วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักข่าวเข้าพบตร. แจ้งจับหมอเปรม คดีเปลื้องผ้าคุกคาม

 ผู้ว่าฯชี้-ผิดปลดทันที

นักข่าวอาวุโสที่ถูก “นพ.เปรมศักดิ์” นายกเล็กบ้านไผ่ สั่งลูกน้องจับแก้ผ้าขณะไปขอสัมภาษณ์ ภาพแต่งงานกับสาว ม.5 โร่แจ้งดำเนินคดีถูกข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว กักขัง คุกคามเสรีภาพในร่างกาย มีเหยี่ยวข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์อีก 4 คนร่วมเป็นพยาน ด้านอดีต ส.ส.บุกโรงพักขอลงบันทึกประจำวันโดนสื่อมวลชนบุกรุกเช่นกัน ขณะที่พ่อเมืองหมอแคนสั่งตั้งกรรมการสอบสวน คาด 15 วันรู้ผล ระบุหากมีมูลจริงพร้อมเสนอมหาดไทยปลดทันที ส่วน สนช.สั่งระงับรางวัลคนจิตอาสาตามรอยพ่อของแผ่นดินจากหมอเปรม ชี้คนได้รับต้องไม่มีตำหนิ

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ภายหลัง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และอดีต ส.ส.ขอนแก่น เรียกผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดจากสำนักต่างๆ รวม 5 คน ที่ไปรอสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา กรณีมีการแชร์ภาพในโลกโซเชียล นพ.เปรมศักดิ์ ในลักษณะนั่งผูกข้อมือแต่งงานกับนักเรียนสาว ม.5 โดย นพ.เปรมศักดิ์ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ล็อกห้องทำงานแล้วยึดอุปกรณ์สื่อสารก่อนตำหนิสื่อมวลชนอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและบิดเบือนข้อมูล โดยระบุเป็นภาพช่วยเหลือครอบครัวของสาวคนดังกล่าวที่กำลังเดือดร้อน ก่อนสั่งลูกน้องจับนักข่าวอาวุโสแก้ผ้าถ่ายคลิปขู่เอาไปโพสต์ประจาน

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ก.ค. พ.ท.พิสิท ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นพร้อมคณะกรรมการ พาผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายก่อสิทธิ์ กองโฉม อายุ 64 ปี ผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ที่ถูก นพ.เปรมศักดิ์สั่งลูกน้องจับแก้ผ้าในห้องทำงาน นายสุพล บุญชื่นชม ผู้สื่อข่าว นสพ.ข่าวสด นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวจากทีวีช่อง 3 นายปรัชญา เทพสกุล ผู้สื่อข่าวจากขอนแก่นเคเบิลทีวี และนางจิติมา จันพรม นักข่าวจากเนชั่นเข้าพบ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับ นพ.เปรมศักดิ์

พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ. บ้านไผ่ ในการรับแจ้งความจากผู้สื่อข่าวน่าจะเข้าข่ายข้อหาดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าและข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำและไม่ให้กระทำ ขณะเดียวกันได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.จำรัส จันทร์แดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ ว่าเมื่อเวลา 08.30 น.ที่ผ่านมา นพ.เปรมศักดิ์ ได้ไปขอลงบันทึกประจำวันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ประสงค์ดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นยืนยันว่าจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากนั้นผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คนเข้าร้องเรียนนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น ที่ศาลากลางจังหวัดให้ตรวจสอบพฤติกรรม นพ.เปรมศักดิ์ โดย ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าเกิดขึ้นและเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริง มอบหมายให้นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน หากผลสอบมีมูลความจริงว่า นพ.เปรมศักดิ์ จับนักข่าวแก้ผ้า กักขังหน่วงเหนี่ยว ตนในฐานะ ผวจ.จะเสนอ รมว.มหาดไทยปลดออกจากตำแหน่งทันที ส่วนขั้นตอนการสอบสวนต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหลังเกิดเหตุก็ยังไม่ได้พูดคุยกับ นพ.เปรมศักดิ์

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายก่อสิทธิ์ กองโฉม พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์อีก 4 คน เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ โดยมี พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.จำรัส จันทร์แดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ ร่วมสอบปากคำด้วยตัวเองพร้อมกำชับพนักงานสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยนายก่อสิทธิ์ แจ้งความข้อหาข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว กักขัง คุกคามเสรีภาพในร่างกาย ส่วนนักข่าวอีก 4 คนแจ้งลงบันทึกประจำวันและร่วมเป็นพยาน

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 08.30 น. นพ.เปรมศักดิ์ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าถูกสื่อมวลชนบุกรุกห้องทำงานนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ และหน่วงเหนี่ยวบีบคั้นกดดันเพื่อขอข่าวโดยไม่มีสารประโยชน์ใดต่อสาธารณชน อันมีพฤติการณ์ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคล แทนที่จะเปิดโอกาสให้ได้ทำงานบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สาธารณะและบริการประชาชน เป็นการตัดโอกาสผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนต่างๆจะเข้าถึงบริการสาธารณะของภาครัฐ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวจำนวนมากได้ไปเฝ้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ เพื่อขอสัมภาษณ์ นพ.เปรมศักดิ์ แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่านายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ไม่อยู่ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวยังคงปักหลักรอจนกระทั่งพบ นพ.เปรมศักดิ์ เดินออกจากสำนักงานพร้อมกับยกมือไหว้ก่อนเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่หน้าสำนักงานโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า สิ่งที่ นพ.เปรมศักดิ์ควรพูดในฐานะบุคคลสาธารณะคือข้อเท็จจริงถูกผิดคืออะไรสังคมต้องการคำอธิบาย แต่ยังนึกไม่ออกว่า นพ.เปรมศักดิ์จะอธิบายอย่างไร เพราะพยานฝ่ายผู้สื่อข่าวที่เห็นเหตุการณ์มีอยู่เยอะ เมื่อถามว่าเป็นการก้าวล่วงสิทธิหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ก็ถูกแล้วคือทำผิดก้าวล่วง แต่ไม่ว่าจะมีข้อแก้ตัวอะไรก็ตามเข้าข่ายความผิด รวมถึงเจ้าหน้าที่ ใครร่วมก็ต้องมีความผิดด้วย

เมื่อถามว่า ถ้าระดับหน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น หากมีคู่สมรสอยู่แล้วและยังไม่มีการจดทะเบียนหย่า จะมีบทลงโทษอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าจดทะเบียนซ้อนก็เป็นความผิด อย่างน้อยก็เป็นการแจ้งความเท็จ และถ้าจดทะเบียนซ้อนจะมีปัญหา เมื่อภรรยาหลวงโวยวายขึ้นมา และถ้าเป็นการพรากผู้เยาว์เป็นความผิดอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นถ้าทำจริง ตอบตามหลักกฎหมายสามารถเอาผิดได้ฐานทำให้เสื่อมเสียและคุกคามได้ แต่ตรงนี้ไม่ใช่ว่าตนไปชี้ว่า นพ.เปรมศักดิ์ทำผิด ยังอยากฟัง นพ.เปรมศักดิ์อธิบาย ถ้าไม่แก้ตัวอะไร เท่าที่ฟังเรื่องมาถือว่าจบข่าวแล้ว

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กรณีมีข่าวนพ.เปรมศักดิ์ มีพฤติการณ์สู่ขอเยาวชนมาเป็นภรรยา กักขัง หน่วงเหนี่ยว ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของนักข่าว ถึงขั้นอนาจาร ทั้งที่เป็นผู้มีวุฒิภาวะ เป็นนายแพทย์ อดีตนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่น ย่อมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม แต่กลับมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สมาคมฯเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และความผิดตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น และสถานการณ์ปัจจุบันไม่ควรที่นักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นจะมีการแสดงพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดต่อประมวลจริยธรรมและกฎหมาย สร้างความเสื่อมเสียมาสู่สาธารณชนโดยรวม ดังนั้นสมาคมฯเตรียมไปร้องเรียนกล่าวโทษนพ.เปรมศักดิ์ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เวลา 11.00 น.วันที่ 28 ก.ค.

ส่วนที่รัฐสภา บ่ายวันเดียวกัน มีการประชุมคณะอนุกรรมการพบปะและช่วยเหลือบุคคลด้อยโอกาส ในคณะกรรมการดำเนินโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พบประชาชน เพื่อหารือกรณีการถอด นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ออกจากผู้สมควรได้รับรางวัลคนจิตอาสาตามรอยพ่อของแผ่นดินปี 2559 โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมการพบปะและช่วยเหลือบุคคลด้อยโอกาส เปิดเผยภายหลังประชุมว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องแยกเป็น 2 เหตุการณ์ได้แก่ 1.กรณีภาพการผูกข้อมือแต่งงานของ นพ.เปรมศักดิ์ แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ต้องไปดูว่า นพ.เปรมศักดิ์มีภริยาหรือไม่ ถ้ามีแล้วหย่ากันหรือยัง และ 2.การกักขังหน่วงเหนี่ยว และเปลื้องผ้าผู้สื่อข่าว

“ทั้งสองกรณีต้องไปหาข้อเท็จจริง โดยใช้เวลาพอสมควร แต่รางวัลคนจิตอาสาตามรอยพ่อของแผ่นดิน ที่จะมอบรางวัลให้แก่ นพ.เปรมศักดิ์ในวันที่ 11 ส.ค. มีความสำคัญมาก ผู้ได้รับรางวัลต้องไม่มีตำหนิ ไร้ข้อกังขา ดังนั้นในเบื้องต้นคณะอนุกรรมการฯจึงขอระงับการให้รางวัลดังกล่าวแก่นพ.เปรมศักดิ์ ในปีนี้ออกไปก่อน เพื่อเลือกบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมในลำดับรองลงไปมารับรางวัลแทน หากสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่มีความเสียหาย คณะอนุกรรมการฯจะหยิบยกชื่อ นพ.เปรมศักดิ์มาให้รางวัลในคราวต่อไป” นายวัลลภกล่าว

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กรณี นพ.เปรมศักดิ์ กักตัวนักข่าวและบังคับให้ถอดเสื้อผ้าว่า การกระทำดังกล่าวนอกจากเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ยังเข้าข่ายขัดอนุสัญญาต่อต้านการทรมานของสหประชาชาติ ในการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น รวมทั้งลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ผู้อื่นเกิดความอับอาย ทั้งนี้หาก นพ.เปรมศักดิ์รู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวก็ควรฟ้องร้องสื่อตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรใช้วิธีเช่นนี้ สำหรับผู้เสียหายมีสิทธิที่จะขอความเป็นธรรมได้ แต่หากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย สามารถยื่นเรื่องต่อ กสม.เพื่อขอให้คุ้มครองในฐานะพยานและผู้เสียหายได้ ส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป

นักข่าวอาวุโสที่ถูก “นพ.เปรมศักดิ์” นายกเล็กบ้านไผ่ สั่งลูกน้องจับแก้ผ้าขณะไปขอสัมภาษณ์ ภาพแต่งงานกับสาว ม.5 โร่แจ้งดำเนินคดีถูกข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว กักขัง คุกคามเสรีภาพในร่างกาย 28 ก.ค. 2559 03:45 ไทยรัฐ