วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรกรบุรีรัมย์ ร้องดีเอสไอ เอาผิดห้างหุ้นส่วนขายปุ๋ย ฉ้อโกง ปชช.

เกษตรกร จ.บุรีรัมย์ ร้องดีเอสไอ ถูกฟ้องทุจริตปุ๋ยโครงการ ทั้งที่หน่วยงานรัฐนำปุ๋ยมาแจกบอกฟรี ไม่เคยมีปัญหา หนุนส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ถึงวันกลุ่มแม่บ้านถูกฟ้องร้องมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล. วอนดีเอสไอช่วย

วันนี้ (27 ก.ค.) เวลา 13.30 น. น.ส.ดวงพร แหวนเพชร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ผู้เสียหายประมาณ 20 คน เดินทางมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แห่งหนึ่ง ฐานฉ้อโกงประชาชน โดยมี นายณัฐวุธ นิติวรยุทธ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

น.ส.ดวงพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากทาง จ.บุรีรัมย์ มีโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนทั่วจังหวัดเพื่อจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ช่วงระหว่างปี 2555-2558 ก่อนนำปุ๋ยมาแจกจ่ายฟรีให้กับสมาชิกฯ และไม่เคยมีปัญหามาก่อน จนกระทั่งเมื่อเดือน พ.ค.2558 เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ ได้เรียกประชุมกลุ่มแม่บ้านฯ พร้อมให้จัดทำโครงการเพื่อขอเสนอรับเงินอุดหนุนผ่านสำนักงานเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ ส่งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ แล้วส่งไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้อนุมัติโครงการดังกล่าว

น.ส.ดวงพร กล่าวอีกว่า ต่อมา มิ.ย.2558 กลุ่มแม่บ้านฯ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ ให้ไปทำสัญญาสั่งซื้อปุ๋ยกับห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว โดยไม่ทราบรายละเอียด จากนั้นได้มีรถบรรทุกนำปุ๋ยมาส่งมอบให้กับกลุ่มแม่บ้านฯ ในแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งการส่งมอบปุ๋ยนั้นมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทห้างหุ้นส่วนนำเอกสารมาให้กลุ่มแม่บ้านฯ ลงชื่อในใบสั่งซื้อและรับปุ๋ย อ้างว่าจะนำไปส่งต่อ อบจ. บุรีรัมย์ เพื่อรับเงินตามจำนวนที่นำถุงปุ๋ยมาส่งตามงบประมาณประจำปี

"จากนั้น ต.ค.2558 บริษัทห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ได้ส่งหนังสือมาทวงถามค่าปุ๋ยกับกลุ่มแม่บ้านฯ พร้อมอ้างว่าได้สั่งซื้อปุ๋ยตามจำนวนใบสั่งซื้อตามเอกสารที่ได้เซ็นไป ทางกลุ่มจึงได้สอบถามไปยัง อบจ.บุรีรัมย์ พบว่าโครงการยังไม่ได้มีการอนุมัติเงินงบประมาณ เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งชะลอโครงการสืบเนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาตรวจสอบและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ทบทวนการดำเนินโครงการดังกล่าวด้วย" นางดวงพร กล่าว 

นางดวงพร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า การกระทำของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดังกล่าว เป็นการปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน คือ เงินค่าปุ๋ยจากกลุ่มเกษตรกรที่ลงชื่อในเอกสารใบสั่งซื้อและรับสินค้า รวมทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ อบจ.บุรีรัมย์ บางรายเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องที่มีผลกระทบกลุ่มแม่บ้านฯ ส่งผลให้ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนอย่างหนัก กระทบกับประชาชนทั้งจังหวัดนับหลักแสนคน รวมความเสียหายร่วม 200 ล้านบาท

น.ส.ดวงพร กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับวันนี้กลุ่มตนเป็นตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอโนนสุวรรณและอำเภอหนองหงส์ เดินทางมาร้องทุกข์กับ ดีเอสไอ เนื่องจากว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด แห่งนี้ ได้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับเกษตรกรทั้ง 2 อำเภอที่เซ็นชื่อในใบสั่งซื้อปุ๋ย เรียกค่าเสียหายรวมประมาณ 16 ล้านบาท นอกจากนี้ ในวันที่ 11 ก.ย.59 ศาลแพ่งจังหวัดบุรีรัมย์จะมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว จึงอยากให้ ดีเอสไอ ช่วยตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด