนาก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นจำเลยที่ 1 บริษัท วัชรพล จำกัด จำเลยที่ 2 และนายสุนทร ทาซ้าย จำเลยที่ 3 กับพวกรวม 5 คน ซึ่งศาลยกฟ้องจำเลยที่ 4 และถอนฟ้องจำเลยที่ 5 ไปแล้ว

กรณี นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 มิ.ย.55 เสนอข่าว ด.ต.ศิลปชัยร้องเรียน พฤติกรรมของ พ.ต.ท.พิทักษ์ต่อผู้บังคับบัญชาว่าถูกกลั่นแกล้งรังแกจนต้องปิดบริษัท ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก ด.ต.ศิลปชัย 1 ปี ไม่รอการลงโทษ และยกฟ้อง บ.วัชรพล จำเลยที่ 2 กับนายสุนทร จำเลยที่ 3 ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็น ว่า นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 มิ.ย.2555 นำข่าวที่ได้จากคำแถลงของจำเลยที่ 1 มาลงพิมพ์โดยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด เป็นการลงข่าวว่าจำเลยที่ 1 ชี้แจงกล่าวหาโจทก์ว่าอย่างไร และผู้บังคับบัญชาของโจทก์ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้วตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนตอนท้ายก็ระบุคำยืนยันของโจทก์ทำนองว่า ข้อร้องเรียนของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความจริง

ส่วนข่าวในฉบับวันที่ 21 มิ.ย.2555 ข้อความตอนต้นเป็นเรื่องที่รายงานให้ทราบว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ร้องเรียนโจทก์แล้ว โจทก์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแก่ นสพ.ไทยรัฐและจำเลยที่ 1 ในข้อหาหมิ่นประมาทอันเป็นการเสนอข่าวในด้านของโจทก์ที่ใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีแก่ นสพ.ไทยรัฐและจำเลยที่ 1 หาใช่เป็นการใส่ความโจทก์แต่อย่างใดและตรงหัวข้อข่าวที่ว่า สว.ตชด.งานเข้า ถูกแจ้งคดีฉ้อโกงก็มิได้เป็นการยืนยันว่าโจทก์เป็นคนฉ้อโกง

ซึ่งโจทก์ก็เบิกความยอมรับว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงจริง สำหรับข่าวในฉบับวันที่ 22 มิ.ย.2555 ก็เป็นการลงข่าวต่อเนื่องจากข่าวที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยมีการรายงานข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จ จริงและเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาของโจทก์มีคำสั่งย้ายโจทก์ไปช่วยราชการที่จังหวัดปทุมธานีเท่านั้น

เห็นว่า เป็นการเสนอข่าวตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตติชมด้วยความเป็นธรรมตามวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ การกระทำในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงข่าวใน นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 21 และ 22 มิ.ย.2555 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดสำหรับการกระทำตามฟ้องทั้งสองวาระดังกล่าว และพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 มานั้น

ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนประเด็นอื่นๆโจทก์กลับไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้รับฟังมั่นคงว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ลำพังเพียงสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ร้องเรียนพฤติกรรมของโจทก์นั้นเป็นเพียงพยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้ ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้ร้องเรียนดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 กับ 3 พิพากษาเป็นไปตามศาลชั้นต้น (ยกฟ้อง)