วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่านไม่ผ่านก็ปรับ ครม.

ไม่โอละพ่อเหมือนเด็ก 8 ขวบ ไม่ฮาเหมือนลิงแสมฉีกบัญชีรายชื่อ

ตามฉากดุดัน ล่าสุดนายทหารพระธรรมนูญได้เข้าล็อกตัว “น้องกุ้ง” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย คาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในจังหวะ ที่เจ้าตัวเดินทางมารอเข้าพบ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

เพื่อขอเคลียร์ความบริสุทธิ์ใจในกรณีถูกโยงกับการแจกเอกสารรัฐธรรมนูญปลอม

ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2556 ฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 โดยนำตัวไปสอบปากคำที่ มทบ.11 เป็นเวลา 7 วัน ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในจังหวะไล่เลี่ยๆกับ พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 ได้เชิญตัวบุคคลที่ เกี่ยวข้องกับกรณีจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ เข้ารายงานตัวในค่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ อาทิ นายคเชน เจียกขจร นายกเทศบาลตำบลช้างเผือก น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ และพวกรวม 7 คน

โดนกันเป็นลูกระนาด ต่อเนื่องกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 44/2559 ให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ชั่วคราว ข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งจดหมายเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญปลอม

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” โดน “ของแข็ง” เซ่นเกมป่วนประชามติ

จัดเป็นคิวของคนยี่ห้อเพื่อไทย เครือข่ายใกล้ชิดตระกูลชินวัตร เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองหลวงกลุ่มเสื้อแดง นปช.

แต่นั่นก็ยังแค่ส่อโยง ไม่ชัดว่ามี “บอสใหญ่” สั่งอยู่ข้างหลัง

ต่างกับคิวโจ่งแจ้งซึ่งๆหน้าที่ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนในนามส่วนตัว ประกาศ “โหวตโน” ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

แถมโดยสถานะยี่ห้อ “อภิสิทธิ์” กระตุกแรงสะเทือนมากกว่าหลายเท่า

ถือว่าเข้าเหลี่ยมตรงเงื่อนไขการชี้นำประชามติ ต้องจับตางานนี้ คสช.จะจัด “ของแข็ง” ให้หัวหน้าค่ายประชาธิปัตย์หรือไม่ รุนแรงในระดับใด

ในขณะที่แนวโน้มก็เหมือนจะรู้คำตอบล่วงหน้า

จับอาการเครือข่าย “พี่ใหญ่” ที่นัดถกกันเมื่อค่ำคืนก่อน ประกอบกับทีมงานรัฐมนตรีท็อปบูตเบอร์ใหญ่ๆ ที่สะท้อนข่าวกรองกันวงใน ประเมินสถานการณ์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” อยู่ในภาวะก้ำกึ่ง

ณ ห้วงนี้แนวโน้มออกไปในทางโดนคว่ำมากกว่าผ่าน

นั่นก็กระตุกอาการเครียดของทีมงาน คสช. ในการเคลียร์โจทย์ปัญหาจะเดินหน้าต่อกันยังไง

ตามจังหวะเดินหมากข้ามช็อตไปถึงการประคองเกมรัฐบาลทหารที่ต้องลากยาวต่อไป ในสภาพที่รัฐมนตรีท็อปบูตต่างคนต่างเกิดอาการเหนื่อยล้า หลังแบกอำนาจพิเศษหลังแอ่นมา 2 ปีกว่า

ถึงเวลาเริ่มหมดสนุก อารมณ์เซ็งกับสถานะ ครม.จำเป็น ไม่ได้ใช้ชีวิตตามวิถีปกติของคนเกษียณที่ต้องหาความสุขในบั้นปลาย ตีกอล์ฟ เดินเที่ยวห้าง นั่งเล่นกับหลาน

นั่นไม่เท่ากับอันตราย เส้นทางวิบากที่เห็นกันข้างหน้า สารพัดปัญหาที่ดักรออยู่ไม่ว่าจะเป็นปมเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ ไหนจะการบริหารการเมืองอยู่บนวิกฤติความแตกแยก ที่หัวเชื้อความขัดแย้งยังกรุ่นระอุได้ตลอดเวลา สถานการณ์วนกลับมาที่เก่าไม่ได้ก้าวผ่านหลุมดำไปไหน

และถึงตรงนี้ไม่ใช่แค่ฝ่ายต่อต้าน แม้แต่ฝ่ายเดียวกันที่เคยร่วมกันโค่นระบอบ “ทักษิณ” ก็แตกคอกันไป เพราะไม่สมประโยชน์ ไม่พอใจในผลตอบแทนในเกมอำนาจและผลประโยชน์ที่ทหารแชร์มาให้ เลยหันปลายหอกปลายดาบมาล่อ คสช.

แต่ถึงจะล่อแหลม เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยังไง โดยเงื่อนไขไฟต์บังคับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และทีมงาน คสช.ก็ถอยไม่ได้ ภายใต้เงื่อนสถานการณ์ที่ต้องรับผิดชอบกับ “สภาพปัญหาที่แท้จริงของประเทศ”

ปฏิเสธไม่ออก กระโดดลงหลังเสือไม่ได้

เมื่อเป็นเรื่องที่ต้องหาทางลากฝืนไปให้ได้ ก่อนอื่นใดก็ไม่พ้นต้องเดินตามแบบฟอร์มเดียวกับรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง ที่ถึงจังหวะต้องกระตุกชีพจร ต่อลมหายใจรัฐบาล

จับสัญญาณหลังประชามติ ต้องมีคิวปรับ ครม.แน่.

ทีมข่าวการเมือง

28 ก.ค. 2559 00:43 ไทยรัฐ