วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.สวน 'สมชัย' ต้องรักษาหลักการ-โวย 'บิ๊กตู่' 2 มาตรฐาน

"ชวลิต" สวน "สมชัย" เป็น กกต.ต้องรักษาหลักการ งงไม่ปิดช่อง แถมเปิดทางทุจริตอีก ด้าน "อนุสรณ์" เย้ยเดิมพัน "มีชัย" ช่วย ปชช.ตัดสินใจง่ายขึ้น โวยนายกฯ อย่า 2 มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 59 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวเหน็บแนมตนให้ไปอ่านหนังสือให้จบก่อน มิเช่นนั้นหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เพราะท้วงติงมติ กกต.ที่เห็นชอบให้ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นขนคนไปลงคะแนนได้นั้น ตนอ่านมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ทั้งที่เป็นหลักการและข้อยกเว้น แต่ตนนึกไม่ถึงว่า กกต.จะเอาข้อยกเว้นมาเป็นหลัก คำแนะนำของ กกต. ที่ว่าให้ผู้จัดยานพาหนะระมัดระวังหรือพึงหลีกเลี่ยงมิให้เป็นการจูงใจ หรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปลงคะแนน หรือออกเสียงนั้น มีหลักประกันอย่างไรว่าผู้ขนคนจะทำตามคำแนะนำของ กกต. ทำไม กกต.ไม่ปิดช่องทางทุจริตกลับเปิดช่องทางให้มีการทุจริต การอ้างหน่วยลงคะแนนประชามติอยู่ห่างไกล การเดินทางไม่สะดวกฟังไม่ขึ้น เพราะหลักการกำหนดหน่วยลงคะแนนมีเกณฑ์มาตรฐานที่จะต้องอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิลงคะแนนอยู่แล้ว

นายชวลิต กล่าวต่อว่า ไม่ต้องการตอบโต้กันไปมา เพียงต้องการให้การลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของ กกต. และผู้ที่ให้ข้อมูลกับตน ก็เป็นคนของ กกต.ที่เป็นห่วงว่า มติ กกต.ดังกล่าวน่าจะเป็นช่องทางไปสู่การทุจริตในการลงประชามติ จึงควรหาทางป้องกันกันดีกว่า ดังนั้นตนยังยืนยันที่อยากจะเห็น กกต.ทบทวนมติดังกล่าว

ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยิ่งไปเร็ว เพราะคนจะเดินขับไล่ กระบวนการต่างๆ จะรวนไปทั้งหมด ว่า สิ่งที่นายมีชัยพูดอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จะช่วยในกระบวนการพิจารณาตัดสินใจของประชาชน ถือเป็นเดิมพันหรือข้อเสนอที่ชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะไม่ให้โยงผลประชามติกับความนิยม หรือโรดแม็ปของ คสช. ทั้งที่ คสช.เป็นคนตั้ง กรธ.ให้เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูเป็นตรรกะที่ย้อนแย้งกัน แต่คำอธิบายและเงื่อนไขที่ นายมีชัย เสนอต่อสังคมนั้นชัดเจน นอกจากเนื้อหาในตัวร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนต้องศึกษาทำความเข้าใจแล้ว เงื่อนไขที่ว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จะยิ่งไปเร็วขึ้น เพราะคนจะเดินขับไล่ จะเป็นตัวเร่งให้ประชาชนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มาตรา 44 ให้ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนว่า เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เชียงใหม่ ควรยุติวาทกรรมรัฐธรรมนูญปลอมได้แล้ว เพราะมีการเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารดังกล่าวก็ไม่ยอมเปิดเผย หวังใช้ความคลุมเครือทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายเห็นต่างหรือไม่ ซึ่งหากเอกสารดังกล่าวเป็นไปตามที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งนำเสนอ ขอเรียนยืนยันว่ารัฐธรรมนูญปลอมไม่มีอยู่จริง เพราะถ้ามีจริง เจ้าหน้าที่ต้องสามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เพื่อให้สังคมได้สังเคราะห์ร่วมกัน ส่วนเอกสารที่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ได้ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติไว้ ทุกคนสามารถเผยแพร่ได้ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้น การโหมประโคมข่าวรัฐธรรมนูญปลอมจึงมีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงหรือไม่ ที่น่าตกใจคือ ประชาชนที่เลือกนายบุญเลิศมา อาจตั้งคำถามว่า นี่คือการไล่ล่ากลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามโดยการใช้มาตรา 44 หรือไม่ ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือตั้งกรรมการสอบ หรือพบความผิดชัดเจนว่า นายบุญเลิศ เกี่ยวข้องอย่างไร ตรงกันข้ามกับกรณีของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. คตง.ชี้มูลผิดฮั้วประมูลอุโมงค์ไฟ 39 ล้าน แต่กลับไม่มีการใช้มาตรา 44 ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว แล้วจะอยู่กันอย่างไร ถ้ายังมีคำถามถึงการดำเนินการที่เป็น 2 มาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เชียงใหม่จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว ออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอย่างถล่มทลาย เพื่อให้คำตอบว่าเสียงของประชาชนเจ้าของประเทศ เห็นอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้