วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงคราม (ลูกหนัง)

ควันหลงเกมซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ไทยลีก คู่ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังมีออกมาให้ได้เสพกันอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งคือประเด็นของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ที่ถูกแฟนเซราะกราวหาว่า เป็นผู้ทรยศ หลังเจ้าตัวออกอาการสะใจเอามากๆ หลังพาทีมใหม่พิชิตชัยเหนือทีมเก่าได้ด้วย

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมไม่อยากจะออกความคิดเห็นอะไรมากมาย แม้จะเห็นว่ามันเกินงามไปหน่อยก็ตาม เพราะเชื่อว่าเรื่องบางเรื่องถ้าใครไม่โดนกับตัวก็คงจะไม่รู้สึกเท่า

ซึ่งต่อมากัปตันทีมชาติไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความทางสื่อโซเชียลใจความประมาณว่า หากแฟนบอลบุรีรัมย์ยังมีเขาอยู่ในหัวใจจริงๆ ก็คงไม่ตะโกนด่าเขาตลอดตั้งแต่เกมยังไม่เริ่มยันเกมจบหรอก

“คำว่าเสียใจของพวกคุณคูณไปอีกพันเท่า นั่นคือความเสียใจของผม” นี่คือประโยคทิ้งท้าย

นัยแบบจะบอกว่า “มันจบแล้วครับนาย”

อีกประเด็นสำคัญซึ่งเป็นที่ให้ด่ากันจมหู คือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน

ผมดูเกมนี้ทางหน้าจอโทรทัศน์กับพี่ๆน้องๆ นักข่าว หันไปทางไหนก็มีแต่คนส่ายหัวลงความเห็นว่า “กรรมการ ไม่เอาไหน”

เกมนี้เชิ้ตดำทำหน้าที่ผิดพลาดบ่อยครั้ง

ยิ่งจังหวะที่เป่าให้จุดโทษกับทีมเยือน หลังจากที่ “ดิโอโก หลุยส์ ซานโต” กระโดดสะดุ้งโหยง เหมือน “ไส้เดือนโดนไฟช็อต” ในเขตโทษนั่นยิ่งแล้วใหญ่

นอกจากจะแสดงถึงความห่วยของผู้ตัดสินแล้ว ในขณะเดียวกัน ดิโอโกเองก็ได้พิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่า นอกจากเขาจะเล่นบอลโคตรเก่งแล้วยังเล่นละครได้ (แย่) อีกด้วย

ผมเชื่อว่าแฟนบอลของบุรีรัมย์เองก็คงไม่อยากได้ประตูที่น่าอายแบบนี้หรอกครับ เพราะมันเหมือนเป็นของแถม เป็นประตูที่ไม่ได้มาด้วยความสามารถแบบลูกผู้ชาย เสียศักดิ์ศรีเปล่าๆ

การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมีปัญหามาโดยตลอด จะด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ผมถือว่าเรื่องนี้สมาคมฟุตบอลฯควรจะเข้ามามีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะถือเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่โดยตรง

การสั่งแบนก็ถือเป็นการลงโทษส่วนหนึ่ง แต่มันก็น่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้

ที่ผ่านมาก็ได้แต่เฝ้าบอกว่าเรื่องของการผลิตผู้ตัดสินที่มีคุณภาพอาจต้องใช้เวลาหน่อย ผมก็เข้าใจนะ เพียงแค่ไม่อยากให้วงการฟุตบอลบ้านเรามันเสื่อมถอยความนิยมจนต้องย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาก็เท่านั้น กว่าจะขุนกันมาได้ขนาดนี้มันแสนสาหัส

ประเด็นสุดท้ายที่ถือว่าถูกพูดถึงมากอีกประเด็นในเกมนี้คือการพากย์ของผู้บรรยายกับจังหวะจุดโทษที่เป็นที่ครหา ซึ่งมีผู้บรรยายท่านหนึ่งพยายามใช้คำว่า “บอดี้ เช็ก” อยู่หลายครั้ง

แต่คิดไปคิดมา...ผมไม่เขียนถึงประเด็นนี้ก็แล้วกัน เพราะเจ้าตัวเองก็บอบช้ำพอสมควรแล้วจากการโดนถล่มในโลกโซเชียล...เอาเป็นว่าให้กำลังใจในการปรับปรุงและพัฒนาทักษะการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็แล้วกัน

ชั่วโมงนี้เมืองทองฯปะทะกับบุรีรัมย์มันเปรียบเสมือนการทำสงครามกันไปแล้ว

พุธที่ 3 ส.ค.นี้ จะมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมฯ

ซึ่งแน่นอนว่าเกมนี้จะต้องดุเดือดเลือดพล่านกว่าทุกๆเกมที่ผ่านมาแน่

จะมีดราม่าอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ติดตามให้ดีห้ามกะพริบตา

บอดี้ เช็ก ครับ บอดี้ เช็ก!!!!


พาวเวอร์บอมบ์

28 ก.ค. 2559 00:22 ไทยรัฐ