วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฟซโต้เดือดนายกฯ 'เจ้าคุณประสาร' ชี้คาใจ ยื้อแต่งตั้งสมเด็จช่วง

ดีเอสไอเลื่อนนัดอัยการถกข้อกฎหมาย กรณีสมเด็จช่วงครอบครองเบนซ์โบราณ เป็น 28 ก.ค. ขณะที่ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำยืนยันความบริสุทธิ์ สมเด็จช่วงเป็นเพียงผู้รับบริจาคเท่านั้น พร้อมชี้แจงได้ทุกเมื่อ แต่ดีเอสไอต้องมีหนังสือแจ้งข้อหาเป็นลายลักษณ์อักษร ด้านเจ้าคุณประสารโพสต์เฟซบุ๊กเทศน์หัวหน้า คสช. ไปอาบน้ำห่มชุดขาวไหว้พระ แล้วนั่งคิดว่ามาถูกทางแล้วหรือ ส่วนพุทธะอิสระร้องดีเอสไอเอาผิดเจ้าคุณประสาร อั้งยี่ซ่องโจร

ปัญหาความขัดแย้งในศาสนจักรเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการสถาปนาสังฆราชองค์ใหม่ที่ยังคาราคาซัง ทั้งที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รอการเสนอชื่อทูลเกล้าฯ แต่กลับถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษจ่อดำเนินคดี ในฐานะมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่นำเข้าผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ที่มีชื่อครอบครองรถจากัวร์แพนเธอร์โบราณ ทำให้พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้พระสงฆ์และพระธรรมทูตทั่วโลกออกมาปกป้องสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และพระพุทธศาสนา อ้างเหตุการณ์ไม่ปกติ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ย้ำการทูลเกล้าฯสังฆราชต้องเคลียร์ในทุกข้อกล่าวหา

ความคืบหน้ากรณีคณะพนักงานสอบสวนจากดีเอสไอนัดประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ เพื่อหารือในประเด็นการกำหนดและลงมติว่าจะดำเนินคดีและแจ้งข้อหากับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะ มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์โบราณที่นำเข้าผิดกฎหมายข้อหาใดบ้าง ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ค. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวสั้นๆว่า การประชุมร่วมกับอัยการในประเด็นนี้ ตามที่นัดไว้ในวันที่ 27 ก.ค.นี้จะเลื่อนไปก่อน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 28 ก.ค. ส่วนขั้นตอนต่อไปหากคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นตรงกันเรื่องการตั้งข้อหาสมเด็จช่วง และผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหา 1.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้า โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และ 2.ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ หรือข้อหาใดข้อหาหนึ่ง หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาเข้าให้ปากคำและมารับทราบข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ด้านนายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวว่า กรณีดีเอสไอออกมาระบุการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อาจเข้าข่ายความผิด 2 ข้อหานั้น ขอฝากถึงดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การตั้งข้อกล่าวหาในคดีอาญานั้น ต้องพิจารณาเอกสารหลักฐานอย่างเคร่งครัด ยืนยันได้ชัดเจนว่ามีความผิดจริง ถ้าไม่ชัดเจนจะตอบสังคมและสื่อมวลชนได้อย่างไร ซึ่งทั้งในและต่างประเทศจับตาดูอยู่ ขอให้ทำให้ชัดเจนถูกต้องตรงไปตรงมา หากทำอะไรไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง จะเกิดความวุ่นวายและกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและกระบวนการยุติธรรมของไทย ทั้งนี้ ในฐานะนักกฎหมายด้วยกัน เชื่อในความเป็นนักกฎหมายของดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ต้องมีหลักฐานชัดเจนจึงจะตั้งข้อหา ตนยืนยันว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เกี่ยวข้องกรณีรถเบนซ์โบราณไม่มาก ท่านเป็นเพียงผู้รับบริจาคเท่านั้น ทั้งพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์สามารถชี้แจงได้ทุกเมื่อ แต่ทางวัดจะชี้แจงก็ต่อเมื่อดีเอสไอมีหนังสือแจ้งข้อหาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น

ขณะที่พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับการตอบรับจากสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยพระวิเทศวิสุทธิคุณ รองเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริการูปที่ 2 เครือข่ายพระธรรมทูตในต่างประเทศ ได้ส่งข้อความมาหาตน ระบุว่า คณะสงฆ์พระธรรมทูตในต่างประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์ภัยพระพุทธศาสนาในประเทศ ไทยมาโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภัยคุกคาม ที่เกิดจากเจตนา จงใจ บิดเบือน ซ่อนเร้น อำพราง สร้างกระแส ของกลุ่มบุคคลอันธพาล โดยใช้องค์กรและอำนาจอื่นๆมาย่ำยีพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ในต่างประเทศและชาวพุทธนานาชาติพร้อมที่จะชยันโต (สวดขับไล่สิ่งชั่วร้าย เพื่อประกาศชัยชนะ) ต่อกลุ่มบุคคลและองค์กรเหล่านั้นด้วย

เย็นวันเดียวกัน พระเมธีธรรมาจารย์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความโดยสรุปว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์จะไม่นำชื่อสมเด็จพระราชาคณะขึ้นทูลเกล้าฯ ให้เหตุผลว่าต้องเคลียร์ข้อกล่าวหาให้ได้ก่อน ขอตอบจากความรู้สึกในใจที่มีอยู่ดังนี้ ไม่มีใครปฏิเสธขั้นตอนกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แต่นายกฯจะไม่ฉุกคิดหรือว่าทำไมจึงมีกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับภาครัฐพยายามสร้างเรื่อง สร้างสถานการณ์ สร้างเหตุการณ์ให้เกิดความวุ่นวายสับสน หาข้อกฎหมาย พระธรรมวินัยมาผูกโยงให้เป็นเรื่อง นักกฎหมายที่มีใจเป็นธรรมย่อมมองคดีนี้เห็นชัดว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนา มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อายุ 91 ปีแล้ว ท่านจะเอาชีวิตและชื่อเสียงมาแลกกับสิ่งเหล่านี้ทำไม ผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศนี้มองไม่เห็นความผิดปกติในเรื่องนี้เลยหรือ กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ ถ้าถูกต้องตรงไปตรงมาไม่เลือกสี เลือกข้าง ใครก็ต้องพึ่งต้องหวัง แต่ในปัจจุบันนี้นายกฯจะกล้าพูดได้ไหมว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่มีใครแทรกแซงได้ นายกฯต้องบอก ต้องเตือนอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ไม่ใช่พูดหรือเตือนแต่เพียงฝ่ายเดียว

ข้อความในเฟซบุ๊กเจ้าคุณประสารระบุต่อว่า ดีใจที่นายกฯพูดว่าเคารพพระทุกรูป เพราะคือสิ่งที่สังคมสงฆ์สงสัยมานาน แต่ภาพที่นายกฯไปร่วมงาน และให้พระบางรูปเจิมหน้าผากให้ โดยนายกฯนอบน้อมมากๆ ผิดกับปัจจุบันเวลาพูดถึงสงฆ์อีกฝ่ายหนึ่ง ภาพดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์และสังคมไทยจินตนาการไปไกล ตนเป็นพระผู้น้อย ไม่กล้าแนะนำอะไร แต่ถ้าให้พูด อยากแนะนำว่า ท่านนายกฯเป็นคนใจร้อน พูดไว บางเรื่องยังไม่ทันคิด สำหรับเรื่องของพระสงฆ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องสำคัญและมีผลกระทบในทุกภาคส่วน อยากให้ท่านคิดทบทวนให้ละเอียด รอบคอบ ในวันไหนที่ท่านอาบน้ำ ชำระกายให้สะอาด ใส่ชุดขาว ไหว้พระสวดมนต์ ทำใจสงบ โดยให้ท่านอยู่ลำพัง เป็นตัวตนที่แท้จริงของชายชาติทหาร แล้วให้ท่านคิดทบทวนดูว่าเรื่องของสงฆ์ในฐานะนายกฯและหัวหน้า คสช. ท่านได้เดินมาถูกทางแล้ว หรือให้นึกทบทวนให้ดีด้วยจิตที่เป็นกุศล ปราศจากอคติ รวมทั้งขอให้ท่านนึกถึงหัวอกของพระสงฆ์ทั้งสังฆมณฑลในเวลานี้ด้วย ที่พูดมาไม่ใช่อวดดีไปอบรมสั่งสอนผู้นำประเทศ เพียงแต่อยากเห็นความยุติธรรมแพร่กระจายไปในทุกภาคส่วนในสังคมไทย

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนทสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ยุวราชสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร ในข้อหา “อั้งยี่และซ่องโจร” โดยมีนายณัฐวุธ นิติวรยุทธ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

พุทธะอิสระเผยว่า พระเมธีธรรมาจารย์ ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่ชื่อ “พระเมธีธรรมาจารย์-เจ้าคุณประสาร” เผยแพร่ผ่านสื่อสาร มวลชนช่องทางต่างๆ ปลุกระดมประชาชน และพระสงฆ์ กรณีดีเอสไอแถลงข่าวรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผิดกฎหมาย จึงมาร้องดีเอสไอให้ดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ข่าวสารอันมีลักษณะยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง กระด้างกระเดื่อง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร ซึ่งข่าวสารอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ด้วยวิธีการชักชวนพระสงฆ์และฆราวาสเข้าเป็นสมาชิก ด้วยสมคบคิดกันเพื่อจุดมุ่งหมายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (ฐานอั้งยี่ หรือซ่องโจร) การกระทำดังกล่าวถือว่า กดดันท้าทายอำนาจ คสช. อาจมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ขอเตือนพระสงฆ์และสามเณร อย่าตกเป็นเครื่องมือบุคคลที่เคลื่อนไหวกดดันเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เพราะคณะสงฆ์แม้จะเป็นสถาบันหนึ่ง แต่ต้องอยู่ใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ การที่เจ้าคุณประสารอ้างว่า มีบุคคลที่กำลังจะทำลายพระพุทธศาสนา แท้จริงอาจเป็นเจ้าคุณประสารเองที่เกาะกินธรรมวินัย ทำร้ายพระพุทธเจ้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่มีพระพุทธศาสนามากว่า 2,000 ปี ไม่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชมาก่อน ขณะเดียวกัน สมเด็จช่วงควรตอบคำถามสังคมด้วยว่า พระสงฆ์สมควรที่จะสะสมทรัพย์สมบัติหรือไม่

ส่วนการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเครือข่ายวัดพระธรรมกายที่มีการบุกรุกป่าสงวนและที่สาธารณะทั่วประเทศ วันเดียวกัน นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า กรมพัฒนาสังคมฯ เตรียมยึดคืนที่ดินศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 180 ไร่ มาอยู่ในความดูแลของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ตาม พ.ร.บ.การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 หลังจากที่ไม่สามารถยื่นเอกสารสิทธิการครอบครองที่ดินอย่างถูกกฎหมายให้กรมพัฒนาสังคมฯพิจารณา โดยยื่นแต่เพียงเอกสาร ภทบ.5 ซึ่งเป็นภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองที่ดินโดยถูกกฎหมาย คณะอำนวยการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเลย์ที่มีนายไมตรี อินทุสุต ปลัด พม.เป็นประธาน ได้ให้คณะทำงาน ซึ่งตนเป็นประธานดำเนินการกับศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ ตามกฎหมาย หลังจากนี้จะแจ้งให้ทางศูนย์ฯ รับทราบถึงการครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยมิชอบ และส่งช่างสำรวจไปปักปันแนวเขตออกจากศูนย์ปฏิบัติธรรม ขณะเดียวกันวันที่ 29 ก.ค.นี้สำนักงานที่ดินจังหวัดจะเข้าไปสำรวจตรวจสอบอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในศูนย์ว่าอยู่ในพิกัดตำแหน่งที่ถูกต้องตามโฉนดที่ดินและ น.ส.3 ก.ที่ศูนย์ได้ยื่นมาให้พิจารณาตรวจสอบหรือไม่ คาดว่าจะสำรวจเสร็จวันที่ 2 ส.ค. หลังจากนั้นจะพิจารณาอีกครั้งว่าส่วนใดที่ไม่เป็นไปพิกัดตามเอกสารสิทธิ รวมถึงมีการดำเนินการต่างๆที่ไม่เป็นตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ จะพิจารณาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป

ดีเอสไอเลื่อนนัดอัยการถกข้อกฎหมาย กรณีสมเด็จช่วงครอบครองเบนซ์โบราณ เป็น 28 ก.ค. ขณะที่ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำยืนยันความบริสุทธิ์ สมเด็จช่วงเป็นเพียงผู้รับบริจาคเท่านั้น พร้อมชี้แจงได้ทุกเมื่อ แต่ดีเอสไอต้องมีหนังสือแจ้งข้อหา 28 ก.ค. 2559 03:59 28 ก.ค. 2559 04:10 ไทยรัฐ