วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สลด! พ่อเลี้ยงเมา ซ้อมลูกวัยขวบครึ่งดับ ครอบครัวไม่มีแม้เงินค่าทำศพ

เกิดเหตุพ่อเลี้ยงเมา ทำร้ายลูกเลี้ยง เด็กชายวัย 1 ขวบ 5 เดือน เสียชีวิต ที่สงขลา ด้านครอบครัวไม่มีแม้เงินค่าทำศพ นร.ที่มาช่วยงานแห่แชร์เรื่องราว จนมีผู้ใจบุญทยอยมาช่วย ก่อนเตรียมเผาในวันพรุ่งนี้ ขณะพ่อเลี้ยงถูก ตร.จับแล้ว

วันที่ 27 ก.ค. ที่ จ.สงขลา ได้มีการแชร์เรื่องราวของชะตากรรมหนูน้อยรายหนึ่งซึ่งมีอายุเพียงแค่ 1 ขวบ 5 เดือน ซึ่งถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ขณะนี้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่วัดเกาะเสือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้ใจบุญทราบเรื่อง ไปช่วยกันทำบุญให้กับหนูน้อย เนื่องจากครอบครัวลำบากไม่มีแม้ค่าจัดงานศพ

ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง โดยหนูน้อยเคราะห์ร้ายรายนี้คือ ด.ช.โจ (นามสมมติ) อายุ 1 ขวบ 5 เดือน ซึ่งเสียชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ โดยบรรยากาศภายในงานศพเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงแม่ และน้าสาว รวมทั้งเพื่อนบ้าน และนักเรียนของโรงเรียนพาณิชยการหาดใหญ่ ที่ไปช่วยงานศพเท่านั้น ในขณะที่แม่ยังไม่สะดวกที่จะเปิดเผยรายละเอียด

นางสาวหน่อย (นามสมมติ) อายุ 25 ปี น้าสาวของน้องโจ เล่าว่า เมื่อช่วงตี 2 คืนวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา แม่ของน้องโจ บอกว่าลูกชายมีอาการท้องบวม หน้าบวม และปัสสาวะไหลผิดปกติ จึงนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่หลังจากแพทย์ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดพบว่า เด็กถูกทำร้ายอย่างรุนแรง จนอวัยวะภายในแหลกเหลวและได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงสอบถาม นายแบงก์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของน้องโจ บอกว่า น้องโจ ตกรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บ แต่แพทย์ยืนยันว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เกิดจากการถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ทางแพทย์จึงแจ้งเรื่องไปยังตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ก่อนเชิญพ่อเลี้ยงและแม่เด็กไปสอบสวน จนในที่สุดพ่อเลี้ยงยอมรับสารภาพ ให้การว่าเป็นคนทำร้ายน้องโจ โดยการชกหน้าและกระทืบซ้ำเพราะความเมา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพ่อเลี้ยงดำเนินคดี

ทั้งนี้ หลังจากที่น้องโจเสียชีวิต ทางครอบครัวแทบไม่มีแม้กระทั่งเงินจัดงานศพ มีเพียงเพื่อนบ้านรวมทั้งนักศึกษาจากโรงเรียนพาณิชยการหาดใหญ่ มาช่วยงานพร้อมกับนำเรื่องราวของน้องโจแชร์ผ่านสังคมออนไลน์ กระทั่งมีผู้ใจบุญมาบริจาคเงิน อาหาร และค่าดอกไม้ประดับงานศพ เนื่องจากสงสารเด็ก

ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่า เมื่อตอนน้องโจ อายุ 5 เดือน เคยถูกแม่นำไปทิ้งนั้น น้าสาวยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากแม่เด็กทำงานกลางคืนและพักผ่อนในตอนกลางวันไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงดู เพื่อนบ้านจึงสงสารนำไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กใกล้บ้าน โดยครอบครัวนี้ มีลูกสองคน น้องโจเป็นคนเล็ก ส่วนคนโตอายุ 5 ปี และเป็นลูกเลี้ยงของนายแบงก์ ทั้งสองคน

ด้าน ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายแบงก์ พ่อเลี้ยงฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขณะนี้ได้ส่งตัวไปฝากขังผัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำ จ.สงขลา แล้ว จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายน้องโจจริง โดยอ้างว่าในวันเกิดเหตุอยู่ในอาการเมาสุราและน้องโจได้ขึ้นไปเล่นบนรถจักรยานยนต์ ทำให้โมโหเลยชกไป 10 ครั้ง และน้องโจเดินร้องไห้ไปหาแม่ และไม่คิดว่าอาการจะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศงานศพภายในวัดเกาะเสือ ซึ่งเป็นไปอย่างโศกเศร้าและเรียบง่าย ปรากฏว่าได้มีญาติฝ่ายพ่อเลี้ยง กลุ่มหนึ่งแสดงความเห็นต้องการนำศพน้องโจกลับไปทำพิธีแบบศาสนาอิสลามโดยการฝังไม่ให้ทำพิธีแบบเผาศพ แต่ฝ่ายแม่น้องโจรวมทั้งเพื่อนบ้านและเด็กนักเรียนที่มาร่วมงานตั้งแต่เริ่มงานวันแรกไม่ยอม ต้องการทำพิธีศพแบบศาสนาพุทธโดยการเผาศพ จนเกิดปัญหาโต้เถียงกันวุ่นวายภายในวัด ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม และอ้างสิทธิ์กันวุ่นหวิดปะทะเพื่อจะรับศพไปทำพิธีกันเอง เถียงกันนานกว่า 1 ชั่วโมง จนเรื่องร้อนถึงตำรวจต้องเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ร.ต.อ.เสรี โชคผ่อง พนง.สภ.หาดใหญ่ ได้เดินทางมาที่วัด เพื่อระงับเหตุที่เกิดขึ้น ก่อนชี้แจงทำความเข้าใจกับญาติทั้งสองฝ่าย ให้ยุติเหตุวุ่นวายกลางงานศพของน้องโจ เด็กน้อยเคราะห์ร้าย เพื่อให้เด็กได้ไปสู่สุคติอย่างสงบสุข โดยให้สิทธิ์ขาดที่แม่ของเด็กเพียงผู้เดียว เนื่องจากเป็นมารดาของเด็ก มีสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย ในที่สุดก็ตกลงกันได้ด้วยดีและไม่มีเหตุรุนแรง โดยจะทำพิธีเผาศพน้องโจในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ค.)