วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาคริต เผยสัมพันธ์ วุ้นเส้น ดีขึ้น รับห่วงความรู้สึกแม่หลังมีข่าวเยอะ

ชาคริตเผยสัมพันธ์วุ้นเส้น วิริฒิพา ดีขึ้น ขอบคุณข่าวที่ทำให้ย้อนกลับมาดูว่าจะทะเลาะกันทำไม ส่วนสาเหตุเป็นเพราะง้องแง้งกันมากกว่า ห่วงความรู้สึกของแม่หลังมีข่าวและกระแสวิจารณ์เยอะ รับเป็นช่วงชีวิตที่หนักที่สุด

ยังเป็นที่จับตามองสำหรับความสัมพันธ์ของคู่เลิฟอย่างพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม และวีเจ-นักแสดงสาว วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ที่มีปัญหาชีวิตคู่มาได้พักใหญ่ และเกิดกระแสวิจารณ์ตามมามากมาย โดยเฉพาะฝั่งหนุ่มคริตที่เจอกระแสวิจารณ์ค่อนข้างแรงพอสมควร ได้เจอชาคริตมาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์แฟชั่นใหม่สำหรับบุรุษ “Monlada Homme” ณ มนตร์ลดา สตูดิโอ ถ.เทศบาลสงเคราะห์ เลยให้เจ้าตัวอัพเดตถึงเรื่องชีวิตคู่ให้ฟัง

ซึ่ง ชาคริต เผยว่า “ดีๆๆ ไม่มีอะไรครับ เวลามันลงมันก็ต้องขึ้น คนเราพอกระทบกระทั่งกันมันมีทุกบ้านแหละ พอมันเป็นเรื่องของอารมณ์มันก็ไม่มีทางดีขึ้นได้ แต่พอเราหยุดย้อนกลับมาดูตัวเอง ย้อนกลับมาดูภาพรวม เรารักกันมันต้องดีขึ้นอยู่แล้ว” หลังจากให้สัมภาษณ์รอบที่แล้ว ได้กลับไปคุยกับวุ้นเส้นรึยัง? “คุยกันตลอดครับ แต่เราก็แค่พูดเรื่องสัจธรรมชีวิตเนอะ เป็นกลางซะมากกว่า จริงๆ ต้องขอบคุณข่าวเหมือนกัน พอมีข่าวออกไปแล้วคนก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า มันก็เริ่มไปกันใหญ่แล้ว เราก็ย้อนกลับมาดูว่าเราจะทะเลาะกันทำไม เราก็รักกันดีกว่า มันก็เลยจบแล้วยิ้มแฮปปี้แค่นี้แหละ เป็นเรื่องปกติ ผมว่าช่วงความสุขมีเยอะกว่าเยอะ” สถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นมากๆ เลย? “มันดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว คนเรามันเหนื่อยจากงาน มันล้า มันก็มีเรื่องเอาแต่ใจบ้าง แต่สุดท้ายคนเรารักกันมันก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว มันก็ทำให้ดีขึ้น ถามว่าเจอกันทุกวันไหมก็ต้องเจอ พอว่างปุ๊บก็ต้องรีบมาเจอกันครับ อย่างที่บอกว่าทำงานหนักทั้งคู่ครับ” จะอัพรูปคู่หวานๆ ให้แฟนๆ อุ่นใจไหม? “จริงๆ ก็ถ่ายตลอดนะ แต่บางทีไม่ค่อยได้อัพ นอกจากจะไปเที่ยวเมืองนอกจริงๆ ถึงจะถ่าย มีวิวสวยๆ อาหารอร่อยๆ เดือนหน้าก็มีไปเที่ยวกัน คงจะได้อัพรูปกันแน่ๆ” กดดันมากน้อยขนาดไหนที่โดนจับตาแทบทุกวัน? “จริงๆ แล้วมันก็ดีนะ มันเหมือนเป็นการเตือนสติให้เราต้องรู้ตัวว่าบางทีใช้โทสะหรืออารมณ์มาก คนก็ทำเพื่อตัวเองทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีใครไม่รักตัวเอง ไม่มีใครไม่เอาแต่ใจหรอก มันมีมุมนั้นอยู่แล้ว แต่พอมีคนให้กำลังใจหรือคอยจับตาดู มันทำให้เราต้องย้อนดูตัวเอง เบรกตัวเองเร็วขึ้น ต้องขอบคุณด้วยที่ทำให้หยุดใช้อารมณ์กันได้แล้ว”

เราหาจุดกึ่งกลางได้แล้วใช่ไหม? “คือจริงๆ มันมีอยู่แล้วแหละ แต่อย่างที่บอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันง้องแง้งงอแง ไม่ได้มีเจตนาร้ายใส่กัน แต่บางครั้งง้องแง้งกันมากไปก็เหนื่อยเกินไปเหมือนกันเนอะ เพราะเราก็ทำงานกันเยอะทั้งคู่ มันไม่ใช่แค่เหนื่อยคนใดคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องปกติของทุกคู่ที่ถ้ามันลงแล้วก็ต้องขึ้นก็แค่นั้น” คนรอบข้างให้กำลังใจถามไถ่เยอะไหม? “ทุกคนก็เป็นกำลังใจให้หมด แต่ด้วยหน้าที่ของผมมันไม่ใช่แค่งาน ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองอย่างเดียว แต่มีคุณแม่ด้วยซึ่งสำคัญที่สุด เขาป่วย แล้วเขาเลี้ยงเรามาขนาดนี้ก็ต้องทดแทนบุญคุณ เราก็ภูมิใจที่ดูแลเขาได้ สามารถต่อชีวิตเขาได้ ก็ขอโฟกัสตรงนี้เป็นหลักพอสมควรเหมือนกันเพราะว่าสุขภาพใจความสุขของเขาค่อนข้างเปราะบาง ฉะนั้นก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ดีมากๆ ครับ” ที่เราเคยให้สัมภาษณ์ก็มีกระแสวิจารณ์พอสมควร? “ผมว่าเรารู้จักกันมานานแล้วเนอะ ผมก็ทำงานของผมมาแบบนี้มานานแล้ว คนรักก็มี คนที่อยากรู้เรื่องอยากโจมตีก็คงมี เราก็ไม่เคยยุ่งอะไรกับเขาเนอะ ก็สุดแล้วแต่ แต่คนที่อยู่รอบข้างผม คือดูวิธีชีวิตผมก็ทำงานกลับบ้านทุกวัน ดูแลแม่ เรารู้จักกันมานานคงไม่ต้องพูดแล้วเพราะผมเองทำงานตรงนี้ตั้งแต่รุ่นเก่าจนรุ่นใหม่เนี่ย เราผ่านอะไรมาเยอะมาก ผมเองก็โดนอะไรมา ผมไม่ค่อยเอาเรื่องส่วนตัวมาพูด เพราะชีวิตผมมันไม่มีอะไรเลย ธรรมดามาก ฉะนั้นระยะเวลาเป็นสิ่งที่บอกทุกอย่างมาทุกๆ ครั้ง คงไม่ต้องไปเท้าความถึง แต่ว่าขอเบรกบ้างเพราะว่ามันมีผลกระทบต่อครอบครัว สิ่งที่มันเปราะบางอยู่ตอนนี้อย่างที่บอกคือคุณแม่ เพราะฉะนั้นสนุกปาก สนุกนิ้ว คิดจะพิมพ์ คิดจะเขียนอะไร ก็คิดกลับนิดนึงว่าถ้าเป็นคุณจะรู้สึกยังไง มันเป็นเรื่องคนสองคน มันไม่มีอะไรหรอก อย่ามโนกันไปเยอะ”

เราได้กันคุณแม่ออกจากข่าวพวกนี้ไหม? “คือบางทีมันยากเพราะว่าบางครั้งคนโทรมา เขาเองก็ตอบอะไรไม่ได้เยอะ เพราะเขาอยู่ในช่วงเริ่มหัดพูด รื้อฟื้นสมองหลายๆ อย่าง มันทำร้ายกันเกินไป ฉะนั้นก็ขอไว้ด้วยแล้วกันเนอะ หัวใจของลูกคนนึงที่มันต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดครับ” น้อยใจไหมเวลามีอะไรคนก็โจมตี? “ไม่หรอก เพราะเขาไม่มีผลลบผลบวกอะไรกับเรามาโดยตลอด เราก็ทำให้ดีที่สุดต่อการทำงาน กับสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ เรื่องที่จะรักสนุกผมว่าเป็นเรื่องเก่าแล้ว เราอายุขนาดนี้เราผ่านมาหมดแล้ว ถ้าใครจะมาบอกว่ากินเหล้าเมา โอ้โห อายุ 38 ใช้ชีวิตมาขนาดนี้ ถ้าบอกว่าไม่เคยก็คงตลก แต่มาถึงจุดนี้แล้วจะมานั่งทำตัวแบบนี้หรือยังติดรักสนุก ผมว่าผมใช้ชีวิตคุ้มเกินคุ้มมาแล้ว ผมคงไม่ต้องกลับไปคิดถึงมันขนาดนั้น” เราอธิบายให้คุณแม่ฟังไหม? “ก็ยากเพราะด้วยงานด้วยอะไร แต่พอเจอกันทีไร ตราบใดที่เรายังยิ้มอยู่ มันก็เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เพราะเขาเองก็มีเราอยู่คนเดียว เราเองก็มีเขาแค่คนเดียว ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้หรอก มันไม่ได้สนุกเลย แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ด้วยความที่เราเป็นลูก เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด ทั้งที่เวลาน้อย งานก็หนัก ด้วยความที่สติสัมปชัญญะเขามีครบ เขาก็ห่วงเราเหมือนเดิม แต่มันอาจมีเรื่องการสื่อสารที่มันค่อนข้างลำบาก คนที่เคยทำได้ทุกอย่างแต่พอจะนึกแล้วมันไม่มามันทรมานนะ เราเห็นแล้วจิตใจมันทุกข์”

ถือเป็นช่วงที่หนักที่สุดในชีวิตไหม? “ก็ใช่ ตั้งแต่ต้นปีมา หลายอย่างที่เกิดขึ้นผมว่าผมก็ภูมิใจในตัวเองระดับนึงที่เราแข็งแรงมาก็จัดแจงทุกอย่างได้ครับ” ตอนนี้มีกำหนดกลับมาอยู่ด้วยกันไหม? “ไม่หรอก มันก็ไม่ได้มากำหนด มันไม่ใช่เกม เป็นช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตที่ต้องใช้เวลาบ้าง ถึงเวลาด้วยความรักมันก็กลับมาอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าทุกอย่างมันเกิดจากความรัก เพราะฉะนั้นมันก็ต้องทำให้มันดีครับ” การที่เราเหมือนต้องแยกกันอยู่มันยากไหม? “สำหรับผม ผมว่าคนเราเวลามีจุดประสงค์ที่เราทำอะไร เราต้องมั่นคงในจุดประสงค์ ผมเชื่อว่าทุกคนมันมีอารมณ์รักอิสระ แต่สำหรับผม ผมไม่ได้ต้องการ ชีวิตผมเหมือนเดิมเลย ถามว่าเปลี่ยนไหมมันไม่ได้เปลี่ยนเยอะ ถ้าจะเปลี่ยนก็แค่เปลี่ยนที่นอน เดี๋ยวพอสุดท้ายก็ไปเที่ยวใช้ชีวิตเหมือนเดิมตามปกติ เราทำงานคนละเวลา ต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ฉะนั้นเวลามีอะไรที่มันกวนใจขึ้นมาก็สเต็ปแบ็กดีกว่า เพราะเราต้องตื่นมารับผิดชอบงานกัน มันไม่มีอะไร จบ (หัวเราะ)”.

ชาคริตเผยสัมพันธ์วุ้นเส้น วิริฒิพา ดีขึ้น ขอบคุณข่าวที่ทำให้ย้อนกลับมาดูว่าจะทะเลาะกันทำไม ส่วนสาเหตุเป็นเพราะง้องแง้งกันมากกว่า ห่วงความรู้สึกของแม่หลังมีข่าวและกระแสวิจารณ์เยอะ รับเป็นช่วงชีวิตที่หนักที่สุด 28 ก.ค. 2559 02:34 ไทยรัฐ