วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผาแล้ว 3 ศพแม่ลูก ถูกฆ่าในเยอรมัน! คาดใช้ 3 แสน นำอัฐิกลับกาฬสินธุ์

เผาแล้ว 3 ศพ แม่กับลูกสาววัยรุ่น 2 คน ถูกฆ่าโหดที่เยอรมัน โดยฝีมือสามีใหม่ของแม่ น้ำใจวัดไทยในต่างแดน ทำพิธีฌาปนกิจให้ โดยไม่คิดเงิน รอส่งเถ้ากระดูกกลับบ้านเกิดที่กาฬสินธุ์ ยายวอนอยากเห็นหลานคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอด... 
 
จากกรณีที่ นายจำรัส ไชยดา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.1 บ้านหนองหิน ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางแดง ไชยดา อายุ 51 ปี ภรรยา นางสาวสุพัตรา ภูนบทอง อายุ 32 ปี บุตรสาว เข้าพบผู้สื่อข่าวไทยรัฐ และไปยื่นหนังสือต่อนายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านทางนายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กรณีนางละมัย รูบิโน่ อายุ 37 ปี ลูกสาวคนโต พร้อมกับลูกสาว 2 คน คนโต อายุ 18 ปี ทำงานเป็นพยาบาลประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ประเทศเยอรมัน และคนรอง อายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยม ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งทั้ง 2 เป็นลูกสาวของนางละมัย ที่ไปแต่งงานอยู่กินกับนายอันโทนิโอ (Antonio.r) สามีชาวเยอรมัน ตั้งแต่ปี 2548 จดทะเบียนเป็นสามีภรรยาถูกต้อง ต่อมานายอันโทนิโอ ได้จดทะเบียนรับลูกสาว 2 คน ของนางละมัย ที่เกิดกับอดีตสามีคนไทยไว้เป็นบุตรบุญธรรม
 
ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.ค. เพื่อนของนางละมัย ได้แจ้งข่าวร้ายมายังนางสาวสุพัตรา ซึ่งเป็นน้องสาวของนางละมัย อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ ที่บ้านหนองหิน ม.1. ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ว่านางละมัยและลูกสาวทั้ง 2 คน ถูกนายอันโทนิโอฆ่าตายในบ้านพัก ในเมือง Ravensburg ประเทศเยอรมัน โดยศพของ 3 แม่ลูก ถูกนำไปไว้ที่วัดไทยในเมืองดังกล่าว (3 แม่ลูกถูกสามีเยอรมัน ฆ่าโหด! ครอบครัวชาวกาฬสินธุ์ วอนนำศพกลับไทย)

ทันทีที่นายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ทราบเรื่องได้ให้นายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ประสานขอทราบรายละเอียดไปยังกรมการกงสุล เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ล่าสุด 3 ศพ แม่ลูกคนไทย ถูกเผาแล้ว โดยน้ำใจวัดไทยในต่างแดน ในเมืองเกิดเหตุ จัดพิธีและทำการฌาปนกิจให้ แบบไม่คิดเงิน
 
วันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ได้ไปที่บ้านเกิดของนางละมัย ม.1 บ้านหนองหิน ต.หนองหิน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พบกับนางแดง มารดานางละมัย ซึ่งเผยว่า ได้รับแจ้งจากพระอาจารย์เอก อิ่มอุรา เจ้าสำนักสงฆ์วัดไทยชื่อ “โทเด็นเซ” ในเมืองที่เกิดเหตุ ประเทศเยอรมัน ว่าทางวัดได้ทำพิธีฌาปนกิจศพนางละมัยกับลูกสาว ตามประเพณีไทย ที่วัดดังกล่าวเมื่อช่วง 1 ทุ่มเศษ วันที่ 25 ก.ค. ตรงกับเวลาในประเทศไทยประมาณบ่าย 3 โมง มีคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าวมาร่วมพิธี โดยตนและครอบครัว ไม่มีใครได้ไปร่วมเผาศพลูกและหลานสาว เพราะฐานะยากจน อย่างไรก็ตาม พระอาจารย์เอก แจ้งว่า ทางวัดจะทำพิธีเก็บเถ้ากระดูกในอีก 2 สัปดาห์ โดยเจ้าอาวาสวัดไทย “โมเด็นเซ” ได้ส่งรูปพิธีฌาปนกิจศพของลูกสาวและหลานสาวมาให้ทางบ้านพ่อ แม่ ครอบครัว ที่ประเทศไทยได้ดูด้วย
 
นางแดง กล่าวต่อว่า แม้ว่าตนจะไม่ได้ไปเผาศพลูกและหลาน แต่ต้องขอบคุณทางไทยรัฐ นายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์, นายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และทุกๆ คนที่ช่วยเหลือครอบครัวตน โดยเฉพาะพระอาจารย์เอก อิ่มอุรา เจ้าอาวาสวัดไทย “โมเด็นเซ” ในเมืองที่เกิดเหตุ ประเทศเยอรมัน ที่เก็บรักษาศพ 3 แม่ลูก และทำพิธีเผาศพให้ โดยไม่คิดเงิน ทั้งยังแจ้งข่าวสารต่างๆ มาให้ทราบตลอดมาตั้งแต่เกิดเหตุ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ส่วนอนาคตจะทำอย่างไร ตนยังไม่ทราบ เพียงแต่อยากเห็นหน้าเด็กหญิงสเตลล่าหลานสาว ลูกนางละมัยที่เกิดกับนายอันโทนิโอ เพราะไม่เคยเห็นหน้าเลยตั้งแต่คลอด ตอนนี้อายุคงจะ 4 ขวบแล้ว พร้อมกันนี้นางแดงได้ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือครอบครัว
 
ขณะที่ นางสาวสุพัตรา ภูนบทอง น้องสาวนางละมัย กล่าวว่า มีนายอำเภอหนองกุงศรี และเจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดกาฬสินธุ์ มาสอบถามถึงความต้องการความช่วยเหลือ ตนและครอบครัวต้องขอบคุณทุกๆ คน กราบขอบคุณพระอาจารย์เอก อิ่มอุรา เจ้าสำนักสงฆ์วัดไทยชื่อ “โมเด็นเซ” ที่ทำพิธีฌาปนกิจศพทั้ง 3 พี่สาวกับหลานสาวตน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนขั้นตอนการนำกระดูกของ 3 แม่ลูกกลับประเทศไทย จะทำอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดแจ้งมา
 
ทางด้านนายไชยยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากทราบว่าทางวัดไทย “โมเด็นเซ” ในประเทศเยอรมัน ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพ 3 แม่ ลูก ตามประเพณีไทยแล้ว ตนได้รายงานให้นายวินัย วิทยานุกูล ผวจ.กาฬสินธุ์ ทราบ และจากการประสานกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท ในการนำเถ้ากระดูกของ 3 แม่ลูกกลับบ้านเกิดจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ยังไม่ทราบวันไหน หากมีความคืบหน้าอย่างไร ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์จะแจ้งให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบทันที.