วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' โชว์จุดยืน ไม่รับรธน. ฉะไม่ตอบโจทย์

แนะถ้าร่างใหม่ให้ยึดฉบับ50 ‘บิ๊กตู่’สวน‘อย่าไปฟังมากนัก’ ‘มีชัย’จวกยูเอ็น-มีเบื้องหลัง


“อภิสิทธิ์” โชว์จุดยืนไม่รับร่าง รธน. ซัดไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาชาติ จวกสิทธิเสรีภาพถดถอย ประเคนอำนาจ ส.ว.-ระบบราชการ เพิ่มคู่ขัดแย้งในสังคม ฉุดกลไกปราบโกงอ่อนแอ เปิดช่องอุทธรณ์คดีทุจริต จำเลยคดีจำนำข้าวรับอานิสงส์ ชง “บิ๊กตู่” ยึด รธน.ปี 50 เขียนใหม่ “ชวน” ส่งซิกเคารพความเห็น หน.พรรค แฟนคลับพรรค สาวก กปปส.รุมถล่มเฟซบุ๊กไลฟ์ล่ม “ลูกชายเทือก” เหน็บเป็น “มาร์ค” เลิกเล่นการเมืองได้แล้ว “บิ๊กตู่” เมินไม่รับก็ไม่รับ โยนชาวบ้านดูเจตนา ไล่สื่อถาม กกต.ผิด ก.ม.หรือไม่ ลั่น รธน.แท้งยำรวมข้อดีจากทุกฉบับ 12 แกนนำ พท.ขย่มซ้ำย้ำโหวตโน ดักคอถึงคว่ำต้องมีเลือกตั้งตามโรดแม็ป “มีชัย” ปัดเกมคว่ำรธน.ดัน คสช.อยู่ยาว ฉะแถลงการณ์ยูเอ็นมีเบื้องหลังจวกต้องเป็นกลางไม่เช่นนั้นหมดเครดิต ทหารส่งก๊วนบิดเบือน รธน.เข้า มทบ.11 สอบเข้ม รวบเพิ่ม “ทัศนีย์” ขณะร้องเรียน ผบ.ตร. คสช.แจ้งกองปราบฯข้อหาซ่องโจร

หลังจากพรรคเพื่อไทย เครือข่ายนักวิชาการ นิสิตนักศึกษาและภาคประชาสังคมจากหลายส่วน ทยอยประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะทำประชามติในวันที่ 7 ส.ค.มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงจุดยืนในนามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของชาติ 3 ข้อทั้งทิศทางการพัฒนาประเทศ ความขัดแย้งในสังคมและการทุจริตคอร์รัปชัน

“อภิสิทธิ์” ซัด รธน.ไม่ตอบโจทย์ชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 27 ก.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่ทำการพรรค ประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่า วันนี้แม้ไม่ใช่เป็นมติพรรค เพราะไม่สามารถประชุมพรรคได้ แต่แถลงในฐานะหัวหน้าพรรคที่อยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์พรรคที่ประกาศมาตั้งแต่ พ.ศ.2489 ให้ความสำคัญสูงสุดกับอนาคตประเทศที่ยังคงอยู่ใต้วิกฤติขัดแย้งทางการเมืองนานกว่า 10 ปี จนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามศักยภาพที่มี ที่สำคัญคนไทยจำนวนมากยังยากจน รัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้เป็นกติกาถาวร ต้องเอื้อให้ประเทศก้าวพ้นจากสภาพปัญหาปัจจุบันได้ มีโจทย์สำคัญ 3 ข้อคือ ปัญหาทิศทางการพัฒนาประเทศ ความขัดแย้งในสังคม และการทุจริตคอร์รัปชัน ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางประเทศ ได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสวัสดิการเพื่อเป็นหลักประกันว่า คนอ่อนแอ ด้อยโอกาสและยากจนที่สุด จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ประเทศและเศรษฐกิจชาติเข้มแข็งยั่งยืน มีการกระจายอำนาจ

เสรีภาพถอย-เพิ่มคู่ขัดแย้ง-เอื้อคดีข้าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า หลักการประชาธิปไตยที่สำคัญคือ กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคม ป้องกันไม่ให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งใช้อำนาจในทางไม่ชอบ เพราะการคอร์รัปชันกัดกร่อนเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองไทย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ตอบโจทย์ประเทศทั้งสามข้อ อาทิ หมวดสิทธิเสรีภาพถดถอยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ซ้ำยังเพิ่มบทบาทอำนาจของระบบราชการ ส่วนความขัดแย้งในสังคม ให้น้ำหนักต่อบทบาทของ ส.ว.จากการคัดเลือก จะเพิ่มคู่ขัดแย้งในระบบการเมืองมากกว่า ยิ่งกำหนดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญยากมาก จะเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งในอนาคตเพิ่มขึ้น ส่วนการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน กลไกสำคัญการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กลับบัญญัติทำให้ขาดอิสระและอ่อนแอลง โดยเฉพาะการให้อำนาจประธานสภาฯที่สังกัดพรรครัฐบาล ใช้ดุลพินิจยื่นเรื่องร้องเรียนการทุจริตต่อ ป.ป.ช. และลดเงื่อนไขให้อุทธรณ์คดีทุจริตของนักการเมืองได้ง่ายขึ้น โดยให้มีองค์คณะชุดใหม่แทนที่จะเป็นที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาฯเช่นในอดีต คาดว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากบทบัญญัติใหม่นี้ กลุ่มแรกคือ จำเลยในคดีจำนำข้าว

ลั่นไม่รับชง “บิ๊กตู่” ยึดปี 50 ร่างใหม่

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ส่วนคำถามพ่วงได้บอกก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่รับ จึงไม่ขอพูดถึง แต่หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ผ่านการประชามติก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้ คสช. ตรงกันข้าม หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการประชามติ ตนสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นผู้นำทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ใช้โอกาสนี้เป็นกุญแจไปสู่การหยิบยื่นสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ประชาชน โดยขอเสนอให้นำเอารัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ผ่านการทำประชามติแล้ว และมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนดีที่สุด รวมทั้งมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกมัดทุกองค์กรมิให้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ เช่น กรณีการกู้เงินเพื่อหลีกเลี่ยงระบบงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ต้องการขัดแย้งกับใคร แต่ยึดประโยชน์ส่วนรวมและอนาคตของประเทศเป็นหลัก และจะยังไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน แต่ขอให้สังคมพิจารณาสาระร่างรัฐธรรมนูญ และการแถลงข่าวของตนโดยปราศจากอคติ ขอย้ำว่าตนและพรรคประชา- ธิปัตย์ไม่มีวันสมคบกับกลุ่มนักการเมืองที่เคยโกงชาติ หรือคิดที่จะโกงชาติต่อไปในอนาคตโดยเด็ดขาด

“ชวน” ส่งซิกลูกพรรคเคารพ หน.พรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. มีการส่ง ข้อความในไลน์กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นไลน์รูปของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค แสดงความเห็นก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะแถลงข่าวว่า “ให้ความเคารพความเห็นส่วนตัวท่านหัวหน้าพรรค ส่วนมติพรรคไม่มี ผมเข้าใจความรู้สึก เพราะสัมผัสชาวบ้านเช่นกัน”

แฟนคลับรุมจวกเฟซบุ๊กไลฟ์ล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายอภิสิทธิ์แถลงจุดยืน มีแกนนำพรรคหลายคนมาร่วมรับฟังด้วย อาทิ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาฯพรรคและอดีต ส.ส.ที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่พรรคได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของพรรคประชาธิปัตย์และช่องฟ้าวันใหม่ โดยหลังการแถลงปรากฏว่ามีบรรดาแฟนคลับพรรคและผู้สนับสนุน กปปส. โพสต์แสดงความเห็นส่วนใหญ่ตำหนิท่าทีและจุดยืนของนายอภิสิทธิ์จนเฟซบุ๊กไลฟ์ล่มในบางช่วง

“ลูกเทือก” เหน็บเป็น “มาร์ค” เลิกการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญ นายแทน เทือกสุบรรณ ลูกชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คุณอภิสิทธิ์ พูดเรื่องดีๆ มีเหตุผล เสียดายคนไทยไม่ฟัง เอาแต่ด่าเอาแต่มัน ตามกระแสอย่างเดียว รับก็ด่าไม่รับก็ด่า ถ้าผมเป็นคุณอภิสิทธิ์จะลาออกจากหัวหน้าพรรคเลิกเล่นการเมือง ไปทำงานองค์กรต่างประเทศอย่างยูเอ็นซะเลย” และต่อมาโพสต์อีกครั้งว่า “แม้ว่าผมตั้งใจรับร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน แต่ผมก็เห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ ว่าร่างรัฐ– ธรรมนูญ ยังมีจุดอ่อนหลายเรื่อง เห็นด้วยว่าถ้าประชามติไม่ผ่านให้ พล.อ.ประยุทธ์เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้ดีกว่าฉบับนี้”

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญว่า เศร้าใจที่มีการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งที่ระบุบังคับให้รัฐต้องดูแลประชาชนอย่างกว้างขวาง ยืนยันว่าไม่เคยถูกเชิญให้ไปร่วมดีเบตร่างรัฐธรรมนูญทางสถานีโทรทัศน์ตามที่สื่อมวลชนบางฉบับกล่าวหาว่า กปปส.ไม่ให้ความร่วมมือ และ กรธ.ก็ไม่ได้ตัดชื่อตนออก

“ประวิตร” เมิน “อภิสิทธิ์” โชว์โหวตโน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เกรงว่าจะมีคนมาเคลื่อนไหวว่า ทำไงได้ เราไม่ได้ไปบอกให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน ใครตกลงใจอย่างไรก็ทำไป เมื่อถามถึง กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ก็ไปยืนที่ไหนก็ไป ผมไม่เกี่ยว ไม่มีผล บอกแล้วว่าเป็นเรื่องของบุคคล ใครว่าอย่างไรก็ว่าไป แล้วแต่ท่านจะยืนหรือจะนั่งผมไม่เกี่ยว”

“วิษณุ” รับส่งผลจูงใจเหล่าสาวก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึง การแถลงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญของนายอภิสิทธิ์ จะส่งผลต่อการทำประชามติหรือไม่ ว่า คงมีบ้างสำหรับคนที่เป็นแฟนคลับ เพราะหลายคนอาจไม่ได้อ่านเนื้อหาหรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ เขาจะดูผู้นำแต่ละคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ถ้าจะบอกว่าไม่มีผลเลยคงไม่ได้ จะมากหรือน้อยอยู่ที่คะแนนนิยมของแฟนคลับในเวลานี้ ส่วนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ยิ่งจะไปเร็วขึ้นว่า คงไม่มีอะไร เท่าที่ดูข่าวเหมือนมีใครไปพูดกับนายมีชัยว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อจึงจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยจึงชี้แจงว่าให้ระวัง เพราะถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คสช.อาจไปเร็วก็ได้ เป็นการตอบคำถามเท่านั้น อย่าไปคิดอะไรมาก

“บิ๊กตู่” ให้ ปชช.ดูเจตนา–คิดเองอย่าไปฟัง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่รับก็ไม่รับ เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบหรือไม่เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ให้ไปถามพรรคประชาธิปัตย์ อย่ามาถามผม ประชาชนก็ไปดูเจตนาที่เขาพูด คิดกันเองบ้าง ผมอยากให้ประชาชนแข็งแรงไม่ต้องไปฟังใครมากนัก” เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์อยากให้นายกฯร่างรัฐธรรมนูญเอง หากไม่ผ่านประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เขาพูดประชดผม จริงๆแล้วผมก็ต้องตั้งคณะขึ้นมา แต่ให้เห็นใจคนที่ร่างมาทั้งสองคณะบ้าง ไม่ใช่มองว่าเขาถูกด้อยค่าดิสเครดิตไปโดยตลอด สงสารเขาบ้าง อย่าไปโจมตีมากนัก เพราะอีกหน่อยจะไม่มีคนร่าง แต่ถ้าไม่มีคนในประเทศไทยจะร่างได้แล้ว ผมก็จะร่างคนเดียว คนไทยต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราต้องการสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ส่วนผลประชามติจะออกมาอย่างไรผมก็พร้อมยอมรับ”

ไล่สื่อถาม กกต.พูดชี้นำผิด ก.ม.หรือไม่

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าเสียงที่ออกมาขณะนี้ของฝ่ายการเมืองจะชี้นำการลงประชามติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สื่อก็ไปฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะมีกฎหมายประชามติกำกับดูแลอยู่ ไปถามว่าทำอย่างนี้ผิดกฎหมาย
หรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็เรื่องของเขา เมื่อถามอีกว่า หากมีนักการเมืองเรียงหน้าออกมาแถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอีกจะเกิดผลกระทบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กฎหมายว่าอย่างไร เดี๋ยวก็มีคนไปฟ้องร้องเอง ไม่ต้องกลัว

รธน.แท้งเฟ้นข้อดีทุกฉบับยำรวม

เมื่อถามว่ามีคนออกมาชี้นำลักษณะนี้จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องชี้แจงทางออกของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ทำรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีวิธีการอะไรอย่างอื่นได้อีกหรือ ให้ไปทำรัฐธรรมนูญใต้น้ำหรืออย่างไร” เมื่อถามว่าหลายฝ่ายต้องการทราบความชัดเจนและวิธีการหากต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมก็เอาทุกอันมาร่าง อะไรที่มันดีก็เอามารวมกัน มันก็จบแล้ว” เมื่อถามว่า การร่างใหม่จะส่งผลให้กระทบกับระยะเวลาของโรดแม็ปที่กำหนดไว้หรือไม่ นายกฯตอบว่า โรดแม็ปก็คือโรดแม็ป ยิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่

“เหวง” แขวะขาดความเป็นผู้นำ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า การแถลงจุดยืนในโค้งสุดท้ายแม้ไม่ผิด แต่ทำให้เห็นถึงการขาดความเป็นผู้นำทางการเมืองไม่กล้าตัดสินใจ ทั้งที่พูดชัดว่าไม่เห็นด้วยมาก่อนหน้านี้ เป็นธรรมชาติของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องฉวยโอกาสทางการเมือง ก่อนจะคิดถึงประโยชน์ประเทศ และหากประชามติไม่ผ่าน คสช.ต้องหยุดร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หยุดใช้รัฐธรรมนูญ 2557 เป็นพิมพ์เขียวประเทศ เพราะประชาชนปฏิเสธ และให้รักษาสัญญาให้มีการเลือกตั้งในปี 60 พร้อมใช้อำนาจมาตรา 44 เปิดโอกาสให้มีตัวแทนที่ประชาชนเลือกมายกร่างรัฐธรรมนูญ

สวน “สมชัย” ไม่สกัดแถมเปิดทางโกง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ไล่ให้ไปอ่านหนังสือให้จบก่อนหลังท้วงติงมติ กกต.เห็นชอบให้ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นขนคนไปลงคะแนนได้นั้น ตนอ่านมาตรา 62 ของ พ.ร.บ. ประชามติ ทั้งที่เป็นหลักการและข้อยกเว้น นึกไม่ถึงว่า กกต.จะเอาข้อยกเว้นมาเป็นหลัก คำแนะนำของ กกต.ที่ว่าให้ผู้จัดยานพาหนะระมัดระวังหรือพึงหลีกเลี่ยงมิให้เป็นการจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปลงคะแนน มีหลักประกันอย่างไรว่าผู้ขนคนจะทำตามคำแนะนำของ กกต. ทำไม กกต.ไม่ปิดช่องทางทุจริตกลับเปิดช่องทางให้มีการทุจริต ยืนยันขอให้ กกต.ทบทวนมติดังกล่าว

12 บิ๊ก พท.ย้ำโหวตโนดักคอปี 60 ต้องมี ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย 12 คน ประกอบด้วยนายโภคิน พลกุล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายสามารถ แก้วมีชัย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายนพดล ปัทมะ นายชัยเกษม นิติสิริ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายวัฒนา เมืองสุข และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ออกแถลงการณ์ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง เพราะ 1.ในช่วง 5 ปีแรก ยกอำนาจให้ คสช.ไปคัดเลือก ส.ว.244 คนและมี ส.ว.โดยตำแหน่งจากทหารและตำรวจอีก 6 คน โดยคำถามพ่วงจะเปิดทางให้ ส.ว.ไปเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส.อย่างน้อยสองสมัย 2.กำหนดคุณสมบัติว่านายกฯไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.เป็นการเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ 3.กำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปไว้ล่วงหน้า ซึ่งรัฐบาล คสช.และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวถึงระยะเวลาตามยุทธศาสตร์ประเทศว่ายาวนานถึง 20 ปี จะทำให้ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ฝ่ายบริหารขาดความยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ 4.รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ อันอาจนำไปสู่วิกฤติการเมืองได้ ประชาชนจึงไม่อาจกำหนดอนาคตของประเทศผ่านกระบวนการเลือกตั้งได้มากเท่ากับรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 พวกเราเชื่อมั่นว่าหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านประชามติ ก็จะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป โดยมีกระบวนการหาทางออกประเทศได้โดยสันติวิธี

อดีต 40 ส.ว.ตีปี๊บหนุนรับร่างฯ

ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ขอแสดงตนลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่ได้ร่างเพื่อตอบสนองความคุ้นชินของนักการเมือง เล็งไปสู่อนาคต ถอดบทเรียนแก้ปัญหาอดีต แก้ความฉ้อฉลของเสียงข้างมากหรือการฆ่าตัด ตอน นิรโทษเหมาเข่ง กำหนดแผนปฏิรูปไว้ 16 ด้าน ขีดเส้นให้รัฐบาลในอนาคตสกัดกั้นคนโกง ให้สิทธิเสรีภาพ เคารพสิทธิชุมชนยิ่งกว่าฉบับปี 40 และ 50 หากประชามติไม่ผ่านจะเสียโอกาสเปลี่ยนแปลงประเทศร่วมกัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมธิการร่างรัฐธรรมนูญและอดีตผู้ประสานงานกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า นักการเมืองต่างร้องหารัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 พูดแบบแผ่นเสียงตกร่อง เพราะเสียประโยชน์ ทั้งที่สาเหตุปัญหาของบ้านเมืองก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 เกิดจากนักการเมือง เพื่อให้การปฏิรูปการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญนี้จึงต้องเปลี่ยนแปลงจากฉบับปี 2550 ส่วนสำคัญคือที่มาของ ส.ส. ส.ว.และนายกฯเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองที่ล้มเหลว เชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้และคำถามพ่วงดีกว่าเดิม และจะหยุดยั้งการเมืองที่ล้มเหลวจากนักการเมืองได้ หากรับร่างอย่างเดียวโดยไม่รับคำถามพ่วงก็ไม่เพียงพอแก้ไขปัญหาการเมืองที่ล้มเหลว จะกลับสู่วังวนเดิมก่อนวันที่ 22 พ.ค.57

“นิคม” ปราม “มีชัย” ใจเย็นระวังพูดชี้นำ

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ผลประชามติ 7 ส.ค.จะผ่านหรือไม่ผ่านมีเลือกตั้งตามโรดแม็ปอยู่แล้ว ถ้าผลว่ารับร่างฯความชอบธรรมจะเกิด รัฐบาล คสช.มีเกราะกำบัง จึงขอปลุกพลังให้ออกมาใช้สิทธิ ลงคะแนนตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ ไม่ต้องกลัวคำขู่ว่าหากประชามติไม่ผ่านจะได้ร่างฯใหม่ที่โหดกว่าเดิม อย่าไปใช้สิทธิด้วยความกลัว ถ้าคนมาใช้สิทธิน้อยจะเป็นข้อกังขา ส่วนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ด่ากราด พวกจิตใจสกปรก บิดเบือนหลอกลวงชาวบ้านนั้นขอให้นายมีชัยใจเย็นๆ ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายความผิดใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก้าวร้าว รุนแรง ตามมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติหรือไม่ นายมีชัยอย่าไปร้อนรุ่ม บอกไปหลายครั้งแล้วว่าน่าจะผ่าน ตราบใดที่ผู้มีอำนาจมีเครื่องไม้เครื่องมือครบถ้วน และที่นายมีชัยระบุว่าความเห็นของ กรธ.รัฐธรรมนูญไม่มีข้อเสีย ถ้ามีแก้ไปนานแล้วนั้น ขอให้ระมัดระวังคำพูดด้วย จะเข้าข่ายชี้นำหรือไม่ก็ไม่รู้ พูดอะไรไปอย่าคิดว่าคนไม่รู้ ผลที่ออกมามีนัยต่อการนึกคิดและการลงคะแนนทั้งสิ้น

กกต.กระตุ้นทหารผ่านศึกใช้สิทธิ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มอบนโยบายความร่วมมือรณรงค์ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติแก่ผู้บริหารระดับสูง พนักงานและลูกจ้างประจำหน่วยงานกิจการพิเศษ พร้อมสาธิตการลงคะแนนออกเสียงประชามติสำหรับผู้ทุพพลภาพและผู้พิการให้ทหาร ผ่านศึก โดยนายประวิชกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด บ้านเมืองอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านต้องการการตัดสินใจจากประชาชน รวมถึงผู้เสียสละให้ชาติบ้านเมืองอย่างทหารผ่านศึก และครอบครัวที่มีเครือข่ายถึง 3 ล้านคน ขอให้ออกมาใช้สิทธิช่วยชาติบ้านเมืองอีกครั้ง

เตือน “โต้ง” แชร์ข้อความเท็จผิด ก.ม.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กเตือนเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Kittiratt Na-ranong (กิตติรัตน์ ณ ระนอง) ภายหลังโพสต์ข้อความว่า “ผมไม่รับ ร่างฯแบบนี้” พร้อมข้อความสรุปรัฐธรรมนูญมีชัยใน 8 บรรทัดว่า เตือนแบบมิตรครับขอให้ท่านเอาสไลด์นี้ออกจากเพจ มิฉะนั้นอาจมีคนร้องทุกข์กล่าวโทษผิด พ.ร.บ.ประชามติประเด็นการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยข้อความที่เป็นเท็จเพื่อโน้มน้าวจูงใจให้คนออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่งได้

ยันจัดรถขนคนเพื่อความสะดวกได้

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงถึงการจัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยหน่วยงานของรัฐ ว่า สามารถทำได้ตามมาตรา 62 วรรค 2 ใน กรณีพื้นที่ดังกล่าวมีความยากลำบากในการเดินทาง และอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องร้องขอ และกรรมการประจำเขตต้องอนุญาต แต่ต้องระมัดระวัง ไม่ให้เป็นการจูงใจ หรือควบคุมผู้มีสิทธิออกเสียงไปออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มิฉะนั้นจะมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือศาลอาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

ยึดเกณฑ์นับเสียงเห็นชอบชี้ขาด

นายธนิศร์กล่าวอีกว่า กกต.ยังจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับอักษรเบรลล์ จำนวน 500 ฉบับและแจกไปทั้งหมดแล้ว 48 องค์กร ส่วนเกณฑ์การนับคะแนนตาม รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ฉบับแก้ไข ให้ยึดคะแนนเสียง เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมีมากกว่าไม่เห็นชอบ ไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิ หรือบัตรเสีย แต่ทั้งนี้ กกต.อยากให้คนออกมาใช้สิทธิให้มาก เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการชี้ชะตาอนาคตของชาติ

สนช.เร่งเครื่องแจงคำถามพ่วง

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คำถามเพิ่มเติมของ สนช. แก่เครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยทั่วประเทศ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวปาฐกถาเรื่อง “สถานการณ์การเมืองปัจจุบันและอนาคตการเมืองไทย” ว่า ลำพังเพียงการเลือกตั้งและประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ถ้าหากละเลยการปฏิรูปคงไม่นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ หลายเรื่องต้องใช้เวลาปฏิรูปหลายปี ดังนั้นอะไรปฏิรูปได้ควรทำไปก่อนควบคู่ไปการจัดการเลือกตั้ง

นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานกรรมาธิการการเมือง สนช. กล่าวว่า ถ้าประชาชนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง กรธ.ต้องแก้ไขบทเฉพาะกาลให้เป็นไปตามคำถามพ่วง หากเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วง คำถามพ่วงจะตกไป หรือหากไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่เห็นชอบคำถามพ่วง แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะตกไปแล้วร่างใหม่ แต่การร่างต้องพิจารณาคำถามพ่วงไว้ในร่างใหม่ แต่ถ้าไม่เห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงก็ตกไปทั้งฉบับ วันที่ 7 ส.ค. จึงเป็นวันสำคัญที่ประชาชนจะใช้อำนาจและสิทธิของตัวเอง ขอให้มาช่วยกันลงประชามติบนพื้นฐานความเข้าใจด้วยตัวเอง ไม่มีการชี้นำ ชักชวนบังคับ

“มีชัย” ปัดข่าวคว่ำร่างให้ คสช.อยู่ยาว

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ถึงการกำหนดวันเลือกตั้งว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ตามกระบวนการจะมีเลือกตั้งช่วงปลายปี 60 แต่ต้องขึ้นอยู่กับการทำกฎหมายลูกด้วยว่าจะมีปัจจัยหรือเงื่อนไขใดทำให้เพิ่มเวลาต่อหรือไม่ ส่วนประเด็นการเรียกร้องให้คว่ำรัฐธรรมนูญ มองว่านายกฯได้ลั่นวาจาไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 60 ดังนั้น คสช.ต้องเคี่ยวเข็ญให้จัดเลือกตั้งให้ได้ภายในเวลาที่ระบุไว้ ที่มีคนปล่อยข่าวว่าหากจะให้นายกฯอยู่ยาวต้องคว่ำรัฐธรรมนูญ นี่ไม่ใช่ความจริง จะมีคนออกมาเดินขบวนขับไล่แน่ เมื่อถามว่ากระบวนการดังกล่าวจะมีปัจจัยแทรกซ้อนหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า “ผมไม่ได้เรียนโหราศาสตร์ จึงไม่ทราบว่าดวงดาวไหนจะทับซ้อนดวงดาวใดจึงตอบไม่ได้ จะช้าหรือเร็วก็ไม่ห่างกันเกิน 2-3 เดือน”

โอ่คนส่วนใหญ่รับรู้ รธน.มากขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ท้วงติงว่าการเผยแพร่ร่างรัฐ– ธรรมนูญยังเข้าไม่ถึงประชาชน นายมีชัยกล่าวว่า กรธ.ทำได้เท่านี้ เหมือนนักข่าวหนึ่งคนสัมภาษณ์ตน แต่ไม่ได้สัมภาษณ์นายกฯ กรธ. 21 คนทำได้เท่านี้ มองว่าคนส่วนใหญ่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากขึ้น แต่คงยากจะบอกว่ารับรู้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคนบางคนก็ปิดประตูไม่รับรู้ เมื่อถามถึงกรณีที่หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 กับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ. เชียงใหม่ จะมีผลต่อการทำประชามติหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดคำสั่งดังกล่าว แต่คงไม่มีผลต่อการทำประชามติ เพราะประชาชนจะตัดสินใจลงคะแนนอย่างไร ล้วนมีปัจจัยอยู่แล้วและปัจจัยจะไม่เปลี่ยน ส่วนที่นายบุญเลิศเป็นเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย หากเขามีเครือข่ายจริงคงสั่งให้เครือข่ายไม่รับตั้งแต่ต้น

ซัดแถลงการณ์ยูเอ็นมีเบื้องหลัง

เมื่อถามถึงกรณีที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์กดดันให้เปิดเสรีภาพช่วงประชามติ ประธาน กรธ.กล่าวว่า ต้องถามยูเอ็นว่าเสรีภาพรวมถึงการเอาความเท็จไปให้ประชาชนด้วยหรือไม่ รัฐบาลไม่ได้ห้ามคนให้แสดงความเห็น เขาห้ามคนไม่ให้ไปเอาความเท็จไปพูด สมมติยูเอ็นสั่งเจ้าหน้าที่ของยูเอ็น ไม่ให้พูดว่ายูเอ็นอยู่หลังฉากการฆ่ากันตายที่ลิเบีย จอร์เจีย หรือประเทศอื่นๆ เพราะไม่ใช่ความจริงถือว่ายูเอ็นปิดเสรีภาพเขาหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะยูเอ็นไม่ได้ทำ ดังนั้นสิ่งที่กำลังห้ามคือ การพูดเท็จ ที่ผ่านมาทั้ง กรธ.และ กกต.เองก็ไม่ได้ห้ามคนออกมาพูดเลย การที่ยูเอ็นออกแถลงการณ์ดังกล่าวอาจมีกระบวนการเบื้องหลัง คิดว่ายูเอ็นต้องเป็นกลาง ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับ

อึ้งผู้นำ นศ.เกือบครึ่งไม่รู้วันซาวเสียง

นายอธิวัฒน์ ปิยะนันท์วงค์ ประธานสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ กล่าวว่า สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาฯได้สำรวจความคิดเห็นผู้นำนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ หัวข้อ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่ คนราชภัฏเข้าใจหรือไม่” ผ่านระบบออนไลน์ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,230 คน ผลปรากฏว่า เมื่อถามถึงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พบว่า ร้อยละ 39.00 ไม่รู้เลย ร้อยละ 54.50 รู้บ้างไม่รู้บ้าง และมีเพียงร้อยละ 6.50 ที่รู้ดี เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าจะต้องไปออกเสียงประชามติวันใด ร้อยละ 55.29 ตอบว่าทราบวันลงประชามติ และร้อยละ 44.72 ตอบว่าไม่ทราบ ตนรู้สึกอึ้งกับผลสำรวจ เพราะผู้นำนิสิตนักศึกษายังไม่รู้วันลงประชามติ ดังนั้นสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาฯจึงขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปช่วยรณรงค์เพิ่ม

“บิ๊กป้อม” ยัน “บุญเลิศ” เอี่ยวป่วนจริง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 44/2559 ให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ระงับการปฏิบัติราชการชั่วคราวหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุพัวพันกับการขบวนการแจกเอกสารบิดเบือนรัฐธรรมนูญที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนว่านายบุญเลิศมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ตำรวจสอบสวนไป จะโยงไปถึงคนอื่นที่อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการถึงใครก็จับคนนั้น ว่ากันตามกฎหมาย เมื่อถามว่า สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเคลื่อนไหวคัดค้านเนื่องจากได้รับผลกระทบเพราะนายบุญเลิศ เป็นนายกสมาคมฯด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า “จะเคลื่อนไหวอะไรก็เขามีคดี จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ต้องโดนทั้งนั้น ตัวผมเองถ้ามีเรื่องก็ต้องโดนไม่ใช่ว่าจะต้องมาอ้างโน่น อ้างนี่ อย่าไปทำผิดเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก ทำตามกฎหมายเท่านั้น” เมื่อถามว่าใกล้ถึงวันลงประชามติ ดูเหมือนยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นเรื่อยๆ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่มีอะไรยุ่ง มีทำกันอยู่กลุ่มเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าประเทศมีความขัดแย้งอะไร เป็นเรื่องว่าใครเห็นอย่างไร อยากให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่านว่ากันไป

แจงพักงานเพราะกระทบประชามติ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช.มีคำสั่งที่ 44/2559 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ว่า มีรายงานเข้ามายัง คสช.หลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบหลักฐานที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องปลอมเอกสารร่างรัฐ– ธรรมนูญ เหตุที่ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน เพราะไปเกี่ยวเนื่องกับการลงประชามติ ปัจจุบันนายบุญเลิศครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว อยู่ระหว่างรักษาการตามคำสั่ง คสช. อย่างตำแหน่งอื่น เช่น ผู้ว่าฯ กทม.สามารถใช้เวลาตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่ไปกระทบอะไรในขณะนี้ ทั้งนี้กรณีนายบุญเลิศ ยังต้องตรวจสอบอีกว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงไหนอีก ทั้งหมดเป็นประโยชน์ของการตรวจสอบ ยังไม่ใช่การลงโทษอะไร

คุมก๊วนบิดเบือน รธน.สอบใน มทบ.11

ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ค่ายกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.โกศล ประทุม–ชาติ ผบ.มทบ.33 ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกรณีเผยแพร่จดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคเหนือเข้ารายงานตัว 11 คน เพื่อพูดคุยรวมถึงชี้แจงเหตุผล มีผู้มารายงานตัวเพียง 7 คน ได้แก่ นายคเชนทร์ เจียกขจร นายกเทศบาลตำบลช้างเผือก นายอติพงษ์ คำมูล น.ส.เอมอร ดับโศรก นางสุภาวดี งามเมือง นางกอบกาญจน์ สุตีคา น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ และนายวิศรุต คณะนิติสาร ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้เข้าโครงการคุ้มครองพยาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งหมดเดินทางโดยรถตู้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปยัง มทบ.11 เขตดุสิต กรุงเทพฯ เพื่อสอบสวน ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 สำหรับผู้ที่ไม่มารายงานตัว คือ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ที่เดินทางไปเยี่ยมลูกที่สหรัฐฯ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ หลานสาวของนายบุญเลิศ ในฐานะรองนายก อบจ. เชียงใหม่ นายเทวรัตน์ อินต้า และนายกฤตกร โพทะยะ ผู้ที่ไม่มาภายในวันที่ 27 ก.ค. จะถูกออกหมายจับ

ค้นรัง อบจ.เชียงใหม่คุ้ยหลักฐานเพิ่ม

เวลา 15.00 น. ที่สำนักงาน อบจ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมตำรวจและทหารกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสำนักงานอบจ.เชียงใหม่ มีเป้าหมายตรวจค้นคือห้องทำงานของผู้บริหารชั้น 4 ห้องทำงานของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ และห้องของ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ. รวมทั้งห้องทำงาน ของทีมเลขาฯ ตามคำสั่งของ คสช.เพื่อหาหลักฐานชิ้นสำคัญและขยายผลผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดี โดยตำรวจตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หาหลักฐานการออกคำสั่งการทำจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าคอมพิวเตอร์บางเครื่องถูกลบข้อมูลไปแล้ว จึงยึดซีพียูคอมฯในห้องนายบุญเลิศ 1 เครื่องและในห้อง น.ส.ทัศนีย์ 1 เครื่องยึดซีพียูกล้องวงจรปิดอีก 1 เครื่อง เพื่อนำไปตรวจสอบย้อนหลังว่ามีใครมาติดต่อช่วงก่อนมีเรื่องนี้บ้างและยึดเอกสารบางส่วนไปตรวจสอบด้วย

รวบ “ทัศนีย์” ขณะร้องเรียน ผบ.ตร.

เมื่อเวลา 12.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ เข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการเผยแพร่จดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ น.ส.ทัศนีย์กล่าวว่า ตนมาขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยืนยันว่าบุคคลในครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นห่วง น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ น้องสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.ทัศนีย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารรัฐธรรมนูญ ได้เข้าควบคุมตัว น.ส.ทัศนีย์ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2556 ฐานยุยงปลุกปั่น โดยจะนำตัวไปสอบปากคำที่ มทบ.11 ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

คสช.แจ้งกองปราบฯข้อหาซ่องโจร

ช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดี น.ส.ทัศนีย์ พร้อมพวกรวม 11 คน ในข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และข้อหาซ่องโจร ตามกฎหมายอาญา มาตรา 210 ทั้งนี้ กกต.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วย

จับหนุ่มอุบลฯใส่เสื้อโหวตโน–ตะโกนป่วน

ช่วงเย็น พ.ต.อ.ศิราเมษฐ์ ธานินพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมด้วยทหารและฝ่ายปกครอง ควบคุมตัวนายอติเทพ อิ่มวุฒิ ไปค้นบ้านพักที่หมู่ 8 ต.แจระแม อ.เมือง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมหลังสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนอักษรสีแดง ด้านหลังมีคำว่า “VOTE NO รธน.” แต่ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติมจึงปล่อยตัวไป หากมีหลักฐานหรือมีส่วนร่วมกระทำผิดจะเรียกตัวมาสอบสวนอีกครั้ง ขณะเดียวกันตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลฯ จับกุมนายวิชาญ ภูวิหาร ขณะยืนตะโกนเชิญชวนประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ไม่ให้ออกไปลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาก่อความวุ่นวาย โดยมุ่งหวังไม่ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดี

“วัฒนา” หยัน คสช.ดิ้นเฮือกสุดท้าย

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “วางอาวุธแล้วมอบตัวประชาชนล้อมไว้หมดแล้ว” ว่า คิดไว้แล้วว่าหัวหน้า คสช.จะต้องใช้มาตรา 44 จัดการกับนายก อบจ. เชียงใหม่ และจะต้องยกกำลังไปควบคุมตัวอีกหลายคน เป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเผด็จการที่จะรักษาอำนาจไว้ การสร้างความหวาดกลัวเป็นวิธีเดียวที่เหลืออยู่ เนื่องจากวาทกรรมที่เคยนำมาป้ายสีได้ผลคือนักการเมืองคัดค้านเพราะเสียประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจนำมาใช้ได้อีก เพราะกลุ่มที่ออกมาคัดค้านร่างฯที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือนักวิชาการ อาจารย์ นิสิต นักศึกษาและประชาชนรวม 43 องค์กร โดยไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เหลือเพียง 3 กลุ่มเท่านั้นที่ยังสนับสนุนเผด็จการคือ คสช. กรธ.และหัวหน้านกหวีด

ขู่อวดดีใช้อำนาจระวัง ปชช.ลุกฮือ

นายวัฒนาระบุว่า วันนี้ คสช.ทำให้คนไทยลืมความขัดแย้งที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เหลือคนเพียงสองกลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยกับกลุ่มสนับสนุนเผด็จการ นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งที่สามหลัง ต.ค.16 พ.ค.35 ที่นักการเมือง นักวิชาการ นิสิต นักศึกษาและประชาชนคิดเหมือนกัน ทุกครั้งที่ประชาชนรวมตัวกันได้เผด็จการย่อมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงอยู่ที่ คสช.ว่าดวงตาจะเห็นธรรมหรือไม่ หากผลประชามติออกมาว่าประชาชนไม่เห็นชอบ สิ่งที่ คสช.ควรทำคือรีบคืนอำนาจให้ประชาชนโดยจัดให้มีการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเลือกตัวแทนมาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดกติกาการปกครองประเทศกันเอง หากยังอวดดีกล้าใช้อำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชนเพื่อรักษาอำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบต่อไป คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามพุทธภาษิตว่า กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

“อ๋อย” อัดสิ้นคิดลุอำนาจป่าเถื่อน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำสั่งพักงานนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงจับกุมคุมขังน้องสาว โดยใช้กำลังทหาร ไม่ทำตามกระบวนการสอบสวนปกติ เป็นการกระทำของคนสิ้นคิด ลุแก่อำนาจที่เกิดจากการหวาดกลัวร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน จนทำให้ผู้มีอำนาจกระทำการอย่างป่าเถื่อน ไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมใดๆ เพียงเพื่อจะสกัดกั้นขัดขวางไม่ให้เผยแพร่ความเห็นต่างต่อรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ข่มขู่ สร้างภาพให้คนเห็นว่าการส่งจดหมายไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่โตร้ายแรงที่ต้องจัดการให้เด็ดขาด ในวันที่ 7 ส.ค.ขอให้ช่วยกันลดอำนาจเผด็จการของ คสช.เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจต่อไป

“เต้น” จวกหมาป่าขย้ำลูกแกะ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่ากรณีการใช้อำนาจมาตรา 44 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของนายก อบจ.เชียงใหม่ โดยเจ้าตัวยังยืนยันความบริสุทธิ์ แต่กลับไม่มีมาตรการใดๆกับผู้ว่าฯ กทม. ทั้งที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตมากมาย ถือเป็นการใช้อำนาจแบบไร้มาตรฐาน เล่นพรรคเล่นพวกหรือไม่ และการตั้งข้อหามาตรา 116 กับ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ เพื่อดึงเข้าเขตอำนาจศาลทหาร ใช้วิธีการหมาป่ากับลูกแกะ หน่วยงานความมั่นคงของชาติใช้วิธีการแบบนี้กับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ได้อย่างไร อย่าคิดว่าอำนาจจะบังคับความคิดคนได้ ถ้าทำขนาดนี้แล้วร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านจะอธิบายกับชาวโลกอย่างไร

“หญิงหน่อย” โวยทำเยี่ยงอาชญากร

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุม น.ส.ทัศนีย์ ถือเป็นการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนเป็นอาชญากรร้ายแรง ใช้อำนาจพิเศษข่มขู่คุกคาม ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการถูกกล่าวว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ ควรให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ให้ศาลวินิจฉัยว่าพฤติกรรมที่กระทำและเนื้อหาสาระในจดหมายผิดกฎหมายหรือไม่ การใช้กำลังทหารบุกเข้าควบคุมตัวเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ คสช.ควรจะทบทวนการกระทำดังกล่าว ส่วนที่อ้างว่าจดหมายที่ถูกพบ เข้าข่ายบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไม่น่าจะเป็นความผิด เพราะเป็นเพียงการแสดงความเห็นเป็นสิทธิตามกฎหมาย

พุทธะอิสระแจ้งจับ “ตู่” หมิ่นประมาท

เมื่อเวลา 08.30 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม 1 ในผู้ต้องหาร่วมกันเป็นกบฏในการชุมนุมร่วมกับกลุ่ม กปปส.เมื่อปี 56-57 เข้าพบพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เพื่อรายงานตัวและนัดการสั่งคดี โดยนายนภดล บุญศร อัยการฯ ได้แจ้งให้พระพุทธะอิสระมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย. จากนั้นพระพุทธะอิสระเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.จรัส แก้วสง่า รองสารวัตรสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า นายจตุพรอ้างว่าตนมีคดีถึง 9 คดีและมีโทษถึงประหารชีวิต โดยตนได้สอบถามอัยการแล้วว่าถูกดำเนินคดีเพียง 2 ข้อหา ไม่รู้ว่านายจตุพรเอาข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน

ทักษิณ” โพสต์สอนโมเดลธุรกิจ

คํ่าวันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊กเรื่องเทคโนโลยีกับการทำธุรกิจว่า ช่วงนี้เกิดธุรกิจใหม่ที่เกิดจากการใช้โมเดลธุรกิจใหม่ หรือใช้เทคโนโลยีมาผสมผสาน ทำลายธุรกิจเก่าที่ไม่ยอมปรับตัว หรือปรับตัวช้า อยากให้วันนี้คนที่สำเร็จอย่าหลงระเริง 2 อย่าง คือ อย่าหลงกับการใช้เงิน เช่น คนเล่นหุ้นได้ควรต้องกันเผื่ออนาคต อย่าเอาเงินทั้งหมดไว้ที่เดียว ต้องกระจายการลงทุน และคนทำธุรกิจต้องคิดว่าการแข่งขันมาจากรอบด้าน แข่งกับธุรกิจประเภทเดียวกัน หรืออาจแข่งกับการที่คนรุ่นใหม่มีโมเดลใหม่ๆที่ได้เปรียบโมเดลเดิมๆ หรือมีเทคโนโลยีเข้ามาก็ทำให้เปลี่ยนไป อยากบอกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องปรับตัวตามสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ ธุรกิจเปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิต ต้องปรับตัวตื่นตัวตลอด ต้องระวังทุกฝีก้าวในการเลือกโมเดลและการเดิน

“อภิสิทธิ์” โชว์จุดยืนไม่รับร่าง รธน. ซัดไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาชาติ จวกสิทธิเสรีภาพถดถอย ประเคนอำนาจ ส.ว.-ระบบราชการ เพิ่มคู่ขัดแย้งในสังคม ฉุดกลไกปราบโกงอ่อนแอ เปิดช่องอุทธรณ์คดีทุจริต จำเลยคดีจำนำข้าวรับอานิสงส์ 28 ก.ค. 2559 03:37 28 ก.ค. 2559 04:11 ไทยรัฐ