วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ ยัน ไม่ปรับขึ้นราคา ปัดสายส่งฉวยโอกาสเอง

กรมการค้าภายใน เผย ผู้ผลิตน้ำอัดลม 3 รายใหญ่ ยัน ไม่ได้ปรับขึ้นราคาขาย ทั้งขวดแก้ว-กระป๋อง ยังขายที่ 10 บาท เหตุไม่มีปัจจัยกดดันราคา ส่วนกระป๋อง 12 บาท ผู้ผลิตขอลดไซส์ลงจาก 15 บาท ตั้งแต่ปี 56 ปัดสายส่งดอดฉวยโอกาสขึ้นราคาขายเอง ด้านร้านค้าเจ้าทุกข์ ชี้ล่าสุด สายส่งแจ้งไม่ขึ้นราคาแล้ว...

วันที่ 27 ก.ค.59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่น้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งปรับขึ้นราคาขายชนิดขวดแก้ว และกระป๋องอีก 2 บาท เป็นขวด/กระป๋องละ 12 บาท ว่า จากการสอบถามผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ทั้ง 3 ราย ยืนยันว่า ยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาขาย ทั้งชนิดขวดแก้ว และกระป๋อง โดยยังขายราคาเดิมที่ขวด/กระป๋องละ 10 บาท และหากจะปรับขึ้นจริง โดยอ้างราคาน้ำตาลทรายแพง และกระทรวงการคลังจะเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไม่ใช่เหตุผลที่เหมาะสม เพราะผู้ผลิตซื้อน้ำตาลทรายถูกกว่าผู้บริโภค อีกทั้งกระทรวงการคลังยังไม่ได้ขึ้นภาษีจริง สำหรับชนิดกระป๋อง ผู้ผลิตได้แจ้งขอปรับราคาใหม่มาตั้งแต่ปี 56 โดยได้ปรับลดขนาดจาก 325 มิลลิลิตร (มล.) กระป๋องละ 15 บาท เป็น 245 มล. ราคา 12 บาท และมีขนาด 240 มล. ราคา 10 บาท ซึ่งขนาดนี้มีเฉพาะน้ำส้มเท่านั้น

"บริษัทยืนยันว่า ยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาขายทั้งแบบขวดแก้ว และแบบกระป๋อง แต่กรณีที่ร้านค้าร้องเรียน โดยอ้างสายส่งแจ้งให้ปรับขึ้นราคานั้น เป็นไปได้ว่า เป็นการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาของสายส่งเอง โดยบริษัทแม่ไม่ทราบเรื่อง ซึ่งกรมฯ จะตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ถ้าสายส่งฉวยโอกาสขึ้นราคาเอง จะมีความผิด โดยมีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ"

ทั้งนี้ จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวรายงานไปว่า มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มได้ร้องเรียนว่า ผู้ผลิตน้ำอัดลมรายหนึ่ง ได้แจ้งปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำอัดลมขวดแก้ว และกระป๋อง อีก 2 บาท ทำให้ราคาขายปรับขึ้นเป็น 12 บาท จากเดิม 10 บาท โดยให้เหตุผลว่า ต้นทุนวัตถุดิบ คือ น้ำตาลทรายสูงขึ้น และได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (ร้านค้าร้องพาณิชย์! น้ำอัดลมขึ้นราคาเพิ่ม 2 บ. ผู้ผลิต อ้างน้ำตาลแพง)

ล่าสุด วันนี้ (27 ก.ค.59) ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มรายดังกล่าว แจ้งว่า สายส่งแจ้งไม่ปรับขึ้นราคาขายแล้ว โดยไม่ให้เหตุผลใดๆ ส่งผลให้ราคาขายแบบขวดแก้วยังอยู่ที่ขวดละ 10 บาท และแบบกระป๋อง อยู่ที่ 10 บาท และ 12 บาทเช่นเดิม.